ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานผลการพัฒนาพฤติกรรมความร่วมมือที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์ ของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเ

บทคัดย่อ ชื่อเรื่องรายงานผลการพัฒนาพฤติกรรมความร่วมมือที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์ของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชื่อผู้ศึกษา นางอารีย์ จำรัส ปีการศึกษา 2558การศึกษาครั้งนี้มี วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการพัฒนาพฤติกรรมความร่วมมือของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 ก่อนและหลังที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์ กลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นเด็กชาย-หญิง ที่กำลังศึกษาอยู่ ในชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ของโรงเรียนบ้านปางลาว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1จำนวน20 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1.คู่มือการจัดกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์ จำนวน 30 กิจกรรม 2.แผนการจัดกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์ จำนวน 10 หน่วย 30 แผน และ3.แบบสังเกตพฤติกรรมความร่วมมือเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 แบบแผนในการศึกษาหนึ่งกลุ่มประชากร (One Group Pretest- Posttest Design)โดยสังเกตพฤติกรรมความร่วมมือก่อนและหลังศึกษา มีขั้นตอนดังนี้ 1.ทำการสังเกตพฤติกรรมความร่วมมือก่อนการจัดกิจกรรมโดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมความร่วมมือ กับนักเรียนจำนวน 20 คน แล้วเก็บคะแนนไว้เป็นหลักฐาน 2.ดำเนินการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์เพื่อพัฒนาพฤติกรรมความร่วมมือของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 ตามระยะเวลาที่กำหนด 3.ทำการสังเกตพฤตกรรมความร่วมมือโดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมความร่วมมือของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดเดียวกับชุดสังเกตก่อนเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าเฉลี่ย ()และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน() ค่าร้อยละและร้อยละความก้าวหน้า นำเสนอผลการวิเคราะห์โดยใช้ตารางประกอบการบรรยาย สรุปผลการศึกษาได้ ดังนี้

เด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2ที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์ มีพฤติกรรมความร่วมมือหลังการจัดกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์สูงกว่าการจัดกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์ โดยก่อนการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.75 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.30 คิดเป็นร้อยละเท่ากับ 58.20 ระดับคุณภาพอยู่ในระดับพอใช้ และหลังการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.70 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.31 คิดเป็นร้อยละเท่ากับ 89.96 ระดับคุณภาพอยู่ในระดับดี มีคะแนนความก้าวหน้าคิดเป็นร้อยละเท่ากับ 31.76 เรียงลำดับคะแนนความก้าวหน้าจากมากไปหาน้อยได้แก่ ด้านความช่วยเหลือมีคะแนนความก้าวหน้าร้อยละ 34.67 ด้านการแบ่งปันมีคะแนนความก้าวหน้าร้อยละ 32.00 และด้านผู้นำผู้ตามมีคะแนนความก้าวหน้าร้อยละ 28.61ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมความร่วมมือของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 หลังการจัดกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์มีค่าคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์ ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้และเมื่อแยกตามด้านต่างๆพบว่า

ด้านการช่วยเหลือ ก่อนการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.67 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.49 คิดเป็นร้อยละเท่ากับ 55.67 ระดับคุณภาพอยู่ในระดับพอใช้ และหลังการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.71 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.46 คิดเป็นร้อยละเท่ากับ 90.33 ระดับคุณภาพอยู่ในระดับดี มีคะแนนความก้าวหน้าคิดเป็นร้อยละเท่ากับ 34.67 เรียงลำดับคะแนนความก้าวหน้าจากมากไปหาน้อยได้แก่ การแนะนำวิธีการลงมือปฏิบัติกิจกรรมมีคะแนนความก้าวหน้าร้อยละ 41.67 การช่วยเหลือเพื่อนเมื่อเพื่อนต้องการความช่วยเหลือมีคะแนนความก้าวหน้าร้อยละ 35.00 และการหยิบหรือส่งอุปกรณ์ให้เพื่อนและการช่วยเตรียมวัสดุ/อุปกรณ์ต่างๆในการทำกิจกรรมมีคะแนนความก้าวหน้าร้อยละ 33.33

ด้านการแบ่งปัน ก่อนการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.71 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.48 คิดเป็นร้อยละเท่ากับ 57.00 ระดับคุณภาพอยู่ในระดับพอใช้ และหลังการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.67 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.47 คิดเป็นร้อยละเท่ากับ 89.00 ระดับคุณภาพอยู่ในระดับดี มีคะแนนความก้าวหน้าคิดเป็นร้อยละเท่ากับ 32.00 เรียงลำดับคะแนนความก้าวหน้าจากมากไปหาน้อยได้แก่ การให้เพื่อนใช้วัสดุ/อุปกรณ์ทำกิจกรรมก่อนตนเองมีคะแนนความก้าวหน้าร้อยละ 36.67 การให้เพื่อนยืมวัสดุ/อุปกรณ์ทำกิจกรรมก่อนตนเองมีคะแนนความก้าวหน้าร้อยละ 33.33 และการแบ่งปันวัสดุ/อุปกรณ์ให้เพื่อนและการชักชวนให้เพื่อนร่วมใช้วัสดุอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมมีคะแนนความก้าวหน้าร้อยละ 31.67

ด้านการเป็นผู้นำผู้ตาม ก่อนการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.86 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.40 คิดเป็นร้อยละเท่ากับ 61.94 ระดับคุณภาพอยู่ในระดับพอใช้ และหลังการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.72 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.30 คิดเป็นร้อยละเท่ากับ 90.56 ระดับคุณภาพอยู่ในระดับดี มีคะแนนความก้าวหน้าคิดเป็นร้อยละเท่ากับ 28.61 เรียงลำดับคะแนนความก้าวหน้าจากมากไปหาน้อยได้แก่ การยอมรับความคิดเห็นของเพื่อนมีคะแนนความก้าวหน้าร้อยละ 38.33 การช่วยเหลือเพื่อนเมื่อเพื่อนต้องการความช่วยเหลือมีคะแนนความก้าวหน้าร้อยละ 35.00 และการหยิบหรือส่งอุปกรณ์ให้เพื่อนมีคะแนนความก้าวหน้าร้อยละ 28.33

แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมความร่วมมือของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 หลังการจัดกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์มีค่าคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์ ในทุกๆด้านซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้

โพสต์โดย รีย์ : [1 ก.พ. 2560 เวลา 11:08 น.]
อ่าน [103297] ไอพี : 118.172.85.228
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,672 ครั้ง
กรมสุขภาพจิตเตือน! คนไทยระวังเป็นโรค "ขาดมือถือไม่ได้"
กรมสุขภาพจิตเตือน! คนไทยระวังเป็นโรค "ขาดมือถือไม่ได้"

เปิดอ่าน 19,131 ครั้ง
กาฬโรคปอด Pneumonic Plague
กาฬโรคปอด Pneumonic Plague

เปิดอ่าน 13,488 ครั้ง
ครีมหอยทาก คืออะไร ทำไมสาว ๆ ฮิตกันจัง
ครีมหอยทาก คืออะไร ทำไมสาว ๆ ฮิตกันจัง

เปิดอ่าน 13,060 ครั้ง
อาหารที่ทำให้ดูสวย
อาหารที่ทำให้ดูสวย

เปิดอ่าน 25,465 ครั้ง
คู่มือการปฏิบัติงานการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
คู่มือการปฏิบัติงานการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

เปิดอ่าน 20,754 ครั้ง
โคขุน..."ไทยแบล็ค" ลูกผสมพันธุ์ใหม่ให้เนื้อมาก
โคขุน..."ไทยแบล็ค" ลูกผสมพันธุ์ใหม่ให้เนื้อมาก

เปิดอ่าน 33,893 ครั้ง
"พระเจ้าเหา" คือใคร ?
"พระเจ้าเหา" คือใคร ?

เปิดอ่าน 44,394 ครั้ง
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 (ฉบับที่ 2)
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 (ฉบับที่ 2)

เปิดอ่าน 21,347 ครั้ง
ดาวน์โหลดคลิป "Youtube" โดยไม่ต้องใช้โปรแกรม
ดาวน์โหลดคลิป "Youtube" โดยไม่ต้องใช้โปรแกรม

เปิดอ่าน 12,881 ครั้ง
"สับปะรด" ลดริ้วรอยบนใบหน้า
"สับปะรด" ลดริ้วรอยบนใบหน้า

เปิดอ่าน 22,113 ครั้ง
LearnSquare
LearnSquare

เปิดอ่าน 17,542 ครั้ง
สุดยอดอาหารช่วยให้ผอมเร็วขึ้น แถมยังช่วยล้างพิษด้วย
สุดยอดอาหารช่วยให้ผอมเร็วขึ้น แถมยังช่วยล้างพิษด้วย

เปิดอ่าน 52,966 ครั้ง
GPS คืออะไร
GPS คืออะไร

เปิดอ่าน 12,403 ครั้ง
จะให้ลูกเล่นกีฬาให้เก่ง ต้องฝึกทักษะควบคุมวัตถุ ตั้งแต่ตอน10 ขวบ
จะให้ลูกเล่นกีฬาให้เก่ง ต้องฝึกทักษะควบคุมวัตถุ ตั้งแต่ตอน10 ขวบ

เปิดอ่าน 14,382 ครั้ง
10 ข้อดีของฟองน้ำ ที่มากกว่าแค่ใช้ล้างจาน
10 ข้อดีของฟองน้ำ ที่มากกว่าแค่ใช้ล้างจาน

เปิดอ่าน 19,764 ครั้ง
อาหารต้องเลี่ยง ภาชนะต้องห้าม อย่านำเข้าไมโครเวฟ
อาหารต้องเลี่ยง ภาชนะต้องห้าม อย่านำเข้าไมโครเวฟ
เปิดอ่าน 69,944 ครั้ง
ประโยชน์ของดวงอาทิตย์
ประโยชน์ของดวงอาทิตย์
เปิดอ่าน 19,131 ครั้ง
มุขตลกของเด็กๆ ในห้องเรียน จำลองห้องเป็นรถเมล์
มุขตลกของเด็กๆ ในห้องเรียน จำลองห้องเป็นรถเมล์
เปิดอ่าน 54,005 ครั้ง
อารมณ์(ดี-เสีย)
อารมณ์(ดี-เสีย)
เปิดอ่าน 16,050 ครั้ง
ไฟล์ภาพ"GIF" อ่านว่า "จิฟ" ไม่ใช่"กิฟ!"
ไฟล์ภาพ"GIF" อ่านว่า "จิฟ" ไม่ใช่"กิฟ!"

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ