ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ: รายงานการนิเทศแบบคลินิกเพื่อพัฒนาครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ

ชื่อเรื่อง รายงานการนิเทศแบบคลินิกเพื่อพัฒนาครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ

เทคโนโลยี แบบโครงงานฐานวิจัย (RBP) ที่เน้นทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ โดยใช้

โรงเรียน เป็นฐาน(SBM) โรงเรียนในศตวรรษที่ 21 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

มัธยมศึกษาเขต 30

ผู้วิจัย นางปรียารัตน์ ขาวปั้น

หน่วยงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30

ปีที่วิจัย พ.ศ. 2559

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)พัฒนาเอกสารเสริมความรู้สำหรับครูผู้สอนโครงงานฐานวิจัย (RBP : Research Based Project ) ที่เน้นทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/E2 = 75/75 2) เปรียบเทียบพฤติกรรมการสอนของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการนิเทศแบบคลินิก 3)ศึกษาผลการใช้เอกสารเสริมความรู้สำหรับครูผู้สอนโครงงานฐานวิจัย (RBP : Research Based Project ) ที่เน้นทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 4) ศึกษาความคิดเห็นของครูผู้สอนต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานฐานวิจัย (RBP : Research Based Project )

กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนในศตวรรษที่ 21 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30 จำนวน 10 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือ

ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย เครื่องมือ 2 ประเภท ดังนี้ 1)เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองสำหรับการวิจัย ได้แก่ (1.1) เอกสารเสริมความรู้สำหรับครูผู้สอนโครงงานฐานวิจัย (RBP : Research Based

Project ) ที่เน้นทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (1.2) คู่มือการทำโครงงาน 2) เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลนิเทศการสอนสำหรับผู้วิจัย ได้แก่ (2.1) แบบประเมินพฤติกรรมการสอนการงานอาชีพและเทคโนโลยี (2.2) แบบสังเกตพฤติกรรมการสอนการงานอาชีพและเทคโนโลยี (2.3) แบบประเมินพฤติกรรมการนิเทศแบบคลินิก (2.4) แบบสอบถามการรับการนิเทศ การศึกษา และการนำเอกสารเสริมความรู้ไปใช้ (2.5) แบบสอบถามความคิดเห็นของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีต่อการนิเทศแบบคลินิก วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูปStatistical Package for the Social Sciences for Windows (SPSS for Windows) ดังนี้ 1) ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

2) เปรียบเทียบพฤติกรรมการสอนของครูก่อนและหลังการนิเทศแบบคลินิกในการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยใช้สถิติวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าเฉลี่ยร้อยละ 3) วิเคราะห์ความคิดเห็นของครูต่อการนิเทศแบบคลินิกในการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยใช้สถิติวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า

1 สภาพทั่วไปของกลุ่มเป้าหมาย

จากการศึกษาข้อมูลทั่วไปของกลุ่มเป้าหมาย พบว่า ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้

การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนในศตวรรษที่ 21 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30 เป็นเพศชายมากที่สุด (ร้อยละ 70.00) อายุตัวอยู่ระหว่าง 41 – 50 ปี มากที่สุด (ร้อยละ 50.00) รองลงมาคือ อายุ 50 ปีขึ้นไป (ร้อยละ 30.00) ตามลำดับ อายุราชการอยู่ระหว่าง 31 – 40 ปี มากที่สุด (ร้อยละ 40.00) รองลงมา คือ 21 – 30 ปี (ร้อยละ 30.00) ตามลำดับ วุฒิการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท มากที่สุด (ร้อยละ 80.00) วิชาเอกการงานอาชีพและเทคโนโลยีมากที่สุด (ร้อยละ 80.00 ) ตามลำดับ ประสบการณ์การสอน ระดับความรู้ การเข้ารับการอบรมของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนในศตวรรษที่ 21 พบว่า ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนในศตวรรษที่ 21 ทำหน้าที่สอนประจำชั้นวิชา มากที่สุด (ร้อยละ 100.00) มีประสบการณ์ในการสอนสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี 11-15 ปี มากที่สุด (ร้อยละ 40.00) รองลงมา คือ 16 – 20 ปี (ร้อยละ 30.00) ตามลำดับ ไม่เคยเข้ารับการอบรมรับฟังชี้แจงการสอนโครงงานฐานวิจัย มากที่สุด (ร้อยละ 100.00) มีความรู้ความสามารถทางด้านการสอนโครงงานฐานวิจัย จากการประเมินตนเอง ในระดับน้อยที่สุด (ร้อยละ 90.00) รองลงมา คือ ระดับปานกลาง (ร้อยละ 10.00) ตามลำดับ แหล่งความรู้ที่เคยได้รับส่วนมากได้จากจากการรับการนิเทศของศึกษานิเทศก์มากที่สุด (ร้อยละ 80.00) รองลงมา คือ จากการนิเทศของศึกษานิเทศก์ (ร้อยละ 20.00) ตามลำดับ ส่วนวิธีการหรือกิจกรรม และลักษณะการนำเอกสารไปใช้ของครูผู้สอน พบว่า วิธีการหรือกิจกรรมที่ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีส่วนมากนำความรู้ ความเข้าใจ แนวทาง และอื่น ๆ ไปใช้โดยการสอนตามตารางสอนสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีนำไปบูรณาการการสอนกับการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ และโดยการสอนเสริมนอกเวลาเรียน ตามลำดับ ซึ่งลักษณะของวิธีการหรือกิจกรรมที่นำไปใช้ส่วนมากจะมีการจัดทำเพิ่มเติมหรือปรับปรุงให้เหมาะสมก่อนนำไปใช้ และนำไปใช้ตามคำแนะนำทุกรูปแบบ

2. เอกสารเสริมความรู้สำหรับครูผู้สอนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานฐานวิจัยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพขณะทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง E1 / E2 = 74.34 / 79.93 ผ่านเกณฑ์ประสิทธิภาพ E1 / E2 = 75/75 ที่ตั้งไว้

3. ครูที่ได้รับการนิเทศแบบคลินิกในการสอนการงานอาชีพและเทคโนโลยี มีพฤติกรรมการสอนที่ดีขึ้น คือ มีระดับคะแนนเฉลี่ยจากพฤติกรรมการสอนหลังได้รับการนิเทศสูงกว่าก่อนได้รับการนิเทศ โดยระดับคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.60

4. ผลการใช้เอกสารเสริมความรู้สำหรับครูผู้สอนโครงงานฐานวิจัย (RBP : Research Based Project ) ที่เน้นทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า

4.1 ความเหมาะสมของเอกสารเสริมความรู้สำหรับครูผู้สอน พบว่า เอกสารเสริมความรู้สำหรับครูผู้สอนโครงงานฐานวิจัย (RBP : Research Based Project ) ที่เน้นทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยรวมทุกเล่มมีความเหมาะสมตามความคิดเห็นของครูผู้อบรม/ชี้แจง ในด้านความถูกต้องชัดเจนของการใช้ภาษาสื่อความหมาย ด้านการจัดรูปเล่มและภาพประกอบ ด้านการให้ความรู้และแนวคิดเกี่ยวกับการสอนโครงงานฐานวิจัย

ได้ดี ด้านการให้ความรู้และแนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการปฏิรูปการเรียนรู้ได้ดี ด้านการให้แนวทางและรายละเอียดเพียงพอที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และเป็นกระบวนการที่สามารถพัฒนานักเรียนเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้ทำให้เกิดผลที่คาดหวังได้ ในระดับมากที่สุด ส่วนประเด็นอื่น ๆ มีความเหมาะสมในระดับมาก และเมื่อรวมทุกประเด็น พบว่า มีความเหมาะสมในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นใกล้เคียงกัน

4.2 การศึกษาเอกสารและการรับการนิเทศ พบว่า ครูผู้อบรมชี้แจงสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เห็นความสำคัญของการสอนแบบโครงงานฐานวิจัยวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น และมีความรู้ ได้แนวคิดแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นในระดับมากมากที่สุด รองลงมา คือ มีความรู้ ได้แนวคิด แนวทางในการนำวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยีไปบูรณาการกับสาระอื่น ๆ ได้เพิ่มขึ้น และคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ช่วยพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานฐานวิจัยได้ดียิ่งขึ้น ในระดับปานกลาง และเมื่อรวมทุกประเด็น พบว่า ครูผู้สอนเห็นว่าการศึกษาเอกสารและหรือการรับการนิเทศอยู่ในระดับมาก

5. ความคิดเห็นของครูผู้สอนต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานฐานวิจัย (RBP : Research Based Project ) พบว่า ครูผู้สอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ส่วนใหญ่มีความเห็นต่อการเรียนการงานอาชีพและเทคโนโลยีว่า เนื้อหาในการเรียนมีประโยชน์ เหมาะกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน นักเรียนสามารถจดจำเนื้อหาได้ง่ายขึ้นเนื่องจากมีการนำเนื้อหาที่ครูบรรยายไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะเนื้อหาเรื่อง การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติในหน่วยที่ 3 ซึ่งเป็นเนื้อหาที่นักเรียนชอบเรียนมากที่สุด เนื่องจากเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถพัฒนางานจากความคิดของตนเองได้โดยเสรีเกิดบรรยากาศการเรียนร่วมกันระหว่างกลุ่มเพื่อนที่ดี ในด้านรูปแบบการจัดกิจกรรม ครูผู้สอนเห็นว่า เป็นรูปแบบที่ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาการวางแผนการทำงาน รู้จักใช้เหตุผลประกอบการทำงานอย่างพินิจพิเคราะห์จากหลักฐานที่น่าเชื่อถือ มีความยืดหยุ่นของกระบวนการเรียนการสอนมาก เนื่องจากสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองนอกชั้นเรียนได้ ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดสมาธิจดจ่อกับการพัฒนางานวิจัย และส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มเพื่อน บนฐานของเหตุและผล อย่างไรก็ดี ครูบางส่วนให้ข้อมูลที่เป็นข้อจำกัด คือ เนื้อหาที่สอนมีจำนวนมาก โดยเฉพาะเนื้อหาเรื่องการขยายพันธุ์พืช(หน่วยที่ 5) ที่มีเวลาในการพัฒนางานจำกัด เห็นความเปลี่ยนแปลงของผลการขยายพันธุ์ในวิธีการต่าง ๆ ช้า จึงเสนอให้ขยายเวลาการเรียนในหน่วยดังกล่าว จึงจะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้เนื้อหาดังกล่าวโดยสมบูรณ์ นอกจากนี้ในด้านการวัดประเมินผล ครูผู้สอนส่วนใหญ่เห็นว่ามีความเหมาะสมดี เนื่องจากครูผู้สอนได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ และองค์ประกอบที่นักเรียนจะได้รับการตัดสินผลคะแนน ในรายวิชาตั้งแต่แรกสอน และยังมีการสะท้อนข้อเสนอแนะจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนาเพิ่มเติมให้นักเรียนทั้งรายคนและรายกลุ่มทุกครั้ง ทำให้นักเรียนนำสารสนเทศดังกล่าวมาใช้พัฒนาตนเองและพัฒนางานกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โพสต์โดย ศน.นีย์ : [23 เม.ย. 2560 เวลา 07:11 น.]
อ่าน [535] ไอพี : 223.205.235.151
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ