ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
: รายงานการประเมินโครงการนำเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาด้วยภาคี 4 ฝ่าย ของโรงเรียนบ้านหินลูกช้าง

ชื่อผลงาน : รายงานการประเมินโครงการนำเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาด้วยภาคี 4 ฝ่าย

ของโรงเรียนบ้านหินลูกช้าง

ผู้ประเมิน : จิรัชญา บัวทอง

ปีประเมิน : 2558

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การประเมินโครงการนำเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาด้วยภาคี 4 ฝ่าย ของโรงเรียน บ้านหินลูกช้าง ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ประเมินบริบทของโครงการเกี่ยวกับ ความต้องการ ความจำเป็น ความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ และความชัดเจนของเป้าหมายของโครงการ (2) ประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการ เกี่ยวกับความพร้อมของสถานศึกษา ความเหมาะสมของงบประมาณ และความเหมาะสมของกิจกรรมของโครงการ (3) ประเมินกระบวนการการดำเนินโครงการ เกี่ยวกับกระบวนการวางแผน การดำเนินการ การนิเทศติดตามและประเมินผลของโครงการ (4) ประเมินผลผลิตของโครงการ เกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณธรรม 4 ประการ ปริมาณผลผลิตของพืช และสัตว์ที่ผลิตได้ของโครงการและประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อโครงการนำเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาด้วยภาคี 4 ฝ่าย ของโรงเรียนบ้านหินลูกช้าง กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 64 คน ประกอบด้วย นักเรียน จำนวน 27 คน เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ครู จำนวน 3 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน และผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 27 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 7 ฉบับ และแบบบันทึก จำนวน 4 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูล โดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS for Windows ผลการประเมิน สรุปได้ดังนี้

ผลการประเมิน โดยภาพรวมพบว่า ตัวชี้วัด ประเด็นการประเมินทุกประเด็น และภาพรวมของโครงการผ่านเกณฑ์การประเมินทั้งหมด คือ

1. ผลการประเมินบริบท พบว่า การดำเนินการมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ( = 4.29 ) เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัดพบว่า ทุกตัวชี้วัดมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์ การประเมิน เรียงลำดับจากมาก (ไปหาน้อย ได้แก่ ความชัดเจนของเป้าหมาย ความจำเป็น ความต้องการ และความเหมาะสมของวัตถุประสงค์

2. ผลการประเมินปัจจัยนำเข้า พบว่า การดำเนินการมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ( = 4.48 ) เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัด พบว่า ตัวชี้วัดที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือความเหมาะสมของกิจกรรม ลำดับรองลงมาคือ ความพร้อมของสถานศึกษา และค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ ความเหมาะสมของงบประมาณ

3. ผลการประเมินกระบวนการ พบว่า การดำเนินการมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก

( = 4.16) เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัด พบว่า ทุกตัวชี้วัดอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมิน เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ การวางแผน การดำเนินการ และการนิเทศติดตามและประเมินผล

4. ผลการประเมินผลผลิต พบว่า การดำเนินการได้ผลอยู่ในระดับมาก ( = 4.30) เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัด พบว่า ตัวชี้วัดส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมิน ซึ่งผลการประเมินตัวชี้วัดย่อยสรุปได้ดังนี้

4.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษา

ปีที่ 6 ผ่านเกณฑ์การประเมิน

4.2 คุณธรรม 4 ประการ พบว่า ได้ผลผลิต ผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ 86.54

4.3 ผลผลิตจากผักสวนครัว พบว่า ได้ผลผลิต ผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ 91.50และ ผลผลิตจากปลาดุก พบว่า ได้ผลผลิต ผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ 99.00

4.4 ความพึงพอใจของนักเรียน พบว่า โดยภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก

( = 4.17) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

4.5 ความพึงพอใจของครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่าโดยภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 4.46) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

4.6 ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียน พบว่าโดยภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 4.26) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะในการนำผลการประเมินไปใช้

จากผลการประเมินโครงการ ที่พบว่า โครงการผ่านเกณฑ์การประเมินในทุกประเด็นและทุกตัวชี้วัด โรงเรียนบ้านหินลูกช้าง ควรดำเนินโครงการนี้ต่อไป และเพื่อให้การดำเนินโครงการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ควรนำผลการประเมินบางประเด็นและบางตัวชี้วัดไปปรับปรุงและพัฒนาต่อไป

1. ประเด็นบริบทของโครงการ

จากผลการประเมินที่พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน และมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก โดยมีผลการประเมินตัวชี้วัดความเหมาะสมของวัตถุประสงค์มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด จึงควรกำหนดวัตถุประสงค์ที่เป็นรูปธรรมให้มากที่สุด และเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน

2. ประเด็นปัจจัยนำเข้าของโครงการ

จากผลการประเมินพบว่า ในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน และผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด ในระดับตัวชี้วัดพบว่าตัวชี้วัดความเหมาะสมของงบประมาณ มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด จึงควรจัดให้มีการระดมทรัพยากรจากชุมชนให้มากที่สุด ไม่ว่าเป็นทุนแรงงาน ทุนทรัพย์ สิ่งของ ต่าง ๆ หรือความร่วมมือที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น ความรู้ความสามารถของภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น

3. ประเด็นกระบวนการของโครงการ

จากผลการประเมินพบว่า ผลการประเมินกระบวนการ พบว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัด พบว่า ทุกตัวชี้วัดอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมิน เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ การวางแผน การดำเนินการ และการนิเทศติดตามและประเมินผล จึงควรจัดการนิเทศติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ ศึกษาหารูปแบบการนิเทศให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมการทำงานขององค์กร

ข้อเสนอแนะในการประเมินหรือวิจัยครั้งต่อไป

1. ควรประเมินโครงการนี้ในทุกปี เพื่อให้ได้สารสนเทศที่สอดคล้องกับสภาพกาลเวลา ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา เป็นแนวทางแก่โครงการอื่น ๆ ต่อไป

2. ควรประเมินเกี่ยวกับปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อโครงการ เพื่อรองรับ การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมผลกระทบที่ตามมา

3. ควรศึกษาตัวชี้วัดอื่นๆ ที่มีอิทธิพลกับตัวชี้วัดที่มีอยู่ เพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โพสต์โดย จิรัชญา บัวทอง : [24 พ.ค. 2560 เวลา 09:38 น.]
อ่าน [2036] ไอพี : 203.172.201.179
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 18,264 ครั้ง
ความต่างของ วิวัฒนาการ vs พัฒนาการ ว่ามันต่างกันยังไง !!
ความต่างของ วิวัฒนาการ vs พัฒนาการ ว่ามันต่างกันยังไง !!

เปิดอ่าน 21,313 ครั้ง
โลกออนไลน์แชร์ สุดยอดคุณครู! ตรวจการบ้านลูกศิษย์ละเอียดยิบ
โลกออนไลน์แชร์ สุดยอดคุณครู! ตรวจการบ้านลูกศิษย์ละเอียดยิบ

เปิดอ่าน 7,499 ครั้ง
บทบาทผู้นำองค์กร 2020
บทบาทผู้นำองค์กร 2020

เปิดอ่าน 21,982 ครั้ง
การนวดท้องแบบ"ชิเนซัง"(Shi-Nei-Tsang) ปลดปล่อยสารพิษในร่างกาย
การนวดท้องแบบ"ชิเนซัง"(Shi-Nei-Tsang) ปลดปล่อยสารพิษในร่างกาย

เปิดอ่าน 7,921 ครั้ง
คู่มือหลักสูตรการพัฒนาฯ ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
คู่มือหลักสูตรการพัฒนาฯ ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

เปิดอ่าน 11,313 ครั้ง
ยิงปืนขึ้นฟ้า อายุความกี่ปี ?
ยิงปืนขึ้นฟ้า อายุความกี่ปี ?

เปิดอ่าน 423,840 ครั้ง
วิธีนำข่าวการศึกษาจากครูบ้านนอก ไปแปะในเว็บท่าน
วิธีนำข่าวการศึกษาจากครูบ้านนอก ไปแปะในเว็บท่าน

เปิดอ่าน 13,945 ครั้ง
คุณครูจะช่วยเพิ่มสมาธิและความสนใจของนักเรียน ได้ด้วยเทคนิคนี้
คุณครูจะช่วยเพิ่มสมาธิและความสนใจของนักเรียน ได้ด้วยเทคนิคนี้

เปิดอ่าน 17,279 ครั้ง
การมีจินตนาการโดยไม่มีความรู้และความเข้าใจนั้นเรียกว่า การฝันกลางวัน
การมีจินตนาการโดยไม่มีความรู้และความเข้าใจนั้นเรียกว่า การฝันกลางวัน

เปิดอ่าน 91,472 ครั้ง
รถเกียร์ออโต้จะเข้าเกียร์ N หรือ ค้างที่ D เวลาติดไฟแดงดีนะ?
รถเกียร์ออโต้จะเข้าเกียร์ N หรือ ค้างที่ D เวลาติดไฟแดงดีนะ?

เปิดอ่าน 9,858 ครั้ง
คลิปกัปตันออกมายอมรับ ผมกลับเข้าห้องนักบินไม่ได้ !!
คลิปกัปตันออกมายอมรับ ผมกลับเข้าห้องนักบินไม่ได้ !!

เปิดอ่าน 18,066 ครั้ง
"e-Learning" บทเรียนออนไลน์ กับสิ่งที่ผู้เรียนควรรู้
"e-Learning" บทเรียนออนไลน์ กับสิ่งที่ผู้เรียนควรรู้

เปิดอ่าน 10,364 ครั้ง
รณรงค์บริโภคผลไม้เพื่อสุขภาพ
รณรงค์บริโภคผลไม้เพื่อสุขภาพ

เปิดอ่าน 11,198 ครั้ง
กิจกรรมวันสงกรานต์
กิจกรรมวันสงกรานต์

เปิดอ่าน 40,343 ครั้ง
คำบุพบท
คำบุพบท

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
จดทะเบียนบริษัท
ตู้แช่ไวน์
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 13,463 ครั้ง
ดื่ม"กาแฟ"มากเกินไป เสี่ยงตายเพิ่มขึ้น
ดื่ม"กาแฟ"มากเกินไป เสี่ยงตายเพิ่มขึ้น

เปิดอ่าน 20,569 ครั้ง
ทฤษฎี 3 องค์ประกอบ
ทฤษฎี 3 องค์ประกอบ

เปิดอ่าน 8,476 ครั้ง
มาแล้ว! เอ็มวี ซิงเกิ้ล "Gentleman" ของ "ไซ (PSY)"
มาแล้ว! เอ็มวี ซิงเกิ้ล "Gentleman" ของ "ไซ (PSY)"

เปิดอ่าน 10,544 ครั้ง
ทำไม ห้ามดื่มเหล้าแกล้มทุเรียน ???
ทำไม ห้ามดื่มเหล้าแกล้มทุเรียน ???

เปิดอ่าน 6,611 ครั้ง
อ่านอะไร...คนไทย?
อ่านอะไร...คนไทย?



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ