ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการสอนคอมพิวเตอร์เพื่อปลูกฝังความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ตามแนวคิดกรณีศึกษาสำหรับนักเรี

การวิจัยเรื่องรูปแบบการสอนคอมพิวเตอร์เพื่อปลูกฝังความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ตามแนวคิดกรณีศึกษาสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการสอนคอมพิวเตอร์เพื่อปลูกฝังความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ตามแนวคิดกรณีศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนคอมพิวเตอร์เพื่อปลูกฝังความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3) เพื่อเปรียบเทียบความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักเรียน 3.1) เพื่อเปรียบเทียบ ความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักเรียนที่เรียนโดยการใช้รูปแบบการสอนคอมพิวเตอร์เพื่อปลูกฝังความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ตามแนวคิดกรณีศึกษาก่อนเรียนและหลังเรียน 3.2) เพื่อเปรียบเทียบความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ระหว่างนักเรียนที่เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดกรณีศึกษากับนักเรียนที่ไม่ได้เรียนด้วยการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดกรณีศึกษาของนักเรียน 4) เพื่อประเมินรูปแบบการสอนคอมพิวเตอร์เพื่อปลูกความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยกำหนดแบบแผนการวิจัยเป็นการทดลองเพื่อเปรียบเทียบผลระหว่างกลุ่มทดลอง (Treatment Group) และกลุ่มควบคุม (Control Group) กลุ่มทดลอง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 1 จำนวน 31 คน กลุ่มควบคุม ได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 2 จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อปลูกฝังความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ตามแนวคิดกรณีศึกษา จำนวน 5 แผน ทำการสอนเป็นเวลา 10 ชั่วโมง โดยไม่นับเวลาในการทดสอบก่อนเรียนและทดสอบหลังเรียน และแบบสอบถามความคิดเห็น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (x̄) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน การตรวจสอบเชิงทฤษฎี ความเป็นไปได้ และความสอดคล้องของรูปแบบการสอนคอมพิวเตอร์เพื่อปลูกฝังความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ตามแนวคิดกรณีศึกษาสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ความเป็นไปได้ของรูปแบบการสอน มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.80 - 1.00 และความสอดคล้องของรูปแบบการสอน มีค่าดัชนีความสอดคล้องมีค่าระหว่าง 0.80 - 1.00 แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการสอนดังกล่าวมีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้

2. ผลการพัฒนารูปแบบการสอนคอมพิวเตอร์เพื่อปลูกฝังความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ตามแนวคิดกรณีศึกษาสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบการสอน 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบการสอน 3) กระบวนการเรียนการสอนซึ่งประกอบด้วยกระบวนการเรียนการสอน 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นเตรียมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่กรณีศึกษา ขั้นสรรค์หาวิธีการแก้ไข ขั้นแบ่งปันประสบการณ์ และขั้นสืบสานสร้างความรู้ใหม่ และ 4) เงื่อนไขของการนำรูปแบบการสอนไปใช้

3. ผลการเปรียบเทียบความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักเรียน

3.1 ผลการใช้รูปแบบการสอนคอมพิวเตอร์เพื่อปลูกฝังความตระหนักในการใช้สื่อสังคม

ออนไลน์ตามแนวคิดกรณีศึกษาของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.2 ผลการใช้รูปแบบการสอนคอมพิวเตอร์เพื่อปลูกฝังความตระหนักในการใช้สื่อสังคม

ออนไลน์ตามแนวคิดกรณีศึกษา ระหว่างนักเรียนที่เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนคอมพิวเตอร์เพื่อปลูกฝังความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ตามแนวคิดกรณีศึกษากับนักเรียนที่ไม่ได้เรียนด้วยการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดกรณีศึกษาของนักเรียน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. ความคิดเห็นของนักเรียนที่เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนคอมพิวเตอร์เพื่อปลูกฝังความตระหนักในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ตามแนวคิดกรณีศึกษาพบว่า มีความคิดเห็นโดยรวมอยู่ในระดับมาก

โพสต์โดย ครูวี : [15 มี.ค. 2561 เวลา 21:34 น.]
อ่าน [103252] ไอพี : 110.78.183.55
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,006 ครั้ง
ดูชัดๆ ฟ้าผ่าสุดโหด
ดูชัดๆ ฟ้าผ่าสุดโหด

เปิดอ่าน 39,011 ครั้ง
กีฬาฟุตบอล มาจากไหน?
กีฬาฟุตบอล มาจากไหน?

เปิดอ่าน 109,744 ครั้ง
ดาวน์โหลดเกณฑ์ประเมิน วฐ.(เดิม) ว25
ดาวน์โหลดเกณฑ์ประเมิน วฐ.(เดิม) ว25

เปิดอ่าน 32,475 ครั้ง
สัมภาษณ์ "น้องเรนนี่" เด็กไทยอัจฉริยะ สอบได้คะแนนอันดับที่ 1 ของโลก
สัมภาษณ์ "น้องเรนนี่" เด็กไทยอัจฉริยะ สอบได้คะแนนอันดับที่ 1 ของโลก

เปิดอ่าน 21,521 ครั้ง
รอบรู้เกี่ยวกับเรื่องของ พ.ร.บ. ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ
รอบรู้เกี่ยวกับเรื่องของ พ.ร.บ. ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ

เปิดอ่าน 26,059 ครั้ง
ประวัติของทุเรียนในประเทศไทย
ประวัติของทุเรียนในประเทศไทย

เปิดอ่าน 24,067 ครั้ง
วิจัยพบ "สารสกัดสาหร่ายพวงองุ่น" ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
วิจัยพบ "สารสกัดสาหร่ายพวงองุ่น" ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

เปิดอ่าน 38,812 ครั้ง
ฝนดาวตกเจมินิดส์
ฝนดาวตกเจมินิดส์

เปิดอ่าน 14,909 ครั้ง
ADT โรคใหม่มาแรงของผู้บริหารและมนุษย์ออฟฟิศ
ADT โรคใหม่มาแรงของผู้บริหารและมนุษย์ออฟฟิศ

เปิดอ่าน 92,633 ครั้ง
หลักการใช้ Verb to have
หลักการใช้ Verb to have

เปิดอ่าน 19,746 ครั้ง
เทศกาล ไหว้พระจันทร์
เทศกาล ไหว้พระจันทร์

เปิดอ่าน 13,188 ครั้ง
ตูนส์ศึกษา : เด็กจะกระตือรือร้นและมีความสุขในการเรียนเมื่อใด......ภาพนี้มีคำตอบ
ตูนส์ศึกษา : เด็กจะกระตือรือร้นและมีความสุขในการเรียนเมื่อใด......ภาพนี้มีคำตอบ

เปิดอ่าน 13,519 ครั้ง
13 นิสัย (เสีย ๆ) ที่ทำให้ปวดหลังไม่เลิกรา
13 นิสัย (เสีย ๆ) ที่ทำให้ปวดหลังไม่เลิกรา

เปิดอ่าน 10,763 ครั้ง
ระวัง! อาหารจะทำให้คุณขาดน้ำ
ระวัง! อาหารจะทำให้คุณขาดน้ำ

เปิดอ่าน 19,104 ครั้ง
รู้จักเพื่อนบ้านอาเซียน
รู้จักเพื่อนบ้านอาเซียน

เปิดอ่าน 14,634 ครั้ง
ชมคลิป ครูนครสวรรค์ แปลงร่างเป็นฮีโร่ เด็กๆ ชอบมาก
ชมคลิป ครูนครสวรรค์ แปลงร่างเป็นฮีโร่ เด็กๆ ชอบมาก
เปิดอ่าน 17,601 ครั้ง
เครื่องออกกำลังที่มีสายเขย่าเอว ช่วยลดพุงได้จริงหรือ?
เครื่องออกกำลังที่มีสายเขย่าเอว ช่วยลดพุงได้จริงหรือ?
เปิดอ่าน 58,808 ครั้ง
ความหมายของเทคโนโลยี
ความหมายของเทคโนโลยี
เปิดอ่าน 22,606 ครั้ง
ดื่มเบียร์ทุกวัน ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้นได้
ดื่มเบียร์ทุกวัน ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้นได้
เปิดอ่าน 12,236 ครั้ง
จัดการผมยุ่งเหยิงยามเช้าตรู่อย่างไรดี
จัดการผมยุ่งเหยิงยามเช้าตรู่อย่างไรดี

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ