ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• พื้นที่ผิวและปริมาตรพีระมิด

ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์โดยใช้แบบฝึก ทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ผู้รายงาน นายจำรัส เขียวงาม

หน่วยงาน โรงเรียนบ้านหนองหล่ม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1

ปีการศึกษา 2560

บทคัดย่อ

การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และเพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองหล่ม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวนนักเรียน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าประกอบด้วยแบบทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 7 เล่ม เวลาเรียน 20 ชั่วโมง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีค่าระดับความยากง่ายที่มีค่าตั้งแต่ 0.45 – 0.82 และคัดเลือกข้อสอบที่มีค่าระดับความยากง่ายที่เหมาะสมมีค่าระดับความยากง่ายตั้งแต่ 0.45 – 0.77 ได้จำนวน 31 ข้อ และผลการวิเคราะห์ได้ข้อสอบที่มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ (-0.09 – 0.59) คัดเลือกข้อสอบที่มีค่าอำนาจจำแนกที่เหมาะสม มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.23 – 0.59 ได้จำนวน 31 ข้อ คัดเลือกข้อสอบที่มีค่าระดับความยากง่ายและค่าอำนาจจำแนกที่เหมาะสมตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จำนวน 30 ข้อ นำผลคะแนนจากการสอบมาหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบโดยใช้สูตรการคำนวณของ Kuder –Richardson – 20 (KR-20) ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.7416 และแบบวัดเจตคติของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตร ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 วิเคราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์การเรียนรู้ ที่อยู่ในเกณฑ์ความเที่ยงตรงตามเนื้อหาที่ใช้ได้ นำแบบวัดเจตคติที่ปรับปรุงแก้ไขตามที่ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อเสนอแนะ เพื่อประเมินความเที่ยงตรงตามเนื้อหาตลอดจนความเหมาะสมในการใช้ภาษา แล้วนำมาวิเคราะห์หาค่าความสอดคล้อง ดังนี้ นำผลการประเมินความสอดคล้อง (IOC) มาคัดเลือกข้อสอบที่มีค่า (IOC) ตั้งแต่ 0.5 ถึง 1.0 ผลการพิจารณาพบว่า ทุกข้อมีค่า IOC มากกว่า 0.5 คือ มีค่าตั้งแต่ 0.6-1.0 ผู้ศึกษาจึงคัดเลือกไว้ 30 ข้อ นำคะแนน ที่ได้มาคำนวณหาค่าความเที่ยง (Reliability) ทั้งฉบับ โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา (α-Coefficient) ของ Cronbach ได้ค่าความเที่ยง 0.771 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาค่าความเที่ยงตรง(Validity) การหาค่าความยากง่าย(p) การหาค่าอำนาจจำแนก( r ) และการหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability)

ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏ ดังนี้

ผลการสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร

รายวิชา คณิตศาสตร์ ค23101 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนบ้านหนองหล่ม จังหวัดพะเยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 พบว่า แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์นี้มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด (x ̅= 4.56 และ S.D. = 0.55 )และประสิทธิภาพรวม ของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร มีประสิทธิภาพE1/E2 เท่ากับ 87.63/88.67 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 75/75 เป็นไปตามสมมติฐานของการศึกษาข้อที่ 1

ผลการเปรียบเทียบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

โรงเรียนบ้านหนองหล่ม ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร

มีค่าเฉลี่ยร้อยละก่อนเรียนเท่ากับ 38.00 และค่าเฉลี่ยร้อยละหลังเรียนเท่ากับ 82.67 ซึ่งสูงกว่า

ค่าเฉลี่ยร้อยละก่อนเรียนและสูงกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดไว้ที่ร้อยละ 70 เป็นไปตามสมมติฐาน

ของการศึกษาข้อที่ 2

ผลการศึกษาเจตคติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองหล่ม

ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก คือ มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.26 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.67เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า

ข้อ 6.ข้าพเจ้าเชื่อว่าวิชาคณิตศาสตร์มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต และข้อ 5ข้าพเจ้ารู้สึกว่าวิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่น่าเบื่อหน่าย มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.70 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.48 รองลงมา คือ ข้อ 8.ข้าพเจ้าคิดว่าการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เป็นสิ่งท้าทาย และข้อ 14 ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์ไม่มีเนื้อหาใหม่ที่น่าสนใจ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.52 รองลงมา คือ ข้อ 9 วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ยากสำหรับข้าพเจ้า ข้อ 12 ข้าพเจ้าอยากให้หมดเวลาเร็วๆ เมื่อเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และ ข้อ 23 หนังสือเรียน สื่อการสอน นวัตกรรมไม่หลากหลาย ไม่น่าสนใจ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกเบื่อเมื่อเรียนคณิตศาสตร์

มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.50 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.71 เป็นไปตามสมมติฐานของการศึกษาข้อที่ 3

โพสต์โดย จำรัส เขียวงาม : [25 พ.ค. 2561 เวลา 21:35 น.]
อ่าน [920] ไอพี : 134.236.2.0
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ