บทคัดย่อ
การวิจัยผลการใช้สื่อชุดการเรียนรู้แบบสตีมศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้แบบสตีมศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดการเรียนรู้แบบสตีมศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนรู้แบบสตีมศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนเทศบาลวัดเขียน สังกัดเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 34 คน ได้มาโดยการใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ชุดการเรียนรู้แบบสตีมศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ จำนวน 3 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 ฉบับ มี 30 ข้อ เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนรู้แบบสตีมศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่
ผลการวิจัยพบว่า
1. การหาประสิทธิภาพชองชุดการเรียนรู้แบบสตีมศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ มีประสิทธิภาพด้านกระบวนการ ( ) ร้อยละ 82.94 และประสิทธิภาพด้านผลลัพธ์ ( ) ร้อยละ 83.43 แสดงว่ามีประสิทธิภาพ 82.94/83.43 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด 80/80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนด้วยชุดการเรียนรู้แบบสตีม
ศึกษา เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ สูงกว่าก่อนเรียน มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3.นักเรียนที่เรียนด้วยชุดการเรียนรู้แบบสตีมศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก