ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนากลยุทธ์การนำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผล ของโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาสภาพแวดล้อมและแนวทางการสนับสนุน นโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผล 2) พัฒนากลยุทธ์การนำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผล 3) เพื่อประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้และประโยชน์ของกลยุทธ์การทำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผล 4) เพื่อทดลองใช้และประเมินความพึงพอใจต่อกลยุทธ์การนำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีการวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพแวดล้อมและแนวทางการสนับสนุนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผลโดยการศึกษาสภาพแวดล้อมของโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) กลุ่มเป้าหมายได้แก่ คณะกรรมการบริหารโรงเรียน จำนวน 30 คน โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และสรุปอุปนัย (Analytic lnduction) และศึกษารายกรณี (Case Study) แนวทางการสนับสนุนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ของสำนักการศึกษา เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี กลุ่มเป้าหมายได้แก่บุคลากรในสำนักการศึกษา เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จำนวน 5 คน โดยการสัมภาษณ์วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และสรุปอุปนัย (Analytic lnduction) ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนากลยุทธ์การนำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้สู่การปฏิบัติที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา จำนวน 9 คน โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และสรุปอุปนัย (Analytic lnduction) ขั้นตอนที่ 3 การประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้และประโยชน์ของกลยุทธ์การนำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้สู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผลโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ คณะกรรมการบริหารโรงเรียน จำนวน 30 คน โดยใช้แบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้และประโยชน์ของนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผล มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย และขั้นตอนที่ 4 การทดลองใช้และประเมินความพึงพอใจต่อกลยุทธ์การนำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้สู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผล โรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 622 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1- มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) จำนวน 234 คน ได้มาโดยใช้วิธีตารางสำเร็จรูปของ krejcie และ Morgen ครูผู้สอน จำนวน 43 คน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ผู้ปกครองนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 622 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้จำนวน 234 คน ได้มาโดยใช้วิธีตารางสำเร็จรูป krejcie และ Morgen วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย

ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการศึกษาสภาพแวดล้อมและแนวทางการสนับสนุนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผล 1.1) ผลการศึกษาสภาพแวดล้อมของโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีพบว่าสภาพแวดล้อมภายในเป็นจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อนและสภาพแวดล้อมภายนอกมีปัจจัยที่เป็นโอกาสมากว่าอุปสรรค โดยเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า สภาพแวดล้อมของโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) ได้จากการประชุมเชิงปฏิบัติการ (ปัจจัยภายใน) มี 7 ด้าน ได้แก่ ด้านยุทธศาสตร์ เป็นจุดแข็ง 5 ประเด็น เป็นจุดอ่อน 4 ประเด็น ด้านโครงสร้างองค์กร เป็นจุดแข็ง 4 ประเด็น เป็นจุดอ่อน 1 ประเด็น ด้านระบบองค์กร เป็นจุดแข็ง 6 ประเด็น เป็นจุดอ่อน 1 ประเด็น ด้านทักษะและประสบการณ์ เป็นจุดแข็ง 5 ประเด็น เป็นจุดอ่อน 2 ประเด็น ด้านคุณค่าร่วม เป็นจุดแข็ง 3 ประเด็น เป็นจุดอ่อน 1 ประเด็น ด้านบุคลากร เป็นจุดแข็ง 4 ประเด็น เป็นจุดอ่อน 2 ประเด็น ด้านรูปแบบการบริหารจัดการ เป็นจุดแข็ง 4 ประเด็น เป็นจุดอ่อน 1 ประเด็น สภาพแวดล้อมของโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) ได้จาการประชุมเชิงปฏิบัติการ (ปัจจัยภายนอก) มี 5 ด้าน ได้แก่ ด้านลูกค้า หรือผู้รับบริการเป็นโอกาส 2 ประเด็น เป็นอุปสรรค 2 ประเด็น ด้านสถานการณ์ ทางการเมืองเป็นโอกาส 3 ประเด็น เป็นอุปสรรค 1 ประเด็น ด้านเศรษฐกิจ เป็นโอกาส 2 ประเด็น เป็นอุปสรรค 1 ประเด็น ด้านสังคม เป็นโอกาส 3 ประเด็น เป็นอุปสรรค 1 ประเด็น ด้านเทคโนโลยี เป็นโอกาส 3 ประเด็น เป็นอุปสรรค 2 ประเด็น 1.2) ผลการศึกษาแนวทางการสนับสนุนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผลของสำนักการศึกษา เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีใน 3 ด้าน คือ ด้านการบริหารจัดการ ด้านการจัดการเรียนรู้ และด้านการนิเทศการศึกษา 2) ผลการสร้างกลยุทธ์การทำนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้สู่การปฏิบัติหมอสม กับสภาพแวดล้อมโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง)ประกอบด้วย 4 ด้านดังนี้ ด้านที่ 1 ด้านการบริหารบุคลากรประกอบด้วย 7 กลยุทธ์ด้านที่ 2 ด้านการบริหารวัสดุอุปกรณ์และสื่ออำนวยความสะดวกประกอบด้วย 5 กลยุทธ์ด้านที่ 3 ด้านการบริหารงบประมาณประกอบด้วย 2 กลยุทธ์ ด้านที่ 4 ด้านการบริหารจัดการ ประกอบด้วย 9 กลยุทธ์ 3) ผลการประเมินกลยุทธ์การทำนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้สู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผลโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) ดังนี้ การประเมิน ความเหมาะสมค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ครูและนักมีส่วนร่วมในการกำหนดกิจกรรมการจัดการเรียนการสอน ตามความสนใจของนักเรียน และจัดทำกำหนดการสอนและออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องและตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียนเท่ากับ 4.83 ค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ โรงเรียนส่งเสริมให้ครูและนักเรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดวิธีการซ้อมอย่างหลากหลายโรงเรียนจัดประชุมหรือสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้และส่งเสริมความเป็นเลิศความถนัดและศักยภาพของนักเรียนเท่ากับ 4.80

โพสต์โดย ฐิ : [5 มี.ค. 2562 เวลา 14:12 น.]
อ่าน [145] ไอพี : 171.6.246.29
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ