|
Advertisement
|
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ โดยใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและคำขวัญจังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดทางประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ผู้วิจัย นางสาวเขมิกา ศรีธรรมานุสาร
ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์
สำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา
ปีที่ดำเนินการ 2560-2561
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ โดยใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและคำขวัญจังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดทางประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญ 1) เพื่อศึกษาความต้องการเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ โดยใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและคำขวัญจังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดทางประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยการทดลองใช้ และประเมินผลการใช้รูปแบบ ประเมินความรู้ความเข้าใจในการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ ส23106 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ก่อนและหลังการใช้รูปแบบ และศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนต่อรูปแบบ ผู้วิจัยดำเนินการตามขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ดังนี้ ผู้วิจัยได้ดาเนินการตามขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การวิจัย (Research: R1) การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis: A) การศึกษาข้อมูลขั้นพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนา (Development: D1) การออกแบบและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ (Design and Development: D and D) ขั้นตอนที่ 3 การวิจัย (Research: R2) การนำไปใช้ (Implementation : I) การทดลองใช้รูปแบบการจัดการการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 4 การพัฒนา (Development: D2) การประเมินผล (Evaluation: E) การประเมินและปรับปรุงแก้ไขรูปแบบการจัดการเรียนการสอน โดยใช้แบบแผนการวิจัยแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน (One Group Pretest Posttest Design) มีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าทีแบบไม่มีอิสระ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ โดยใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและคำขวัญจังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดทางประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีดังนี้
1. ความต้องการเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อยู่ในระดับมาก รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ โดยใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและคำขวัญจังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดทางประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีประสิทธิภาพ อยู่ในระดับมาก
2. การทดลองใช้รูปแบบ พบว่า ผู้เรียนมีกระบวนการคิดทางประวัติศาสตร์เกิดขึ้น ผู้เรียนมีคะแนนในการประเมินความรู้ความเข้าใจก่อนและหลังการใช้รูปแบบในการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ ส23106 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ โดยใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและคำขวัญจังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดทางประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อยู่ในระดับมาก
|
โพสต์โดย ครูเต้ย : [30 พ.ค. 2562 เวลา 14:29 น.] อ่าน [104412] ไอพี : 223.205.232.244
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 2,954 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 45,291 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,440 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 94,411 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,810 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,826 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,471 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 34,095 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 23,744 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,506 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 21,253 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 23,656 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,667 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 2,072 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,055 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 17,738 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,950 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 1,396 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,973 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,431 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|