ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การประเมินผลโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านกาดถี

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การประเมินผลโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านกาดถี อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านกาดถี ปีการศึกษา 2560 โดยใช้รูปแบบซิปป์ (CIPP Model) ของ Daniel L. Stufflebeam ซึ่งประกอบด้วย 4 ด้าน คือ 1) ประเมินด้านสภาพบริบท (Context Evaluation) 2) ประเมินด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) 3) ประเมินด้านกระบวนการ (Process Evaluation) และ 4) ประเมินด้านผลผลิต (Product Evaluation) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ จำนวน 61 คนประกอบด้วย ครู จำนวน 8 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 จำนวน 23 คน ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 23 คน และกรรมการสถานศึกษา จำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลมี 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 แบบสอบถามประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านกาดถี สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาฉบับที่ 2 แบบสอบถามประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านกาดถี สำหรับนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.)

สรุปผลการประเมินโครงการ

1. ผลการประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านกาดถี จากการตอบแบบสอบถามของครูผู้ปฏิบัติงานโครงการจำนวน 8 คน ใน สรุปผล ได้ดังนี้

1.1 ด้านสภาพบริบท (Context )

มีผลการประเมิน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.50, S.D. = 0.49) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีระดับมากที่สุด คือ โครงการมีหลักการการดำเนินการที่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2545 และ ฉบับที่ 3 ที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2553 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโครงการมีหลักการการดำเนินการที่สอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ นโยบาย พันธกิจ เป้าประสงค์ของโรงเรียน (ค่าเฉลี่ย = 4.75, S.D. = 0.46) รองลงมา มีความเหมาะสมในระดับมากทุกรายการ ตามลำดับ

1.2 ด้านปัจจัยนำเข้า (Input)

มีผลการประเมินโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.40, S.D. = 0.53) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าข้อที่มีระดับมากที่สุด คือ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานมีความเหมาะสม (ค่าเฉลี่ย = 4.88, S.D. = 0.35) รองลงมา คือ มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ/คอมพิวเตอร์ (ค่าเฉลี่ย = 4.75, S.D. = 0.46) มีการเป็นผู้นำในการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและมีความรัก ความเอื้ออาทร และเข้าใจนักเรียน (ค่าเฉลี่ย = 4.63, S.D. = 0.52) รองลงมามีความเหมาะสมในระดับมากทุกรายการตามลำดับ

1.3 ด้านกระบวนการ (Process)

1) ผลการประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของขั้นตอนการดำเนินงานของโครงการโดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อรายการ พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากทุกข้อ ข้อที่มีความเหมาะสมสูงสุด (ค่าเฉลี่ย = 4.39, S.D. = 0.62) คือ ขั้นการดำเนินงานโครงการ (ค่าเฉลี่ย = 4.40, S.D. = 0.53) รองลงมา คือ ขั้นการประเมินผล สรุปผล และรายงาน(ค่าเฉลี่ย = 4.40, S.D. = 0.62) และขั้นเตรียมการโครงการ(ค่าเฉลี่ย = 4.38, S.D. = 0.57) ตามลำดับ

2) ผลการประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสม ของการดำเนินงานของโครงการโดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.55, S.D. = 0.53) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าข้อที่มีระดับความเหมาะสมสูงสุดในระดับมากที่สุด คือ การคัดกรองนักเรียน (ค่าเฉลี่ย = 4.75, S.D. = 0.41) และการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล จากการเยี่ยมบ้านของนักเรียน (ค่าเฉลี่ย = 4.75, S.D. = 0.44) รองลงมามีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด คือ การส่งต่อนักเรียน (ค่าเฉลี่ย = 4.69, S.D. = 0.47) การศึกษาข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล (ค่าเฉลี่ย = 4.66, S.D. = 0.49) กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน (ค่าเฉลี่ย = 4.59, S.D. = 0.45) กิจกรรมป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด (ค่าเฉลี่ย = 4.56, S.D. = 0.56) การประชุมผู้ปกครองนักเรียน (ค่าเฉลี่ย = 4.53, S.D. = 0.55) กิจกรรมโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ (ค่าเฉลี่ย = 4.53, S.D. = 0.57) กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน (ค่าเฉลี่ย = 4.53, S.D. = 0.58) และกิจกรรมอบรมค่ายคุณธรรมจริยธรรม (ค่าเฉลี่ย = 4.53, S.D. = 0.60) ตามลำดับ

1.4 ด้านผลผลิต (Product )

1) ผลการประเมิน ด้านผลผลิตเกี่ยวกับคุณภาพนักเรียน โดยภาพรวม พบว่า มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.61, S.D. = 0.51) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด คือ นักเรียนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน และสังคม (ค่าเฉลี่ย = 4.75, S.D. = 0.37) รองลงมาคือ นักเรียนมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตและสุขนิสัยที่ดี (ค่าเฉลี่ย = 4.63, S.D. = 0.56) และนักเรียนมีทักษะชีวิตสามารถหลีกเลี่ยง ป้องกันภัยอันตรายและพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ (ค่าเฉลี่ย = 4.58, S.D. = 0.58) ตามลำดับ

2) ผลการประเมินด้านผลผลิตเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงาน โดยภาพรวม พบว่า ความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.61, S.D. = 0.39) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าข้อที่มีความพึงพอใจมากที่สุดคือ การคัดกรองนักเรียน (ค่าเฉลี่ย = 4.91, S.D. = 0.13) รองลงมา คือ การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล (ค่าเฉลี่ย = 4.90, S.D. = 0.23) การส่งเสริมและพัฒนานักเรียน (ค่าเฉลี่ย = 4.63, S.D. = 0.53) ตามลำดับ

3) ผลการประเมินด้านผลผลิตเกี่ยวกับบุคลากร โดยภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.60, S.D. = 0.53) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ข้อที่มีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ผู้บริหารเป็นผู้นำ บริหารจัดการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างเป็นระบบคณะกรรมการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือมีความเหมาะสมและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติที่ดีต่อการปฏิบัติงานต่อการปฏิบัติงานระบบดูแลช่วยเหลือเพิ่มขึ้น (ค่าเฉลี่ย = 4.75, S.D. = 0.46) รองลงมา คือ บุคลากรได้รับการนิเทศ ติดตาม ประเมินผลและมีขวัญกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติงาน (ค่าเฉลี่ย = 4.50, S.D. = 0.53) ตามลำดับ

2. ผลการประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียนโรงเรียนบ้านกาดถี จากการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีต่อการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านกาดถี

2.1 ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียนและกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับคุณภาพนักเรียนและการมีส่วนร่วม ในภาพรวมมีความพอใจอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.45, S.D. = 0.71) เมื่อได้พิจารณาเป็นรายข้อรายการ พบว่า มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด ข้อรายการที่มีระดับความพึงพอใจสูงสุดอยู่ใสระดับมากที่สุด ได้แก่ ด้านส่วนร่วม (ค่าเฉลี่ย = 4.57, S.D. = 0.64) รองลงมา ได้แก่ ด้านคุณภาพนักเรียน จากการที่นักเรียนมีทักษะชีวิต สามารถหลีกเลี่ยงป้องกันภัยอันตราย และพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ (ค่าเฉลี่ย = 4.57, S.D. = 0.66) นักเรียนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน และสังคม (ค่าเฉลี่ย = 4.55, S.D. = 0.58) นอกจากนั้นมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ด้านคุณภาพนักเรียน โดยนักเรียนมีความร่าเริง แจ่มใส มีมนุษยสัมพันธ์ และปรับตัว (ค่าเฉลี่ย=4.40, S.D.=0.72) นักเรียนมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตและสุขนิสัยที่ดี (ค่าเฉลี่ย = 4.31, S.D. = 0.79) และนักเรียนรู้จักตนเองและพึ่งตนเอง (ค่าเฉลี่ย = 4.29, S.D. = 0.84) ตามลำดับ

2.2 สรุปผลของการสอบถามความคิดเห็นด้านการเสนอแนะต่อการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนบ้านกาดถี จากการตอบแบบสอบถามปลายเปิด มีดังนี้

1) ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดกับการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน

(1) ครูมีภาระงานที่ต้องรับผิดชอบหลายด้านในโรงเรียน และต้องมารับผิดชอบในการกรอกเอกสารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพิ่มภาระงานอีก

(2) การนิเทศติดตามงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากผู้บังคับบัญชา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรมีการปฏิบัติให้อยู่ในระดับที่มากที่สุด

(3) การประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบอย่างทั่วถึงให้มากที่สุด

(4) การรายงานข้อมูลของนักเรียน ผู้ปกครองและครูบางครั้งข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง

2) แนวทางในการแก้ไขปัญหาตามข้อ 1 ควรจะแก้ไขด้วยวิธีการใด

(1) จัดระบบเอกสารในการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน ให้ลดการกรอกข้อมูลที่ซ้ำซ้อนและมอบหมายงานในหน้าที่ให้เหมาะสม

(2) จัดทำแผนการนิเทศ ปฏิทินการนิเทศ มีการนิเทศอย่างต่อเนื่องและให้ขวัญและกำลังใจแก้ผู้ที่ปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ

(3) ประสานความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครองนักเรียนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงกัน

(4) ควรจัดค่ายอบรมพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมให้กับนักเรียนบ่อยๆ

3) ข้อเสนอแนะเพื่อให้การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด

(1) การดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

(2) ควรมีการประชุมชี้แจงและสร้างตระหนักให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้แก่ ครู ผู้ปกครอง นักเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้รับทราบข้อมูลและแนวทาง การดำเนินงาน

(3) ควรสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานตามระบบอย่างเหมาะสม ทั้งในส่วนของการจัดทำเอกสารต่างๆ รวมทั้งการออกเยี่ยมบ้านนักเรียนอย่างสม่ำเสมอและเป็นกิจกรรมต่อเนื่องในปีต่อไป ในการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เพียงพอ

(4) ควรมีการนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ตามระบบอย่างต่อเนื่อง

โพสต์โดย da : [3 ส.ค. 2562 เวลา 20:23 น.]
อ่าน [104771] ไอพี : 184.22.160.0
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 17,755 ครั้ง
เลิกตามใจลูก ปลูกวินัยวัยเด็ก
เลิกตามใจลูก ปลูกวินัยวัยเด็ก

เปิดอ่าน 4,736 ครั้ง
คู่มือการใช้ AI สำหรับครู นักเรียน โรงเรียน และผู้ปกครองในประเทศไทย พ.ศ. 2568
คู่มือการใช้ AI สำหรับครู นักเรียน โรงเรียน และผู้ปกครองในประเทศไทย พ.ศ. 2568

เปิดอ่าน 34,380 ครั้ง
ปวดหัว แก้ด้วยวารีบำบัด
ปวดหัว แก้ด้วยวารีบำบัด

เปิดอ่าน 22,193 ครั้ง
วันจักรี วันแห่งการระลึกถึงราชวงศ์จักรี 6 เมษายนของทุกปี
วันจักรี วันแห่งการระลึกถึงราชวงศ์จักรี 6 เมษายนของทุกปี

เปิดอ่าน 24,271 ครั้ง
"ย่านาง" ตำรับยาแก้ไข้ สมุนไพรอายุวัฒนะ
"ย่านาง" ตำรับยาแก้ไข้ สมุนไพรอายุวัฒนะ

เปิดอ่าน 5,851 ครั้ง
"ยาเสียสาว" คืออะไร? ต้องป้องกันตัวอย่างไร?
"ยาเสียสาว" คืออะไร? ต้องป้องกันตัวอย่างไร?

เปิดอ่าน 15,550 ครั้ง
ตูนส์ศึกษา : คุณสมบัติของครูในศตวรรษที่ 21 คือ...
ตูนส์ศึกษา : คุณสมบัติของครูในศตวรรษที่ 21 คือ...

เปิดอ่าน 12,941 ครั้ง
รณรงค์บริโภคผลไม้เพื่อสุขภาพ
รณรงค์บริโภคผลไม้เพื่อสุขภาพ

เปิดอ่าน 12,545 ครั้ง
กลุ่มคน 1%ของโลก ครอบครองทรัพย์สินกว่าครึ่งโลก
กลุ่มคน 1%ของโลก ครอบครองทรัพย์สินกว่าครึ่งโลก

เปิดอ่าน 10,666 ครั้ง
Windows 7 RC พร้อมให้ทดสอบแล้ว
Windows 7 RC พร้อมให้ทดสอบแล้ว

เปิดอ่าน 19,150 ครั้ง
รู้หรือไม่ สิทธิบัตรการออกแบบชิ้นแรก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา คือ...
รู้หรือไม่ สิทธิบัตรการออกแบบชิ้นแรก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา คือ...

เปิดอ่าน 13,486 ครั้ง
7 วิธีกินผักแบบไม่ขาดสารอาหาร รับเทศกาลเจ
7 วิธีกินผักแบบไม่ขาดสารอาหาร รับเทศกาลเจ

เปิดอ่าน 1,475 ครั้ง
5 วิธีรับมืออย่างเข้าใจ เมื่อรู้ว่าคนใกล้ตัวติดยาเสพติด
5 วิธีรับมืออย่างเข้าใจ เมื่อรู้ว่าคนใกล้ตัวติดยาเสพติด

เปิดอ่าน 6,697 ครั้ง
สสวท. แจกแผนการจัดการเรียนรู้วิชาเทคโนโลยีฟรี  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 5 อย่ารอช้าจัดให้ครบครัน
สสวท. แจกแผนการจัดการเรียนรู้วิชาเทคโนโลยีฟรี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 5 อย่ารอช้าจัดให้ครบครัน

เปิดอ่าน 10,406 ครั้ง
ตูนส์ศึกษา : กว่าจะถึงประถมศึกษาก็สายเสียแล้ว
ตูนส์ศึกษา : กว่าจะถึงประถมศึกษาก็สายเสียแล้ว

เปิดอ่าน 8,733 ครั้ง
แนะวิธีซื้อสมาร์ทโฟนอย่างคุ้มค่า
แนะวิธีซื้อสมาร์ทโฟนอย่างคุ้มค่า
เปิดอ่าน 208,490 ครั้ง
การหาประสิทธิภาพของนวัตกรรม
การหาประสิทธิภาพของนวัตกรรม
เปิดอ่าน 9,936 ครั้ง
ผลวิจัยใหม่พบ "ไวไฟ" อันตรายต่อเด็กกว่าผู้ใหญ่
ผลวิจัยใหม่พบ "ไวไฟ" อันตรายต่อเด็กกว่าผู้ใหญ่
เปิดอ่าน 17,096 ครั้ง
ชา จริงๆ แล้วดีกว่าน้ำ
ชา จริงๆ แล้วดีกว่าน้ำ
เปิดอ่าน 32,216 ครั้ง
แนวโน้มนโยบายด้านการศึกษาของโดนัลด์ ทรัมพ์
แนวโน้มนโยบายด้านการศึกษาของโดนัลด์ ทรัมพ์

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ