ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน
ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน
บทความการศึกษา โพสต์เมื่อวันที่ : 30 ธ.ค. 2558 เปิดอ่าน : 10,519 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน
Advertisement

โดย : รศ.วิทยากร เชียงกูล

การจัดการศึกษาของไทยรอบ 20 ปีได้ผลต่ำ ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ทั้งๆ มีการจัดสรรงบประมาณการศึกษาสูงกว่าเพื่อน

ราว 20% การจัดการศึกษาของไทยรอบ 20 ปีได้ผลต่ำ ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ทั้งๆ มีการจัดสรรงบประมาณการศึกษาสูงกว่าเพื่อนราว 20% ของงบประมาณของทั้งประเทศ และ 4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ที่ถ้าคิดเป็นตัวเม็ดเงินเพิ่มมาโดยตลอด ขณะที่ประชากรวัยเรียนมีจำนวนลดลง ปัญหารากเหง้าคือนักการเมืองและข้าราชการผู้เกี่ยวข้อง ทั้งไม่รู้เรื่องการปฏิรูปจริง และทั้งติดอยู่ในอำนาจผลประโยชน์ของตัวเอง

ในครูอาจารย์เองรอบ 10 ปีหลังได้ปรับเงินเดือนหลายครั้ง บวกกับเงินวิทยฐานะ รวมแล้วรายได้สูงขึ้นเกือบเท่าตัว เช่น ครูที่ที่มีเงินเดือน 15,000 บาท ในปี 2544 ได้รับเพิ่มเป็น 24,000-25,000 บาท ในปี 2553 แต่ไม่มีการปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอนให้มีคุณภาพทั่วทั้งประเทศจริง ผลสัมฤทธิ์การศึกษาของนักเรียนไทยโดยเฉลี่ยทั้งประเทศ ทั้งในการสอบระดับชาติและระหว่างชาติตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาหลักคือ การจัดการศึกษาแบบให้นักเรียนจดจำเนื้อหาและเรียนเพื่อสอบให้ผ่านมากกว่าที่จะเรียนแบบวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ นำไปใช้งาน แก้ปัญหาและพัฒนาสังคมได้จริงทำให้คนไทยส่วนใหญ่มีความรู้และทักษะที่จะนำไปใช้งานได้ในโลกจริงต่ำ ผู้บริหารชนชั้นนำไทยมักเรียนรู้แบบจำหลักการคร่าวๆ ต่างประเทศบางเรื่องได้แบบคร่าวๆ ไม่สามารถวิเคราะห์ปัญหาที่เป็นจริงของประเทศไทยอย่างเจาะลึกมากพอที่จะจับประเด็นใหญ่ได้ว่าปัญหาที่เป็นรากเหง้าของไทยจริงๆ แล้วอยู่ที่ไหน ควรจะประยุกต์หลักการ, วิธีการปฏิรูปการศึกษาของประเทศที่เขาทำสำเร็จอย่างไร จึงจะเหมาะสมกับไทย ซึ่งมีลักษณะเฉพาะต่างจากประเทศที่พัฒนาทางเศรษฐกิจและการเมืองมากกว่าไทย

การจะปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพให้ได้ผลจริงต้องมียุทธศาสตร์ มีโครงการเปลี่ยนแปลงการจัดการศึกษาทั้งระบบ (ครู, หลักสูตร, การสอน, การวัดผล, การบริหารจัดการ) ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน, สร้างกลไกในการวัด, การประเมินติดตามที่สามารถทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่แค่การเขียนเป้าหมาย หลักการ กฎหมาย โรดแมป แผนพัฒนาหลักสูตรแบบสวยๆ อย่างที่ทำมา นี่คือประเด็นที่ต้องวิเคราะห์กันอย่างวิพากษ์วิจารณ์ตรงไปตรงมาว่า ทำไมผู้บริหารการศึกษาไทยถึงชอบทำเสียของ คือปฏิรูปการศึกษาไม่ได้จริง ทำได้แค่แก้ไขปัญหาเป็นเรื่องๆ เท่าที่มองเห็นชัดว่าเป็นปัญหาแต่ไม่ได้แก้ไขปัญหาทั้งระบบอย่างครบวงจร

นายกฯ, คณะรัฐมนตรี, ผู้บริหารและข้าราชการ เกือบทั้งหมดอาจมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจ สังคม และปฏิรูปการศึกษาน้อย พวกเขาเองได้รับการศึกษาแบบเก่า เรียนแบบท่องจำเพื่อสอบเอาคะแนนและประกาศนียบัตร ติดอยู่ในระบบวัฒนธรรมการคิด, การทำงานแบบขุนนางข้าราชการที่แค่ทำงานตามกฎระเบียบก็ได้ขึ้นเงินเดือนทุกปีอยู่แล้ว ไม่มีใครมาประเมินผลการทำงานอย่างจริงจังเหมือนในภาคธุรกิจเอกชน นักบริหารการศึกษาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อผลหรือคุณภาพการจัดการศึกษา รับผิดชอบแค่ทำตามระเบียบ, การแก้ปัญหาเฉพาะเรื่องพอให้ผ่าน, และให้ผลงานเชิงปริมาณเดินหน้าไปได้ โดยไม่เป็นข่าวถูกใครจับผิดได้/ร้องเรียนก็เพียงพอแล้ว

ตัวปัญหาจริงๆ คือ ระบบการบริหาร (ทั้งการเมืองและระบบราชการ) แบบขุนนางที่มีลักษณะรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง และใช้อำนาจสั่งการลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นๆ ข้าราชการทำงานกันตามระเบียบ, ตามเจ้านาย เพื่อประโยชน์ (ตำแหน่ง, รายได้) ของตนเอง ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนทั้งหมด อาจแข่งขันกันเพื่อติวนักเรียนเก่งๆ ส่วนน้อยให้สอบแข่งขันเก่ง ทำชื่อเสียงให้โรงเรียนบ้าง แต่ไม่ได้ทุ่มเทพัฒนาผู้เรียนทั้งโรงเรียน แม้แต่ครูที่มีคุณภาพ, มีความตั้งใจที่มีดีอยู่บ้าง ก็ต้องทำงานตามระบบ, สอนตามหลักสูตรที่เน้นเนื้อหา, บรรยายมาก แต่พัฒนาผู้เรียนได้น้อย

รัฐบาล, ผู้บริหาร, ครูอาจารย์ เขียนโรดแมป, แผนพัฒนา, แผนปฏิรูป, ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษา ออกมาสวยๆ ว่าปัญหาคืออะไร จะต้องแก้ปัญหาตรงไหนมีแนวทางการปฏิรูปกี่ด้าน แต่เวลาที่พวกเขาลงมือทำจริง ได้แค่ทำงานแบบประนีประนอม แบบข้าราชการที่ค่อยทำไปเรื่อยๆ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ปัญหาทุจริต โยกย้ายคน ไปวันๆ รมต. ศึกษาฯ กี่คนๆ ก็ไม่ต่างกันมากคือ ไม่มีวิสัยทัศน์/ความกล้าที่จะปฏิรูปโครงสร้างแบบฟันธง ผ่าตัดใหญ่ เช่น เปลี่ยนแปลงวิธีการประเมินและปฏิรูปครูอย่างเอาจริง มักจะจำรูปแบบจากประเทศอื่นเป็นเรื่องๆ เช่น ประเทศอื่นครูเงินเดือนสูง ก็เพิ่มเงินเดือน ให้ค่าตอบแทนวิทยฐานะครูที่ส่งผลงานวิชาการมาขอตำแหน่งกัน

แต่สิ่งที่ควรทำคือ มีการประเมินครูตามความรู้ความสามารถ ความตั้งใจทำงาน ไม่ได้มีการฝึกอบรมครูใหม่ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, วิธีการสอน, การทำงานของครูทั้งประเทศให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

การปฏิรูปต้องหมายถึง การเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระของกระบวนการคัดเลือก, ผลิตครู และการส่งเสริมให้ครูต้องทำงานแบบมืออาชีพที่ต้องมีประสิทธิภาพสูง ได้ผลตอบแทนสูง การเปลี่ยนแปลงหลักสูตร, กระบวนการเรียนการสอน, การวัดผล เพื่อสร้างให้ผู้เรียนรักการอ่าน รู้วิธีการเรียนด้วยตนเอง คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ด้วยตัวเองเป็น, มีความรู้, ทักษะ, คุณสมบัติที่จะพัฒนาเป็นพลเมืองในโลกศตวรรษที่ 21 ได้อย่างแท้จริง

ถ้าจะฝึกให้ครูไทยคิดวิเคราะห์เป็น ควรทำอย่างอื่น เช่น ให้ทั้งผู้บริหารและครูทั้งประเทศไปเข้าสอบข้อสอบแนว PISA สำหรับนักเรียนอายุ 15 ปี ของ OECD เพื่อวัดว่าครูไทยมีความรู้ในวิชาพื้นฐานเรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ที่ใช้งานแบบคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ได้อยู่ระดับไหน จะได้เลิกจ้างสำหรับคนที่ได้คะแนนต่ำมาก หรือฝึกอบรมใหม่สำหรับคนได้คะแนนปานกลาง

ภาคประชาชน เช่น สมัชชาการศึกษาจังหวัด, คณะกรรมการการพัฒนาการศึกษาจังหวัด, องค์กรประชาชนต่างๆ ควรจัดตั้งกันขึ้นมาเพื่อเรียกร้องผลักดันการแก้ไขกฎหมาย เปลี่ยนแปลงระบบบริหารแบบรวมศูนย์ กระจายงบประมาณอำนาจการจัดการให้จังหวัด, เขต, สถาบันการศึกษา องค์กรภาคประชาชนเพิ่มขึ้น เช่น ให้งบอุดหนุนโรงเรียนที่องค์กรภาคประชาชนจัดตั้งกันขึ้นมาเป็นโรงเรียนอิสระ คล้ายโรงเรียนเอกชน จ่ายเป็นคูปองการศึกษาให้นักเรียนเลือกไปเรียนโรงเรียนของรัฐ, องค์กรปกครองท้องถิ่น, โรงเรียนอิสระ, โรงเรียนเอกชนได้อย่างอิสระ จะได้เกิดการแข่งขันในเชิงคุณภาพ และมีการจัดการศึกษาที่หลากหลาย สนองความต้องการของประชาชนและสังคมได้เพิ่มขึ้น

 

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 28 ธันวาคม 2558


Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยโอนโรงเรียนให้ท้องถิ่น

ปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยโอนโรงเรียนให้ท้องถิ่น
เปิดอ่าน 10,501 ครั้ง
แบบเรียนที่ไม่ได้มีไว้เลียนแบบ : นิ้วกลม

แบบเรียนที่ไม่ได้มีไว้เลียนแบบ : นิ้วกลม
เปิดอ่าน 8,611 ครั้ง
ศึกสายเลือด ศธ. : เกมชิงอำนาจที่มีแต่ “ผู้แพ้”?? ผู้เขียน จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ

ศึกสายเลือด ศธ. : เกมชิงอำนาจที่มีแต่ “ผู้แพ้”?? ผู้เขียน จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ
เปิดอ่าน 29,396 ครั้ง
8 นิสัยที่ฉุดให้การทำงานของคุณย่ำอยู่กับที่

8 นิสัยที่ฉุดให้การทำงานของคุณย่ำอยู่กับที่
เปิดอ่าน 13,279 ครั้ง
สแกน...ลดเวลาเรียน "3 สัปดาห์"บรรลุเป้า?

สแกน...ลดเวลาเรียน "3 สัปดาห์"บรรลุเป้า?
เปิดอ่าน 8,952 ครั้ง
ผลิต ใช้ และพัฒนาครูอย่างไร จึงจะนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพผู้เรียน

ผลิต ใช้ และพัฒนาครูอย่างไร จึงจะนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพผู้เรียน
เปิดอ่าน 8,413 ครั้ง
การจัดการเรียนการสอนในยุคโลกดิจิตอล

การจัดการเรียนการสอนในยุคโลกดิจิตอล
เปิดอ่าน 8,630 ครั้ง
สพฐ.พลิกโฉมโรงเรียน มุ่งเป้า ป.1 อ่านเขียนได้

สพฐ.พลิกโฉมโรงเรียน มุ่งเป้า ป.1 อ่านเขียนได้
เปิดอ่าน 4,283 ครั้ง
ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา-ปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ความต่อเนื่องทางนโยบาย?

ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา-ปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ความต่อเนื่องทางนโยบาย?
เปิดอ่าน 8,855 ครั้ง
ข้อคิดเห็นต่อการปรับโครงสร้าง กระทรวงศึกษาธิการ

ข้อคิดเห็นต่อการปรับโครงสร้าง กระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 10,672 ครั้ง
ปัดฝุ่น "สถาบันฝึกหัดครู" พัฒนาพลเมืองการศึกษาศตวรรษ 21

ปัดฝุ่น "สถาบันฝึกหัดครู" พัฒนาพลเมืองการศึกษาศตวรรษ 21
เปิดอ่าน 7,904 ครั้ง
การศึกษาในศตวรรษที่ 21 รร.ต้องร่างหลักสูตรให้เด็กเป็นผู้บริหาร

การศึกษาในศตวรรษที่ 21 รร.ต้องร่างหลักสูตรให้เด็กเป็นผู้บริหาร
เปิดอ่าน 6,815 ครั้ง
เครื่องมือเทคโนโลยีขั้นสูง ตอบโจทย์การศึกษาโลกในอนาคต

เครื่องมือเทคโนโลยีขั้นสูง ตอบโจทย์การศึกษาโลกในอนาคต
เปิดอ่าน 7,978 ครั้ง
ไขคำตอบ "โรงเรียน ครู อยู่อย่างไรในยุค4.0?"

ไขคำตอบ "โรงเรียน ครู อยู่อย่างไรในยุค4.0?"
เปิดอ่าน 39,358 ครั้ง
ความผูกพันสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?

ความผูกพันสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?
เปิดอ่าน 6,458 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ทำอย่างไร?...ถึงจะทำให้คนในชาติเกิดค่านิยมไทย
ทำอย่างไร?...ถึงจะทำให้คนในชาติเกิดค่านิยมไทย
เปิดอ่าน 6,295 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล
มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล
เปิดอ่าน 18,001 ☕ คลิกอ่านเลย

เดินหน้าปฏิรูป การวัดผลการศึกษา 59
เดินหน้าปฏิรูป การวัดผลการศึกษา 59
เปิดอ่าน 14,212 ☕ คลิกอ่านเลย

"ครู" คือ "ปูชนียบุคคล" หรือ "ผู้แจวเรือจ้าง"
"ครู" คือ "ปูชนียบุคคล" หรือ "ผู้แจวเรือจ้าง"
เปิดอ่าน 9,456 ☕ คลิกอ่านเลย

7 เทคนิคสร้าง KPI ยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
7 เทคนิคสร้าง KPI ยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
เปิดอ่าน 7,614 ☕ คลิกอ่านเลย

ปฏิรูปการศึกษาไทย เป็นเรื่องที่เหลวไหลและเลื่อนลอย
ปฏิรูปการศึกษาไทย เป็นเรื่องที่เหลวไหลและเลื่อนลอย
เปิดอ่าน 13,508 ☕ คลิกอ่านเลย

ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา-ปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ความต่อเนื่องทางนโยบาย?
ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา-ปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ความต่อเนื่องทางนโยบาย?
เปิดอ่าน 8,855 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เลค ฮิลเลอร์ ทะเลสาบสีชมพู ประเทศออสเตรเลีย
เลค ฮิลเลอร์ ทะเลสาบสีชมพู ประเทศออสเตรเลีย
เปิดอ่าน 22,984 ครั้ง

ม่วงส่าหรี
ม่วงส่าหรี
เปิดอ่าน 23,499 ครั้ง

อะไรอยู่ในเครื่องสำอางค์
อะไรอยู่ในเครื่องสำอางค์
เปิดอ่าน 8,219 ครั้ง

รามี (ramie) สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 17
รามี (ramie) สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 17
เปิดอ่าน 20,975 ครั้ง

111 ประโยคอังกฤษสั้นๆ เพื่อผู้เริ่มหัดสนทนา
111 ประโยคอังกฤษสั้นๆ เพื่อผู้เริ่มหัดสนทนา
เปิดอ่าน 44,384 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ