ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน

ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 30 ธ.ค. 2558 เปิดอ่าน : 8,290 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

โดย : รศ.วิทยากร เชียงกูล

การจัดการศึกษาของไทยรอบ 20 ปีได้ผลต่ำ ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ทั้งๆ มีการจัดสรรงบประมาณการศึกษาสูงกว่าเพื่อน

ราว 20% การจัดการศึกษาของไทยรอบ 20 ปีได้ผลต่ำ ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ทั้งๆ มีการจัดสรรงบประมาณการศึกษาสูงกว่าเพื่อนราว 20% ของงบประมาณของทั้งประเทศ และ 4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ที่ถ้าคิดเป็นตัวเม็ดเงินเพิ่มมาโดยตลอด ขณะที่ประชากรวัยเรียนมีจำนวนลดลง ปัญหารากเหง้าคือนักการเมืองและข้าราชการผู้เกี่ยวข้อง ทั้งไม่รู้เรื่องการปฏิรูปจริง และทั้งติดอยู่ในอำนาจผลประโยชน์ของตัวเอง

ในครูอาจารย์เองรอบ 10 ปีหลังได้ปรับเงินเดือนหลายครั้ง บวกกับเงินวิทยฐานะ รวมแล้วรายได้สูงขึ้นเกือบเท่าตัว เช่น ครูที่ที่มีเงินเดือน 15,000 บาท ในปี 2544 ได้รับเพิ่มเป็น 24,000-25,000 บาท ในปี 2553 แต่ไม่มีการปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอนให้มีคุณภาพทั่วทั้งประเทศจริง ผลสัมฤทธิ์การศึกษาของนักเรียนไทยโดยเฉลี่ยทั้งประเทศ ทั้งในการสอบระดับชาติและระหว่างชาติตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาหลักคือ การจัดการศึกษาแบบให้นักเรียนจดจำเนื้อหาและเรียนเพื่อสอบให้ผ่านมากกว่าที่จะเรียนแบบวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ นำไปใช้งาน แก้ปัญหาและพัฒนาสังคมได้จริงทำให้คนไทยส่วนใหญ่มีความรู้และทักษะที่จะนำไปใช้งานได้ในโลกจริงต่ำ ผู้บริหารชนชั้นนำไทยมักเรียนรู้แบบจำหลักการคร่าวๆ ต่างประเทศบางเรื่องได้แบบคร่าวๆ ไม่สามารถวิเคราะห์ปัญหาที่เป็นจริงของประเทศไทยอย่างเจาะลึกมากพอที่จะจับประเด็นใหญ่ได้ว่าปัญหาที่เป็นรากเหง้าของไทยจริงๆ แล้วอยู่ที่ไหน ควรจะประยุกต์หลักการ, วิธีการปฏิรูปการศึกษาของประเทศที่เขาทำสำเร็จอย่างไร จึงจะเหมาะสมกับไทย ซึ่งมีลักษณะเฉพาะต่างจากประเทศที่พัฒนาทางเศรษฐกิจและการเมืองมากกว่าไทย

การจะปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพให้ได้ผลจริงต้องมียุทธศาสตร์ มีโครงการเปลี่ยนแปลงการจัดการศึกษาทั้งระบบ (ครู, หลักสูตร, การสอน, การวัดผล, การบริหารจัดการ) ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน, สร้างกลไกในการวัด, การประเมินติดตามที่สามารถทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่แค่การเขียนเป้าหมาย หลักการ กฎหมาย โรดแมป แผนพัฒนาหลักสูตรแบบสวยๆ อย่างที่ทำมา นี่คือประเด็นที่ต้องวิเคราะห์กันอย่างวิพากษ์วิจารณ์ตรงไปตรงมาว่า ทำไมผู้บริหารการศึกษาไทยถึงชอบทำเสียของ คือปฏิรูปการศึกษาไม่ได้จริง ทำได้แค่แก้ไขปัญหาเป็นเรื่องๆ เท่าที่มองเห็นชัดว่าเป็นปัญหาแต่ไม่ได้แก้ไขปัญหาทั้งระบบอย่างครบวงจร

นายกฯ, คณะรัฐมนตรี, ผู้บริหารและข้าราชการ เกือบทั้งหมดอาจมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจ สังคม และปฏิรูปการศึกษาน้อย พวกเขาเองได้รับการศึกษาแบบเก่า เรียนแบบท่องจำเพื่อสอบเอาคะแนนและประกาศนียบัตร ติดอยู่ในระบบวัฒนธรรมการคิด, การทำงานแบบขุนนางข้าราชการที่แค่ทำงานตามกฎระเบียบก็ได้ขึ้นเงินเดือนทุกปีอยู่แล้ว ไม่มีใครมาประเมินผลการทำงานอย่างจริงจังเหมือนในภาคธุรกิจเอกชน นักบริหารการศึกษาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อผลหรือคุณภาพการจัดการศึกษา รับผิดชอบแค่ทำตามระเบียบ, การแก้ปัญหาเฉพาะเรื่องพอให้ผ่าน, และให้ผลงานเชิงปริมาณเดินหน้าไปได้ โดยไม่เป็นข่าวถูกใครจับผิดได้/ร้องเรียนก็เพียงพอแล้ว

ตัวปัญหาจริงๆ คือ ระบบการบริหาร (ทั้งการเมืองและระบบราชการ) แบบขุนนางที่มีลักษณะรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง และใช้อำนาจสั่งการลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นๆ ข้าราชการทำงานกันตามระเบียบ, ตามเจ้านาย เพื่อประโยชน์ (ตำแหน่ง, รายได้) ของตนเอง ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนทั้งหมด อาจแข่งขันกันเพื่อติวนักเรียนเก่งๆ ส่วนน้อยให้สอบแข่งขันเก่ง ทำชื่อเสียงให้โรงเรียนบ้าง แต่ไม่ได้ทุ่มเทพัฒนาผู้เรียนทั้งโรงเรียน แม้แต่ครูที่มีคุณภาพ, มีความตั้งใจที่มีดีอยู่บ้าง ก็ต้องทำงานตามระบบ, สอนตามหลักสูตรที่เน้นเนื้อหา, บรรยายมาก แต่พัฒนาผู้เรียนได้น้อย

รัฐบาล, ผู้บริหาร, ครูอาจารย์ เขียนโรดแมป, แผนพัฒนา, แผนปฏิรูป, ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษา ออกมาสวยๆ ว่าปัญหาคืออะไร จะต้องแก้ปัญหาตรงไหนมีแนวทางการปฏิรูปกี่ด้าน แต่เวลาที่พวกเขาลงมือทำจริง ได้แค่ทำงานแบบประนีประนอม แบบข้าราชการที่ค่อยทำไปเรื่อยๆ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ปัญหาทุจริต โยกย้ายคน ไปวันๆ รมต. ศึกษาฯ กี่คนๆ ก็ไม่ต่างกันมากคือ ไม่มีวิสัยทัศน์/ความกล้าที่จะปฏิรูปโครงสร้างแบบฟันธง ผ่าตัดใหญ่ เช่น เปลี่ยนแปลงวิธีการประเมินและปฏิรูปครูอย่างเอาจริง มักจะจำรูปแบบจากประเทศอื่นเป็นเรื่องๆ เช่น ประเทศอื่นครูเงินเดือนสูง ก็เพิ่มเงินเดือน ให้ค่าตอบแทนวิทยฐานะครูที่ส่งผลงานวิชาการมาขอตำแหน่งกัน

แต่สิ่งที่ควรทำคือ มีการประเมินครูตามความรู้ความสามารถ ความตั้งใจทำงาน ไม่ได้มีการฝึกอบรมครูใหม่ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, วิธีการสอน, การทำงานของครูทั้งประเทศให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

การปฏิรูปต้องหมายถึง การเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระของกระบวนการคัดเลือก, ผลิตครู และการส่งเสริมให้ครูต้องทำงานแบบมืออาชีพที่ต้องมีประสิทธิภาพสูง ได้ผลตอบแทนสูง การเปลี่ยนแปลงหลักสูตร, กระบวนการเรียนการสอน, การวัดผล เพื่อสร้างให้ผู้เรียนรักการอ่าน รู้วิธีการเรียนด้วยตนเอง คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ด้วยตัวเองเป็น, มีความรู้, ทักษะ, คุณสมบัติที่จะพัฒนาเป็นพลเมืองในโลกศตวรรษที่ 21 ได้อย่างแท้จริง

ถ้าจะฝึกให้ครูไทยคิดวิเคราะห์เป็น ควรทำอย่างอื่น เช่น ให้ทั้งผู้บริหารและครูทั้งประเทศไปเข้าสอบข้อสอบแนว PISA สำหรับนักเรียนอายุ 15 ปี ของ OECD เพื่อวัดว่าครูไทยมีความรู้ในวิชาพื้นฐานเรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ที่ใช้งานแบบคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ได้อยู่ระดับไหน จะได้เลิกจ้างสำหรับคนที่ได้คะแนนต่ำมาก หรือฝึกอบรมใหม่สำหรับคนได้คะแนนปานกลาง

ภาคประชาชน เช่น สมัชชาการศึกษาจังหวัด, คณะกรรมการการพัฒนาการศึกษาจังหวัด, องค์กรประชาชนต่างๆ ควรจัดตั้งกันขึ้นมาเพื่อเรียกร้องผลักดันการแก้ไขกฎหมาย เปลี่ยนแปลงระบบบริหารแบบรวมศูนย์ กระจายงบประมาณอำนาจการจัดการให้จังหวัด, เขต, สถาบันการศึกษา องค์กรภาคประชาชนเพิ่มขึ้น เช่น ให้งบอุดหนุนโรงเรียนที่องค์กรภาคประชาชนจัดตั้งกันขึ้นมาเป็นโรงเรียนอิสระ คล้ายโรงเรียนเอกชน จ่ายเป็นคูปองการศึกษาให้นักเรียนเลือกไปเรียนโรงเรียนของรัฐ, องค์กรปกครองท้องถิ่น, โรงเรียนอิสระ, โรงเรียนเอกชนได้อย่างอิสระ จะได้เกิดการแข่งขันในเชิงคุณภาพ และมีการจัดการศึกษาที่หลากหลาย สนองความต้องการของประชาชนและสังคมได้เพิ่มขึ้น

 

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 28 ธันวาคม 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน , ปฏิรูปประเทศไทย , รศ. วิทยากร เชียงกูล , ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน กับ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา : เจตนารมณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้รับ☕ คลิกอ่านเลย
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน กับ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา : เจตนารมณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้รับ
เปิดอ่าน 3,937 ครั้ง
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการศึกษาคุณภาพ : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย☕ คลิกอ่านเลย
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการศึกษาคุณภาพ : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย
เปิดอ่าน 9,080 ครั้ง
ไขข้อข้องใจ การบ้านยังจำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่หรือไม่?☕ คลิกอ่านเลย
ไขข้อข้องใจ การบ้านยังจำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่หรือไม่?
เปิดอ่าน 7,558 ครั้ง
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย☕ คลิกอ่านเลย
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย
เปิดอ่าน 10,310 ครั้ง
เจาะประเด็นการคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ : ธนชน มุทาพร☕ คลิกอ่านเลย
เจาะประเด็นการคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ : ธนชน มุทาพร
เปิดอ่าน 14,386 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ฮือฮา! ครูสาวสุดทุ่ม ตัดชุดบอดี้สูททั้งตัวสกรีนภาพเหมือนอวัยวะภายในร่างกายสอนวิชากายวิภาคฮือฮา! ครูสาวสุดทุ่ม ตัดชุดบอดี้สูททั้งตัวสกรีนภาพเหมือนอวัยวะภายในร่างกายสอนวิชากายวิภาค
เปิดอ่าน 10,488 ครั้ง
เดนมาร์ก แชมป์โลกความสุขเดนมาร์ก แชมป์โลกความสุข
เปิดอ่าน 5,783 ครั้ง
แบบเต็ม ๆ อีกครั้ง สำหรับชุดประจำชาติไทยสู่เวทีสากลแบบเต็ม ๆ อีกครั้ง สำหรับชุดประจำชาติไทยสู่เวทีสากล
เปิดอ่าน 19,370 ครั้ง
ปลูก "มะละกอ" สร้างรายได้ที่น่าทึ่งปลูก "มะละกอ" สร้างรายได้ที่น่าทึ่ง
เปิดอ่าน 11,450 ครั้ง
ดวงอาทิตย์ (The Sun) ดวงอาทิตย์ (The Sun)
เปิดอ่าน 10,866 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ