ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

ชื่อเรื่อง การพัฒนาศักยภาพครูด้านการทำวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนเนินยาง ประชาสามัคคี อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์

ชื่อเรื่อง การพัฒนาศักยภาพครูด้านการทำวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนเนินยาง

ประชาสามัคคี อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์

ผู้วิจัย นายอรุณ อิ่มสง่า

หน่วยงาน โรงเรียนเนินยางประชาสามัคคี อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์

องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์

ปีที่พิมพ์ 2562

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อวางแผนการพัฒนาศักยภาพครูด้านการทำวิจัยในชั้นเรียน 2) เพื่อนำแผนการพัฒนาศักยภาพครูด้านการทำวิจัยในชั้นเรียนไปใช้ 3) เพื่อประเมินผลการนำแผนการพัฒนาศักยภาพครูด้านการทำวิจัยในชั้นเรียนไปใช้ และ 4) เพื่อสะท้อนผลการใช้แผนการพัฒนาศักยภาพครูด้านการทำวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) กลยุทธ์ที่ใช้ในการพัฒนา คือ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาดูงาน และการนิเทศภายใน มีการดำเนินการพัฒนา 2 วงรอบ แต่ละวงรอบประกอบด้วย การวางแผน (Planning) การปฏิบัติ (Action) การสังเกต (Observation) และการสะท้อนผล (Reflection) ประกอบด้วยกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 27 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบ แบบประเมินผล แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ สถิติ ใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า

ผู้วิจัยได้สรุปผลการวิจัยเป็น 4 ด้าน ดังนี้

1. ผลการวางแผนการพัฒนาศักยภาพครูด้านการทำวิจัยในชั้นเรียน

ผลการศึกษากลยุทธ์การพัฒนา จากการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและ ความต้องการในการพัฒนา ได้ 3 กลยุทธ์ คือ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาดูงาน และการนิเทศภายใน ในวงรอบที่ 1 ใช้กลยุทธ์ 2 กลยุทธ์ คือการอบรมเชิงปฏิบัติและการศึกษา ดูงานและในวงรอบที่ 2 ใช้กลยุทธ์คือการนิเทศภายใน

2. ผลการนำแผนการพัฒนาศักยภาพครูด้านการทำวิจัยในชั้นเรียนไปใช้

2.1 การอบรมเชิงปฏิบัติการ พบว่า ครูกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียนมากขึ้นผลการทดสอบก่อนการอบรมมีค่าเฉลี่ย 12.99 และผล การทดสอบหลังการอบรมมีค่าเฉลี่ย 25.04 แสดงว่าครูผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียนเพิ่มขึ้น จากการได้รับการพัฒนาศักยภาพครูในการทำวิจัยในชั้นเรียน โดยมีความรู้ ความเข้าใจเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.17

2.2 การศึกษาดูงานนอกสถานที่ สรุปได้ว่าจากการเดินทางไปศึกษาดูงานทั้งสามโรงเรียนที่มีบริบทที่แตกต่างกัน ทำให้ได้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียนกลุ่มเป้าหมายเกิดความกระตือรือร้นและพึงพอใจ ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการทำวิจัยในชั้นเรียน มีเจตคติที่ดี มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน

2.3 ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการพัฒนาศักยภาพครูด้านการทำวิจัย ในชั้นเรียนส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้น คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในภาพรวมเพิ่มขึ้น โดยในปีการศึกษา 2561 มีค่าร้อยละเฉลี่ย 85.39 สูงกว่าค่าเฉลี่ย ในปีการศึกษา 2560 ที่มีค่าร้อยละเฉลี่ยเท่ากับ 80.36 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.03 แสดงให้เห็นว่าร้อยละของนักเรียนที่ได้รับการตัดสินผลการเรียนในปีการศึกษา 2561 ซึ่งเป็นปีการศึกษาที่ครูได้รับ การพัฒนาศักยภาพในการทำวิจัยในชั้นเรียน มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าปีการศึกษา 2560 ซึ่งครูยังไม่ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการทำวิจัยในชั้นเรียน

3. การประเมินการนำแผนการพัฒนาศักยภาพครูด้านการทำวิจัยในชั้นเรียนไปใช้

โดยใช้การนิเทศ กำกับ ติดตาม การปฏิบัติในการทำวิจัยในชั้นเรียนของกลุ่มเป้าหมาย พบว่า กลุ่มเป้าหมายทุกคนสามารถทำวิจัยในชั้นเรียนได้เป็นผลสำเร็จทั้ง 6 ขั้นตอน ซึ่งขั้นที่ครูมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด มี 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.80 ขั้นตอนการกำหนดคำถามมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.77 ขั้นตอนการตั้งข้อสงสัย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60 และขั้นตอนการทำความเข้าใจอยู่อันดับต่ำสุดมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.20

4. การสะท้อนผลการใช้แผนการพัฒนาศักยภาพครูด้านการทำวิจัยในชั้นเรียน

4.1 ในวงรอบที่ 1 สรุปได้ว่ากลุ่มเป้าหมายทำการวิเคราะห์ปัญหาเป็น รู้จัก การเรียงลำดับความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนได้เหมาะสม มีการศึกษานักเรียน เป็นรายบุคคล ทำให้ทราบปัญหาและสาเหตุที่ชัดเจน แสวงหาทางเลือกในการแก้ปัญหาที่ถูกต้องเหมาะสมกับผู้เรียนได้ การทำงานเป็นระบบมากขึ้น สามารถตรวจสอบข้อผิดพลาดของการทำงานในแต่ละขั้นตอนได้ เป็นการสร้างนิสัยและทักษะในการทำงานของครูให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น

4.2 ในวงรอบที่ 2 สรุปได้ว่า กลุ่มเป้าหมายดำเนินการได้บรรลุเป้าหมาย ได้ประสบการณ์ในการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนคนละหนึ่งเรื่องการนิเทศการทำวิจัย ในชั้นเรียน 3 ครั้ง รวมทั้งการสังเกต การสัมภาษณ์ การประเมินกลุ่มเป้าหมาย ขณะทำการวิจัย ในชั้นเรียน พบว่ากลุ่มเป้าหมาย มีความตั้งใจและเอาใจใส่ต่อการทำวิจัยด้วยดี มีการนำเครื่องมือหรือนวัตกรรมจากงานวิจัย วิทยานิพนธ์จากวารสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้องมาเป็นตัวอย่างหรือมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับงานวิจัยของตนเองมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะดำเนินการให้การวิจัยในชั้นเรียนสำเร็จสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ

โพสต์โดย อรุณ : [31 ส.ค. 2562 เวลา 08:41 น.]
อ่าน [102303] ไอพี : 49.230.107.248
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 32,258 ครั้ง
6 นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม
6 นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม

เปิดอ่าน 43,605 ครั้ง
ความสำคัญและความจำเป็นของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
ความสำคัญและความจำเป็นของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน

เปิดอ่าน 65,988 ครั้ง
4 พฤติกรรม "ผู้นำ" ที่ดี
4 พฤติกรรม "ผู้นำ" ที่ดี

เปิดอ่าน 14,127 ครั้ง
EQ กับวัยทำงาน
EQ กับวัยทำงาน

เปิดอ่าน 13,724 ครั้ง
ปรับลดเวลาเรียนเป็นสิ่งที่ดีมาก...ถ้าปรับหลักสูตรด้วย
ปรับลดเวลาเรียนเป็นสิ่งที่ดีมาก...ถ้าปรับหลักสูตรด้วย

เปิดอ่าน 22,416 ครั้ง
มวลอะตอม : เคมี
มวลอะตอม : เคมี

เปิดอ่าน 55,174 ครั้ง
แนวโน้มของเทคโนโลยีการศึกษาของไทย
แนวโน้มของเทคโนโลยีการศึกษาของไทย

เปิดอ่าน 13,444 ครั้ง
ลูกหมาเดินวนกินนม แบบกังหัน น่ารักมากครับ
ลูกหมาเดินวนกินนม แบบกังหัน น่ารักมากครับ

เปิดอ่าน 11,277 ครั้ง
5 วิธีในการตกลงเจรจาในภาษาอังกฤษให้เป็นผลสำเร็จ
5 วิธีในการตกลงเจรจาในภาษาอังกฤษให้เป็นผลสำเร็จ

เปิดอ่าน 11,744 ครั้ง
วิธีลดลอยแผลขรุขระบนใบหน้า
วิธีลดลอยแผลขรุขระบนใบหน้า

เปิดอ่าน 19,689 ครั้ง
อภิชาติ หาลำเจียก
อภิชาติ หาลำเจียก

เปิดอ่าน 13,918 ครั้ง
ชีวิตยิ่งใช้ ยิ่งได้กำไรกลับคืน
ชีวิตยิ่งใช้ ยิ่งได้กำไรกลับคืน

เปิดอ่าน 918,156 ครั้ง
แบบฟอร์มทางราชการ
แบบฟอร์มทางราชการ

เปิดอ่าน 44,147 ครั้ง
ทำไมคนญี่ปุ่นไม่แซงคิว...เรื่องดี ๆ ที่อยากให้อ่าน
ทำไมคนญี่ปุ่นไม่แซงคิว...เรื่องดี ๆ ที่อยากให้อ่าน

เปิดอ่าน 14,834 ครั้ง
ชมคลิป น้องปุ๊ กุลปรียา นักเรียนบุรีรัมย์ โชว์เล่านิทานไข่ทองคำยุคอาเซียน
ชมคลิป น้องปุ๊ กุลปรียา นักเรียนบุรีรัมย์ โชว์เล่านิทานไข่ทองคำยุคอาเซียน

เปิดอ่าน 31,593 ครั้ง
ศึกสายเลือด ศธ. : เกมชิงอำนาจที่มีแต่ "ผู้แพ้" ?? ผู้เขียน จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ
ศึกสายเลือด ศธ. : เกมชิงอำนาจที่มีแต่ "ผู้แพ้" ?? ผู้เขียน จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ
เปิดอ่าน 25,956 ครั้ง
มาตราวัด มาตราชั่ง กับมาตราเงินของสยาม
มาตราวัด มาตราชั่ง กับมาตราเงินของสยาม
เปิดอ่าน 19,777 ครั้ง
เอกสารการใช้ผลสอบ O-NET เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียน 80:20
เอกสารการใช้ผลสอบ O-NET เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียน 80:20
เปิดอ่าน 98,164 ครั้ง
เพลงค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการ
เพลงค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการ
เปิดอ่าน 92,582 ครั้ง
สุภาษิต-คำพังเพยเข้าถึงเด็กไทย แนะใช้บ่อย-สื่อเห็นภาพจริง
สุภาษิต-คำพังเพยเข้าถึงเด็กไทย แนะใช้บ่อย-สื่อเห็นภาพจริง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ