ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ทำไมคนญี่ปุ่นไม่แซงคิว...เรื่องดี ๆ ที่อยากให้อ่าน

ทำไมคนญี่ปุ่นไม่แซงคิว...เรื่องดี ๆ ที่อยากให้อ่าน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 20 มิ.ย. 2557 เปิดอ่าน : 35,075 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ทำไมคนญี่ปุ่นไม่แซงคิว...เรื่องดี ๆ ที่อยากให้อ่าน

Advertisement

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Charnvit Ks

            ทำไมคนญี่ปุ่นเข้าแถว ไม่แซงคิว บทความดี ๆ จาก ฮารา ชินทาโร่ อาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดมุมมองให้เข้าใจวัฒนธรรมชาวญี่ปุ่นมากขึ้น

            เห็นภาพความมีระเบียบวินัยของชาวญี่ปุ่นแล้วอดทึ่งไม่ได้ เพราะเราแทบไม่เคยเห็นภาพการยื้อแย่งแซงคิวเกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นเลย แม้แต่ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิถล่มเมื่อปี 2554 ยังปรากฏภาพชาวญี่ปุ่นเข้าแถวรอรับความช่วยเหลือจากทีมกู้ภัย และยังเข้าคิวต่อแถวซื้อสินค้าอย่างเป็นระเบียบ เป็นภาพน่าประทับใจที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก 

            สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้หลายคนอดตั้งคำถามอยู่ในใจไม่ได้ว่า เหตุใดชาวญี่ปุ่นจึงเข้าคิวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยขนาดนี้ แม้ตกอยู่ในภาวะที่ต้องเผชิญความยากลำบาก ฮารา ชินทาโร่  อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้วิเคราะห์เรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ ผ่านการโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก Hara Shintaro เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2557 ก่อนที่ข้อเขียนดังกล่าวจะถูกแชร์ต่อกันในโลกไซเบอร์ ดังนี้

"ทำไมคนญี่ปุ่นเข้าแถว (ไม่แซงคิว)

            ผมเองก็ไม่ทราบครับ ว่า ทำไมคนญี่ปุ่นเข้าคิวทุกครั้ง และแทบจะไม่มีใครกล้าแซงคิว มันเป็นหัวข้อที่น่าสนใจสำหรับงานวิจัยด้วย

            สาเหตุหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ มันเป็นวัฒนธรรมในสังคมญี่ปุ่น ถูกสอนตั้งแต่สมัยอนุบาลศึกษา ทั้งพ่อแม่ ทั้งครู และทั้งบรรดาผู้ใหญ่จะดุเด็ก ๆ ที่แซงคิวหรือไม่เข้าคิว ดังนั้น ตั้งแต่สมัยเด็ก เราก็เข้าใจว่า การแซงคิวนั้นเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ ที่นี่ขอสังเกตว่า นี่ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับดีหรือไม่ดีครับ แต่อยู่ที่ว่า ทำได้หรือทำไม่ได้ เนื่องจากว่าทุกครั้งพยายามจะแซงคิว เด็ก ๆ จะโดนผู้ใหญ่ดุ และไม่มีผู้ใหญ่ที่แซงคิว ทำให้เด็กรู้ว่า ฉันก็ทำไม่ได้

            อีกอย่าง คนที่แซงคิวถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่มีคุณค่า เพราะคนนั้นเป็นคนที่เห็นแก่ตัว ไม่เกรงใจคนอื่น และทำให้คนอื่นรอนานเพราะความเห็นแก่ตัวของตนเอง ในที่นี่ ขอสังเกตว่า ชาวญี่ปุ่นเน้นความตรงต่อเวลามาก (ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเป็นแบบนั้น แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนั้น) ดังนั้น การแซงคิวหมายความว่า คนที่แซงนั้นไม่ให้เกียรติต่อเวลาของคนอื่น เมื่อคนใดคนหนึ่งไม่เห็นคุณค่าในเวลาของคนอื่น คนนั้นก็ถูกมองว่าคนที่ไร้คุณค่า อีกนัยหนึ่ง เราก็กลัวว่า ถ้าเราแซงคิว เราจะถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่มีคุณค่า ดังนั้นเราก็ไม่ทำ

            อีกสาเหตุหนึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับสิทธิและความเท่าเทียมกัน แม้ว่าคนที่อยู่ข้างหน้าของแถวนั้นเป็นคนใดก็ตาม เราก็รู้สึกว่า เขามีสิทธิมากกว่าเรา แม้ว่าเราจะมีอำนาจสูงกว่า มีเงินมากกว่า มีการศึกษาสูงกว่า ตำแหน่งที่สูงกว่าก็ตาม ในแถวนั้น คนที่มีสิทธิมากที่สุดก็คือคนที่มาเร็วที่สุด คนนั้นเป็นใคร ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

            สังคมเราก็ยังเชื่อว่า การเข้าคิวนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะถ้าไม่มีคิว คนที่ได้เปรียบที่สุดก็คือ คนที่ไม่รู้จักคำว่า "อาย" เราก็ไม่อยากจะให้สังคมของเราเป็นสังคมที่คนที่ไม่รู้จักคำว่า "อาย" ได้เปรียบ ทุกคนก็ยอมรับที่จะเข้าแถว แม้ว่าแถวนั้นจะยาวเป็นหลายกิโลก็ตาม

            ในสังคมบางสังคม (ขอโทษด้วยนะครับ รวมถึงสังคมไทย) ในขณะที่เราเข้าแถว ผู้ใหญ่มาถึงที่นั้น มักจะมีคนที่ต้อนรับท่านผู้ใหญ่และบอกว่า "เชิญทางนี้นะค่ะ/ครับ" หลังจากนั้นก็จะให้บริการแก่ท่านผู้ใหญ่คนนั้นก่อนคนที่เข้าแถวเป็นเวลานาน ถ้าในประเทศญี่ปุ่น อาจจะมีคนที่ต้อนรับท่านผู้ใหญ่ (แม้ว่าหายาก) แต่คนที่ต้อนรับท่านผู้ใหญ่นั้นก็ต้องบอกว่า "ขอบคุณครับท่าน ขอโทษนะครับ วันนี้ คิวมันจะยาวหน่อยครับ

            โดยส่วนตัว ผมคิดว่า ความเจริญของสังคมไม่ได้อยู่ในวัตถุอย่างเดียว แต่เราถือว่า สังคมใดสังคมหนึ่งพัฒนามาแล้ว ในเมื่อคนที่ปฏิบัติตัวตามกฎระเบียบ ไม่เสียเปรียบ ในตรงกันข้าม ในสังคมใดสังคมหนึ่ง คนที่ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบยังได้เปรียบ สังคมนั้นถือว่ายังไม่เจริญ

            ตอนนี้ อยู่ในจังหวะที่มีข่าวดีเกี่ยวกับญี่ปุ่นเข้ามาเรื่อย ๆ ไม่ใช่ว่าประเทศญี่ปุ่นมีแต่สิ่งดี ๆ มีด้านมืดอีกมากมาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีสิ่งดี ๆ บางอย่างจริง เท่าที่ผมสังเกต ความแตกต่างระหว่างสังคมไทยกับญี่ปุ่นไม่ได้อยู่ที่สันดาน พันธุกรรม หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้หรือเปลี่ยนยาก แต่อยู่ที่การสะสมของข้อแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ มากกว่าครับ

            หนึ่งในความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ คือ การให้เกียรติต่อสิทธิของผู้อื่น ถ้าเราให้เกียรติต่อสิทธิของคนอื่นมากกว่านี้ แค่นิดเดียว โดยให้ความเกรงใจต่อผู้อื่นและความเคารพต่อสิทธิของเขา สังคมก็คงจะดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อครับ"

 

ขอบคุณที่มาจาก กระปุก.คอม

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ทำไมคนญี่ปุ่นไม่แซงคิว...เรื่องดี ๆ ที่อยากให้อ่าน , , ทำไมคนญี่ปุ่นไม่แซงคิว...เรื่องดี , , ที่อยากให้อ่าน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ดื่มนม ยืดอายุ

ดื่มนม ยืดอายุ
เปิดอ่าน 12,559 ครั้ง
คลิกอ่าน!
ตำนาน ชา

ตำนาน ชา
เปิดอ่าน 7,856 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ฟ้า กับ เหว☕ คลิกอ่านเลย
ฟ้า กับ เหว
เปิดอ่าน 12,660 ครั้ง
☕ คลิกอ่านเลย
'17 ท่านวดง่ายๆ' ช่วยลูกน้อย 'ผ่อนคลาย-สุขภาพดี'
เปิดอ่าน 8,413 ครั้ง
เช็กสุขภาพ 12 ราศี พื้นดวงแบบนี้มีอะไรต้องระวัง☕ คลิกอ่านเลย
เช็กสุขภาพ 12 ราศี พื้นดวงแบบนี้มีอะไรต้องระวัง
เปิดอ่าน 12,976 ครั้ง
9 อาการ ป่วยเพราะน้ำ(ในตัว) ขึ้น-ลง☕ คลิกอ่านเลย
9 อาการ ป่วยเพราะน้ำ(ในตัว) ขึ้น-ลง
เปิดอ่าน 10,267 ครั้ง
อาหาร 10 อย่างที่ควรมีไว้ในตู้เย็น☕ คลิกอ่านเลย
อาหาร 10 อย่างที่ควรมีไว้ในตู้เย็น
เปิดอ่าน 9,562 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เตือน แมงกะพรุนกล่อง อาละวาด พิษแรง สัมผัสถึงตายเตือน แมงกะพรุนกล่อง อาละวาด พิษแรง สัมผัสถึงตาย
เปิดอ่าน 7,530 ครั้ง
เปิดความหมายคำว่า... พ่อ... กับเรื่องดีๆ ที่น่ารู้ในพยัญชนะตัว พ.ทั้ง 6เปิดความหมายคำว่า... พ่อ... กับเรื่องดีๆ ที่น่ารู้ในพยัญชนะตัว พ.ทั้ง 6
เปิดอ่าน 11,761 ครั้ง
อาการของมะเร็งที่อวัยวะต่าง ๆ อาการของมะเร็งที่อวัยวะต่าง ๆ
เปิดอ่าน 16,013 ครั้ง
ครูกับการจัดการเรียนการสอนครูกับการจัดการเรียนการสอน
เปิดอ่าน 81,795 ครั้ง
เจาะลึกความสำเร็จการบริหารโรงเรียนตามแนวทาง SLC ของร.ร.พุทธจักรวิทยา  สร้างฐานการเรียนรู้ที่เข้มแข็งให้นักเรียน ดันคะแนนเฉลี่ยโอเน็ตปี’62 พุ่งเจาะลึกความสำเร็จการบริหารโรงเรียนตามแนวทาง SLC ของร.ร.พุทธจักรวิทยา สร้างฐานการเรียนรู้ที่เข้มแข็งให้นักเรียน ดันคะแนนเฉลี่ยโอเน็ตปี’62 พุ่ง
เปิดอ่าน 14,733 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ