ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความ

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริม ความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียน

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ผู้วิจัย นางพวงรัตน์ เจดีย์รัตน์

ชื่อหน่วยงาน โรงเรียนเทศบาลวัดท้าวโคตร สำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช

ปีที่วิจัย 2562

บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชน เป็นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมือง ตามวิถีประชาธิปไตยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2) พัฒนารูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) ทดลองใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 4) ประเมินรูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลวัดท้าวโคตร สำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่กำลังเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 34 คน ซึ่งได้มาโดยการโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ รูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แบบสังเกตพฤติกรรมความเป็นพลเมืองความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) การทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระและการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลการวิจัยพบว่า

1) ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่นักเรียนต้องการ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ต้องการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

2) ผลการพัฒนารูปแบบการสอนที่ผู้วิจัยสังเคราะห์ขึ้นใช้ชื่อเรียกว่า “IOTEC Model” มีองค์ประกอบของการพัฒนารูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนเทศบาลวัด ท้าวโคตร 5 ขั้นตอนได้แก่ 1) ขั้นการนำเข้าสู่บทเรียน(Importing) 2)ขั้นตกลงการเรียนรู้(OK to learn) 3) ขั้นสอน(Teaching) 4) ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Eductional Exchange) และ 5) ขั้นสรุป(Conclusion) ผลจากการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ 5 คน ผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ต้องการให้พัฒนารูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผู้เรียนสามารถเรียนรู้อย่างมีความสุข เพราะมีการเรียนรู้ด้วยตนเอง ควบคู่กับกิจกรรมกลุ่มและการทำแบบฝึกหัด บทเรียนมีภาพสีสันสดใส มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายไม่น่าเบื่อพร้อมทั้งให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ผลการพัฒนารูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ค่าประสิทธิภาพ E1 / E2 แบบรายบุคคล(Individual Tryout) เท่ากับ 78.22/76.67 ค่าประสิทธิภาพ E1 / E2 แบบกลุ่มเล็ก (Small GroupTryout) เท่ากับ 80.14/80.37และค่าประสิทธิภาพ E1 / E2 จากการทดลองภาคสนาม มีค่าเท่ากับ 80.87/80.43 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้

3) ผลการทดลองใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 34 คนได้ค่าประสิทธิ ภาพ E1 / E2 เท่ากับ 80.47/81.26 ความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยหลังเรียนด้วยรูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมือง ตามวิถีประชาธิปไตย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องความเป็นพลเมือง ตามวิถีประชาธิปไตย ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 คะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย ของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4) ผลการประเมินรูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย krupeer : [2 เม.ย. 2563 เวลา 07:02 น.]
อ่าน [102568] ไอพี : 159.192.166.181
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 311,203 ครั้ง
สำนวนภาษาอังกฤษที่น่ารู้
สำนวนภาษาอังกฤษที่น่ารู้

เปิดอ่าน 3,667 ครั้ง
"ขุนหลวงท้ายสระ" พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 30 แห่งอาณาจักรอยุธยา
"ขุนหลวงท้ายสระ" พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 30 แห่งอาณาจักรอยุธยา

เปิดอ่าน 16,373 ครั้ง
ทำไมคนไทยปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ผล
ทำไมคนไทยปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ผล

เปิดอ่าน 11,701 ครั้ง
การจัดการเรียนการสอนในยุคโลกดิจิตอล
การจัดการเรียนการสอนในยุคโลกดิจิตอล

เปิดอ่าน 596 ครั้ง
ไอเดียอาหารกล่องสุดครีเอทีฟ สำหรับการจัดเลี้ยงนักเรียนจำนวนมากอย่างมีประสิทธิภาพ
ไอเดียอาหารกล่องสุดครีเอทีฟ สำหรับการจัดเลี้ยงนักเรียนจำนวนมากอย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดอ่าน 10,924 ครั้ง
ท่องเที่ยวอย่างไรให้สบายเท้า
ท่องเที่ยวอย่างไรให้สบายเท้า

เปิดอ่าน 35,791 ครั้ง
ความเป็นมาของพระไตรปิฎก
ความเป็นมาของพระไตรปิฎก

เปิดอ่าน 968 ครั้ง
ไขข้อสงสัย ใครบ้างที่ควรทำแบบทดสอบซึมเศร้า
ไขข้อสงสัย ใครบ้างที่ควรทำแบบทดสอบซึมเศร้า

เปิดอ่าน 21,065 ครั้ง
มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล
มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

เปิดอ่าน 3,444 ครั้ง
ศาสนา เรื่องที่ไม่เคยรู้ ตอนที่ 1 สาระน่ารู้ตามหลักศาสนาพุทธ  เรื่อง การถวายสังฆทาน
ศาสนา เรื่องที่ไม่เคยรู้ ตอนที่ 1 สาระน่ารู้ตามหลักศาสนาพุทธ เรื่อง การถวายสังฆทาน

เปิดอ่าน 144,553 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 1 สนามแข่งขัน (The Pitch)
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 1 สนามแข่งขัน (The Pitch)

เปิดอ่าน 30,573 ครั้ง
วิวัฒนาการ ตู้ไปรษณีย์ สู่สัญลักษณ์ที่สุดเมืองไทย
วิวัฒนาการ ตู้ไปรษณีย์ สู่สัญลักษณ์ที่สุดเมืองไทย

เปิดอ่าน 50,204 ครั้ง
6 หลักสำคัญ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ให้เด็กดี เก่ง มีความสุข
6 หลักสำคัญ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ให้เด็กดี เก่ง มีความสุข

เปิดอ่าน 13,969 ครั้ง
12 เคล็ดลับที่ช่วยให้หนุ่ม ๆ ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น
12 เคล็ดลับที่ช่วยให้หนุ่ม ๆ ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น

เปิดอ่าน 14,211 ครั้ง
3 ปัจจัย ให้ได้งานเมื่อเรียนจบ
3 ปัจจัย ให้ได้งานเมื่อเรียนจบ

เปิดอ่าน 11,962 ครั้ง
สู่ความสำเร็จในการทำงานตามแนวพุทธ
สู่ความสำเร็จในการทำงานตามแนวพุทธ
เปิดอ่าน 14,711 ครั้ง
ประวัตินาฏศิลป์ไทย
ประวัตินาฏศิลป์ไทย
เปิดอ่าน 589 ครั้ง
เช็กลิสต์ 5 ข้อ ก่อนผ่าตัดเหนียง เลือก รพ. อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยง
เช็กลิสต์ 5 ข้อ ก่อนผ่าตัดเหนียง เลือก รพ. อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยง
เปิดอ่าน 36,064 ครั้ง
เป็ดแมนดาริน
เป็ดแมนดาริน
เปิดอ่าน 11,115 ครั้ง
สีแดงกับสมอง ความเชื่อมโยงอันน่าอัศจรรย์ที่คุณไม่เคยรู้
สีแดงกับสมอง ความเชื่อมโยงอันน่าอัศจรรย์ที่คุณไม่เคยรู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ