ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการ รายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง ร่ายสุภาษิต เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะการสื่อสาร โดยใช้กิจกรรมการเ

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาหน่วยการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง ร่ายสุภาษิต ให้มีรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสหวิทยาการ ได้แก่ บูรณาการภายในกลุ่มสาระบูรณาการใช้ทักษะชีวิต และบูรณาการใช้ทักษะการสื่อสาร ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในยุคศตวรรษที่ 21 โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย 2) เพื่อศึกษาผลจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ ได้แก่ ผลการทดสอบหลังเรียนเปรียบเทียบกับก่อนเรียนและผลการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 2 ด้าน คือ ความสามารถด้านทักษะชีวิตและความสามารถด้านการสื่อสาร และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่เรียนวิชาภาษาไทย หน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการ เรื่อง ร่ายสุภาษิต โดยมีประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนที่กำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนลานทรายพิทยาคม อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 63 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ คือ (1) แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทยแบบบูรณาการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ร่ายสุภาษิต จำนวน 15 แผน ได้แก่ 1) คำศัพท์แสนสนุก 2) ความหมายโดยนัย 3) ความหมายโดยตรง 4) แต่งร่ายง่ายนิดเดียว 5) เขียนนิทานข้อคิดสะเทือนใจ 6) นิทานจรรโลงใจให้เพื่อนอ่าน 7) คำมูล คำประสม คำซ้อน 8) คำมูล คำประสม คำซ้อน (ต่อ) 9) ตัวอย่างเรื่องเล่าน่าฟัง เกิดพลังความคิด 10) ฟังการพูดสื่อสาร สร้างแรงบันดาลใจ 11) แรงบันดาลใจสั่งให้เขียน 12) การเขียนบรรยายประสบการณ์ 13) เล่าเรื่องอย่างไรให้น่าฟัง 14) พลังกล้าหาญ บันดาลให้พูด และ 15) การฝึกพูดเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์ (2) คู่มือการใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ร่ายสุภาษิต (3) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ร่ายสุภาษิต เพื่อวัดความรู้ด้านวรรณคดีและหลักภาษาไทย เป็นข้อสอบชุดเดียวกันแต่สลับข้อกัน จำนวน 40 ข้อ (4) แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 จำนวน 2 ด้าน คือ 1) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และ 2) ความสามารถในการสื่อสาร (4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning หลังเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ร่ายสุภาษิต จำนวน 1 ฉบับ

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่การแจกแจงความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) และการทดสอบทางสถิติ t–test

ผลการศึกษาพบว่า

1. ผลการพัฒนาหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการ เรื่อง ร่ายสุภาษิต มีลักษณะเป็นการบูรณาการแบบสหวิทยาการ (Multidiscipline) และดำเนินกระบวนการวิจัยแบบ Deming Cycle มี 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 การวางแผน (Plan) ด้วยการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อค้นหาแนวทางที่ดีที่สุดจากครูผู้สอนหลายท่านที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ จำนวนหลายครั้ง ได้แก่ ครูผู้ร่วมรู้ (Buddy Teacher) ครูหัวหน้าฝ่ายวิชาการ (Mentor Teacher) ครูผู้เชี่ยวชาญ (Expert Teacher) ให้ความเห็นต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นในยุคศตวรรษที่ 21 ขั้นที่ 2 การลงมือทำ (Do) โดยการออกแบบหน่วยการเรียนรู้และพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้เป็นแบบบูรณาการภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้ การใช้ทักษะชีวิต และการใช้ทักษะการสื่อสาร กระบวนการการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ประกอบด้วย การวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง กำหนดโครงสร้างการจัดการเรียนรู้ ผังมโนทัศน์ จุดประสงค์การเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้และการวัดผลประเมินผล นำไปทดลองใช้จัดการเรียนการสอน ขั้นที่ 3 การตรวจสอบ (Check) ดำเนินการประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อหาแนวทางปรับปรุงและพัฒนา ขั้นที่ 4 การปฏิบัติ (Action) นำองค์ความรู้ที่ได้จากการรับการนิเทศ การให้คำปรึกษา และการตรวจสอบ ผ่านกิจกรรมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) มาพิจารณาข้อบกพร่อง ปรับปรุงแก้ไขและวางแผนในการดำเนินการในครั้งต่อไป

2. ผลที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการสอนแบบบูรณาการพบว่า

2.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนมีมีค่าเฉลี่ยหลังเรียนร้อยละ 81.42 มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ร้อยละ 26.10 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

2.2 ผลการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน จำนวน 2 ข้อ พบว่า นักเรียนมีทักษะในการสื่อสารทั้ง 4 ด้าน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 84.45 มีทักษะการใช้ทักษะชีวิตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 89.42 มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หลังเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง ร่ายสุภาษิต โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning พบว่ามีค่าเฉลี่ยโดยรวม เท่ากับ 4.57 อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า คาบที่ 1 คำศัพท์แสนสนุก มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 4.79 และ ข้อ 5 ความหมายโดยนัย มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำสุด อยู่ในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.35

โพสต์โดย kru - ang : [24 เม.ย. 2563 เวลา 09:56 น.]
อ่าน [511] ไอพี : 159.192.217.176
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ