ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
ชื่อผู้ศึกษา นางเสาวนีย์ เสียงหอม
โรงเรียน โรงเรียนเทศบาลวัดท้าวโคตร สำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
ปีการศึกษา 2562
บทคัดย่อ
การวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เป็นการวิจัยและพัฒนา โดยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) เพื่อศึกษาบริบทสภาพปัจจุบัน และความต้องการในการจัดการเรียนการสอนด้วยรูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2) เพื่อพัฒนา และหาประสิทธิภาพของรูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเนื้อหาสาระ ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด และนำไปใช้ การดำเนินการวิจัยดำเนินการตามขั้นตอนของการวิจัย และพัฒนา (Research and Development) 4 ขั้นตอน คือ ขันตอนที่ 1 การวิจัย (Research : R1) ขั้นตอนนี้เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis : A) : สภาพปัจจุบันและความต้องการเกี่ยวกับการสอนด้วยรูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา ผู้วิจัยได้สำรวจ และวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและความต้องการเกี่ยวกับการสอนด้วยรูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเชิงนโยบายการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับทักษะการคิดแก้ปัญหา วิเคราะห์มาตรฐาน และตัวชี้วัดหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สังเคราะห์แนวคิด หลักการทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบการสอน และทฤษฎีการเรียนรู้ มีกลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ครูผู้สอนกลุ่มสาระ การเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนในสังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ปีการศึกษา 2561 จำนวน 10 คน ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนา (Development : D1) เป็นการออกแบบและพัฒนา (Design and Development : D & D) : การพัฒนา และหาประสิทธิภาพรูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะ การคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ผู้วิจัยได้พัฒนาและหาคุณภาพประสิทธิภาพของรูปแบบการสอน โดยนำข้อมูลที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 มาพัฒนาเป็นโครงร่างรูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนารูปแบบและด้านการสอนคณิตศาสตร์ จำนวน 5 คน ตรวจสอบคุณภาพของโครงร่างรูปแบบการสอน และเครื่องมือประกอบการใช้รูปแบบ และนำไปทดลองใช้ (Tryout) กับกลุ่มนักเรียนที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ และหาประสิทธิภาพก่อนนำไปทดลองใช้จริงกับกลุ่มตัวอย่าง ขั้นตอนที่ 3 การวิจัย (Research : R2) เป็นการนำไปใช้ (Implementation : I) : เป็นการทดลองใช้รูปแบบการสอนเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการใช้รูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ในขั้นนี้ผู้วิจัยนำร่างรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มตัวอย่างเดียว ทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน (The One - Group Pretest - Posttest Design) และขั้นตอนที่ 4 การพัฒนา (Development : D2) เป็นการประเมินผล (Evaluation : E) : เป็นการประเมินและปรับปรุงแก้ไขรูปแบบการสอนที่พัฒนา ทักษะการคิดแก้ปัญหา การดำเนินการวิจัย ในขั้นตอนนี้ เป็นการนำผลการทดลองใช้รูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่พัฒนาขึ้น ในขั้นตอนที่ 3 ซึ่งเป็นผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของรูปแบบ ได้แก่ ทักษะการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนก่อน และหลังการใช้รูปแบบการสอนเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 รวมทั้งความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยรูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยกลุ่มตัวอย่างของเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2/1 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนเทศบาลวัดท้าวโคตร สำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช จำนวน 42 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้ร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (X ̅) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) การทดสอบค่าที (T -Test Dependent Samples)
สรุปผลการวิจัย
1. สภาพปัจจุบันครูมีการจัดการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (X ̅ = 2.89, S.D. = .06) เมื่อพิจารณารายด้าน ด้านครูผู้สอน พบว่า สภาพปัจจุบันครูมีการจัดการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหาในภาพรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง (X ̅ = 2.76, S.D. = .16) ด้านการจัดการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (X ̅ = 2.95, S.D. = .11) ด้านความต้องการ ครูมีความต้องการในการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหาในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.60, S.D. = .12) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านครูผู้สอนพบว่า ครูมีความต้องการ ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.67, S.D. = .17) ด้านการจัดการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา พบว่า การจัดการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.57, S.D. = .14)
2. รูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประกอบด้วย องค์ประกอบ 5 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการเรียนการสอนตามรูปแบบ ประกอบด้วยขั้นตอนการจัดกิจกรรม 5 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นนำเสนอบทเรียน ขั้นที่ 3 ขั้นจัดกิจกรรมการสอนเพื่อฝึกทักษะการคิดแก้ปัญหา ขั้นที่ 4 ขั้นนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ขั้นที่ 5 ขั้นสรุป และประเมินผล 4) ผลที่ผู้เรียนจะได้รับจากการเรียนรู้ตามรูปแบบ และ 5) การประเมินผลรูปแบบ ผลการตรวจสอบคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการสอนคณิตศาสตร์ จำนวน 9 คน ได้ค่าความเหมาะสม/สอดคล้อง มีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.54, S.D = .15) และค่าเฉลี่ย (X ̅) ตั้งแต่ 4.22 4.78 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ตั้งแต่ .44 - .87 ซึ่งแสดงว่ารูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสม/สอดคล้อง เชิงโครงสร้าง สามารถนำไปทดลองใช้ได้ และผลการหาประสิทธิภาพ (E1/E2) โดยการทดลองภาคสนาม (Field Tryout) ได้ค่าประสิทธิภาพของรูปแบบ การสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา เท่ากับ 83.52/82.52 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่า หลังการเรียนการสอนโดยใช้ชุดการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะ การคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 นักเรียนมีความสามารถในด้านทักษะการคิดแก้ปัญหา หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยรูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 อยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.53, S.D = .18)