ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ทำงานเกินกำลัง...ทำให้ป่วย

ทำงานเกินกำลัง...ทำให้ป่วย

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 3 ก.ย. 2552 เปิดอ่าน : 6,073 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
การทำงานล่วงเวลาเป็นเวลานานทำให้ป่วยด้วยโรคต่างๆ เช่น ปวดหลัง นอนไม่หลับ ฯลฯ .....

Advertisement

จากการศึกษาของนักวิชาการและแพทย์ด้านการทำงานในประเทศเยอรมนีพบว่า การทำงานล่วงเวลามากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากเท่านั้น โรคที่โจมตีคนขยันทำงานล่วงเวลาก็คือ โรคนอนไม่หลับ ปวดหลังและมีปัญหากับการทำงานของหัวใจ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่นักทำงานควรทำงานระหว่างเวลาทำงานให้เต็มที่เพื่อจะได้ไม่ต้องทำงานล่วงเวลาให้เสียสุขภาพ

ทำงานไม่เป็นเวล่ำเวลา...ทำลายสุขภาพ
นักวิชาการได้ทำแบบสอบถามคนวัยทำงานในยุโรปจำนวน 50 000 คน ได้ผลมาว่า หนึ่งในสี่ของนักทำงานที่ทำงานสัปดาห์ละ 60 ชม. หรือมากกว่านี้ มักประสบปัญหากับการนอนไม่หลับ หรือเกือบหนึ่งในสิบของผู้ตอบแบบสอบถามที่ทำงานมากกว่า 60 ชม. ต่อสัปดาห์มักมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ และ 30-60% ของผู้ที่ทำงานสัปดาห์ละ 35-44 ชม. มักประสบกับปัญหาปวดหลัง นอกจากนี้ ปัจจัยที่ทำให้สุขภาพของคนวัยทำงานย่ำแย่ลงก็คือการทำงานเป็นกะหรือทำงานในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการวางแผนการทำงานที่ไม่ดี
 
การป้องกัน การหลีกเลี่ยงความเครียดและการทำงานล่วงเวลาก็ตือการวางแผนการทำงานที่มีระบบ เพราะร่างกายมีพลังที่แตกต่างกันในการจัดการกับการงาน ที่สำคัญคือทำงานให้เต็มที่และเสร็จงานให้ตรงต่อเวลา ก็จะเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างหนึ่ง

ทำงานให้สมดุลตามตารางกราฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานได้แนะนำหลักการ 7 ระดับในการจัดการกับการงานในชีวิตประจำวันให้ลงตัว คือให้ใส่ใจกับเวลาการทำงานและนาฬิกาชีวภาพตามตารางตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ซึ่งแต่ละชั่วโมงของเรามีพลังในการทำงานต่างกัน โดยการสังเกตุเส้นกราฟตามหมายเลขก็จะเห็นว่า ในชวงเวลา 10.00 น. เป็นช่วงที่เรามีสมาธิและพลังในการทำงานมากที่สุด และในเวลา 18.00 น. เป็นช่วงเวลาที่พลังถดถอยและขาดสมาธิ หากเรารู้ทันนาฬิกาชีวภาพก็จะช่วยให้เรามีสมาธิในการทำงานได้นานและจะมีความสุขจากการทำงานมากขึ้น
 
อิทธิพลของสี...กับการทำงาน สีแดงช่วยเพ่ิมสมาธิ สีฟ้าช่วยทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นก็ควรใส่ใจกับสีที่ใช้ในการทำงาน แต่ก่อนอื่นก็ต้องถามตัวเองว่าคุณต้องการทำงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์หรือมีสมาธิสูง ทั้งนี้นักวิจัยชาวแคนาดา เรไว มีฮ์ทา (Ravi Mehta) และ รุย ซู​ (Rui Zhu) ได้เปิดเผยผลการวิจัยในวารสาร "Science" ว่าหากหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นสีฟ้าก็จะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์สีแดงก็จะช่วยให้ทำงานอย่างระมัดระวังและมีความสามารถในการรับข้อมูลเต็มที่ซึ่งโดยทั่วๆ ไปแล้ว สีแดงคือสีที่มีความสัมพันธ์กับอันตรายและการเตือนภัย เช่น ไฟแดงหมายถึงให้รถหยุด ส่วนสีฟ้าเป็นสีแห่งเสรีภาพและความสงบ เช่น สีของท้องฟ้า
 
Tip: มลพิษในที่ทำงาน...ทำลายสมาธิ

  • เสียงอึกทึกของผู้ร่วมงานและเสียงพูดโทรศัพท์ที่ดังเกินไป ล้วนแต่รบกวนสมาธิและก่อความเครียดในการทำงาน ดังนั้นคุณจึงควรหาเวลาในการพักผ่อนตอนเย็นหลังเลิกงานหรือในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อเติมพลังให้แก่ตัวเอง
  • อากาศไม่สะอาด เช่น ฝุ่นจากสิ่งพิมพ์ พรม และเฟอร์นิเจอร์ เป็นส่ิงรบกวนทางเดินหายใจ เครื่องปรับอากาศทำให้หลอดลมแห้ง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและน้ำห้อมในออฟฟิศที่ผสมผสานกันก็สามารถก่อให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งอากาศที่อับและไม่โปร่งก็ทำให้มีอาการปวดศีรษะและง่วงเพลีย
  • การทำงานนั่งโต๊ะที่ไม่ถูกสุขลักษณะล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้มีอาการเจ็บป่วย เช่น ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ หรือตาที่จ้องคอมพิวเตอร์ทั้งวันก็ทำให้เมื่อยล้า หรือเจ็บข้อมือเพราะต้องคลิ๊กเมาท์และแป้นพิมพ์ทั้งวัน ส่ิงเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหากับน้ิวมือและข้อต่อ ดังนั้นคุณจึงควรยืดเหยียด บริหารแขน มือ ไหล่ คอและร่างกาย เป็นช่วงๆ ระหว่างการทำงานเพื่อป้องกันโรคเรื้อรังที่จะตามมา

ข้อมูลจาก ::  LisaGuRu

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ทำงานเกินกำลัง...ทำให้ป่วย , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์

การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์
เปิดอ่าน 11,037 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
เรื่องปูนๆ กับท่อปูนที่คุณอาจยังไม่รู้☕ คลิกอ่านเลย
เรื่องปูนๆ กับท่อปูนที่คุณอาจยังไม่รู้
เปิดอ่าน 3,284 ครั้ง
มะระขี้นก ต้านเบาหวาน☕ คลิกอ่านเลย
มะระขี้นก ต้านเบาหวาน
เปิดอ่าน 3,958 ครั้ง
เปลี่ยนผิวหน้าพังให้กลับมาสวยปังกับ 4 การรักษาฝ้าอย่างถูกวิธี☕ คลิกอ่านเลย
เปลี่ยนผิวหน้าพังให้กลับมาสวยปังกับ 4 การรักษาฝ้าอย่างถูกวิธี
เปิดอ่าน 4,533 ครั้ง
ทำไมถึงต้องใช้บริการบริษัท Digital Agency☕ คลิกอ่านเลย
ทำไมถึงต้องใช้บริการบริษัท Digital Agency
เปิดอ่าน 4,474 ครั้ง
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล☕ คลิกอ่านเลย
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล
เปิดอ่าน 9,625 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เซรุ่ม เซรุ่ม
เปิดอ่าน 13,507 ครั้ง
สามเณรน้อย ท่องบทธัมมจักกัปปวัตตนสูตรคล่องมาก ทึ่งสวดมนต์ตั้งแต่ยังอ่านไม่ออกสามเณรน้อย ท่องบทธัมมจักกัปปวัตตนสูตรคล่องมาก ทึ่งสวดมนต์ตั้งแต่ยังอ่านไม่ออก
เปิดอ่าน 6,133 ครั้ง
การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ตอน1การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ตอน1
เปิดอ่าน 10,891 ครั้ง
ทำไมจึงไม่บรรจุน้ำอัดลมให้เต็มขวด?ทำไมจึงไม่บรรจุน้ำอัดลมให้เต็มขวด?
เปิดอ่าน 16,168 ครั้ง
เปิดรายการ "ราคากลาง" ซ่อมรถหลังน้ำท่วม ป้องกันถูกเอาเปรียบเปิดรายการ "ราคากลาง" ซ่อมรถหลังน้ำท่วม ป้องกันถูกเอาเปรียบ
เปิดอ่าน 10,312 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ