ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
รายงานการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนบ้านหนองสร้างไพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4

บทคัดย่อ

รายงานรายงานการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนบ้านหนอง

สร้างไพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 วัตถุประสงค์การศึกษาได้แก่

1) เพื่อประเมินผลโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนบ้านหนองสร้างไพร สำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 โดยใช้ CIPP Model 4 ด้าน ด้านบริบท(Context) ด้านปัจจัย (Input) ด้านกระบวนการ (Process) และด้านผลผลิต (Product) 2) เพื่อเปรียบเทียบผลการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ระหว่างก่อนและหลังการประเมินผลของนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองสร้างไพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจที่มีต่อระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ของโรงเรียนบ้านหนองสร้างไพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ 1) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนบ้านหนองสร้างไพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 6 ห้องเรียน รวม 42 คน ได้มาโดยการกำหนดเอาประชากรเป็นกลุ่มตัวอย่าง 2)ครูผู้สอนโรงเรียนบ้านหนองสร้างไพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 6 คน ได้มาโดยการกำหนดเอาประชากรเป็นกลุ่มตัวอย่าง

3)คณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองสร้างไพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 9 คน ได้มาโดยการกำหนดเอาประชากรเป็นกลุ่มตัวอย่าง

4) ผู้ปกครองของนักเรียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนบ้านหนองสร้างไพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 42 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เฉพาะผู้ปกครองของนักเรียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนบ้านหนองสร้างไพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 ปีการศึกษา 2563 5) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนบ้านหนองสร้างไพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 6 ห้องเรียน รวม 42 คน ได้มาโดยการกำหนดเอาประชากรเป็นกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ 1) คู่มือการจัดกิจกรรมโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 1 เล่ม ค่าความเหมาะสม = 4.36 S.D.= 0.23 2) แบบประเมินผลโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 34 ข้อ ค่าความเหมาะสม=3.80 S.D.= 0.27 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.20-0.80 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ = 0.8955 3) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนน 12 ข้อ ค่าความเหมาะสม= 4.59 S.D.= 0.17 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.20-0.80 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ = 0.9154 เก็บข้อมูลแบบ One Group Pre-test Post-test Design ได้แก่ ประเมินก่อนพัฒนา (Pre – Evaluation) พัฒนาโดยใช้คู่มือพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน (Treatment) และประเมินหลังการพัฒนา (Post - Evaluation) แบบประเมินความพึงพอใจ เก็บข้อมูลโดยให้กลุ่มตัวอย่างตอบแบบประเมิน แล้นำมาให้ค่าคะแนน และแปลผลตามเกณฑ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ใช้วิธี Item – total Correlation ใช้สูตรสหสัมพันธ์อย่างง่ายของ Pearson หาค่าอำนาจจำแนกแบบประเมินระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ใช้สถิติสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) หาค่าความเชื่อมั่นแบบแบบประเมินระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ใช้สถิติ t-test ทดสอบสมมติฐานเปรียบเทียบการประเมินก่อนและหลังประเมิน และใช้สถิติพื้นฐานวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย (x̄) ร้อยละ (P) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการศึกษาพบว่า

1. โดยรวมทุกด้านก่อนประเมินทุกด้านมีค่าอยู่ในระดับน้อย ( x̄=1.60) เมื่อ พิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าสูงสุดได้แก่ด้านบริบท (Context) มีค่าอยู่ในระดับน้อย( x̄=2.03) รองลงมาได้แก่ด้านกระบวนการ (Process) มีค่าอยู่ในระดับน้อย ( x̄=1.95) ส่วนด้านที่มีค่าอยู่ในระดับต่ำสุดได้แก่ด้านปัจจัย (Input) มีค่าอยู่ในระดับน้อย (x̄ =1.63)

2. โดยรวมทุกด้านหลังการประเมินมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ =2.00) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่ค่าเฉลี่ยสูงสุดได้แก่ด้านผลผลิต (Product) มีค่าอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ =4.76) รองลงมาได้แก่ด้านกระบวนการ (Process) มีค่าอยู่ในระดับมากที่สุด ( x̄=4.71) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดได้แก่ด้านบริบท (Context) มีค่าอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ =4.58)

3. การประเมินผลก่อนประเมินและหลังประเมิน ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวนนักเรียน 42 คน แบบประเมิน จำนวน 34 ข้อ มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 1.89 และ4.68 ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างค่าเฉลี่ยก่อนและหลังการประเมิน พบว่า ค่าเฉลี่ยหลังการประเมินสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนประเมินอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. โดยรวมทุกสถานะมีความพึงพอใจที่มีต่อระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีค่าอยู่ในระดับมาก (x̄ =4.42) เมื่อพิจาณาเป็นรายสถานะ พบว่า สถานะที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดได้แก่ นักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษา มีค่าอยู่ในระดับมากเท่ากันทั้ง 2 สถานะ (x̄ =4.50) รองลงมาได้แก่ครู มีค่าอยู่ในระดับมาก (x̄ =4.42) ส่วนสถานะที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดได้แก่ผู้ปกครอง มีค่าอยู่ในระดับมาก ( x̄=4.27)

โพสต์โดย นายก้องตะวัน โสภิณ : [16 เม.ย. 2564 เวลา 08:45 น.]
อ่าน [1314] ไอพี : 223.206.227.38
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 25,848 ครั้ง
โปรแกรมสำหรับช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษา
โปรแกรมสำหรับช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษา

เปิดอ่าน 17,999 ครั้ง
"ข้าวลืมผัว"อร่อยจนลืมผัว ข้าวชาวเขา ที่ชาวเมืองก็ควรกิน
"ข้าวลืมผัว"อร่อยจนลืมผัว ข้าวชาวเขา ที่ชาวเมืองก็ควรกิน

เปิดอ่าน 18,212 ครั้ง
คลิปข่าว ขึ้นเงินเดือนครูยกชุด ย้อนหลังถึง 1 ม.ค.55
คลิปข่าว ขึ้นเงินเดือนครูยกชุด ย้อนหลังถึง 1 ม.ค.55

เปิดอ่าน 24,807 ครั้ง
10 วิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขตามหลักวิทยาศาสตร์
10 วิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขตามหลักวิทยาศาสตร์

เปิดอ่าน 7,361 ครั้ง
เด็กรุ่นใหม่... เขาทำ (อาชีพ) อะไร
เด็กรุ่นใหม่... เขาทำ (อาชีพ) อะไร

เปิดอ่าน 13,011 ครั้ง
"ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือครู" ปาถกฐาพิเศษ รศ.นราพร จันทร์โอชา เรื่องการศึกษาทางไกลเพื่อการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม
"ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือครู" ปาถกฐาพิเศษ รศ.นราพร จันทร์โอชา เรื่องการศึกษาทางไกลเพื่อการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม

เปิดอ่าน 21,343 ครั้ง
มาตรฐาน Image Metadata
มาตรฐาน Image Metadata

เปิดอ่าน 20,443 ครั้ง
วิธีเลือกซื้อปลาทู
วิธีเลือกซื้อปลาทู

เปิดอ่าน 12,186 ครั้ง
วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม
วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม

เปิดอ่าน 245,019 ครั้ง
แบบฟอร์ม การบันทึกงานประจำวัน การรายงานประจำสัปดาห์ การส่งงวดงาน รับผู้ควบคุมงานก่อสร้างอาคารต่างๆ
แบบฟอร์ม การบันทึกงานประจำวัน การรายงานประจำสัปดาห์ การส่งงวดงาน รับผู้ควบคุมงานก่อสร้างอาคารต่างๆ

เปิดอ่าน 15,811 ครั้ง
ข่าวดี ! สกัด"ผักติ้ว-สนสามใบ" ยาสู้มะเร็ง ทีมวิจัยไทยเฮทำสำเร็จ
ข่าวดี ! สกัด"ผักติ้ว-สนสามใบ" ยาสู้มะเร็ง ทีมวิจัยไทยเฮทำสำเร็จ

เปิดอ่าน 12,065 ครั้ง
หยุดทำร้ายเด็กไทยโดยใช้ผลการสอบ O-NET ตัดสินเลื่อนชั้น(ได้-ตก)
หยุดทำร้ายเด็กไทยโดยใช้ผลการสอบ O-NET ตัดสินเลื่อนชั้น(ได้-ตก)

เปิดอ่าน 11,838 ครั้ง
ถั่วพร้า
ถั่วพร้า

เปิดอ่าน 12,711 ครั้ง
เนียนจริง มุขเด็ดสำหรับการหาที่จอดรถ ดูซิ เจ๊แกใช้มุขไหน?
เนียนจริง มุขเด็ดสำหรับการหาที่จอดรถ ดูซิ เจ๊แกใช้มุขไหน?

เปิดอ่าน 7,303 ครั้ง
ความพร้อมด้านไอซีทีของประเทศไทย แค่อันดับสามของอาเซียน
ความพร้อมด้านไอซีทีของประเทศไทย แค่อันดับสามของอาเซียน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
จดทะเบียนบริษัท
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 16,317 ครั้ง
"รกฟ้า" คืออะไร?
"รกฟ้า" คืออะไร?

เปิดอ่าน 14,933 ครั้ง
สุดยอดภาพสัตว์ Photography จากการประกวด ภาพภ่ายสัตว์ป่า ปี2012
สุดยอดภาพสัตว์ Photography จากการประกวด ภาพภ่ายสัตว์ป่า ปี2012

เปิดอ่าน 10,529 ครั้ง
ลูกขี้อาย ... ทำอย่างไรดี?
ลูกขี้อาย ... ทำอย่างไรดี?

เปิดอ่าน 71,541 ครั้ง
กริยา กับ กิริยา
กริยา กับ กิริยา

เปิดอ่าน 54,318 ครั้ง
การวัดความชื้นในบรรยากาศ
การวัดความชื้นในบรรยากาศ



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ