ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านโรงเรียนวัดธรรมาวุธาราม(ประชารัฐสมุทรการอุปถัมภ์)สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน โรงเรียนวัดธรรมาวุธาราม(ประชารัฐสมุทรการอุปถัมภ์)สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม ปีการศึกษา 2562 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการ 4 ด้าน คือ ด้านสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation) ด้านปัจจัยเบื้องต้น (Input Evaluation ) ด้านกระบวนการ (Process Evaluation) ด้านผลผลิต (Product Evaluation ) โดยใช้แบบจำลองซิปป์ (CIPP Model) ของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam) เป็นแนวทางในการประเมิน ประชากรที่ใช้ในการประเมินคือ ครูปฏิบัติหน้าที่การสอน โรงเรียนวัดธรรมาวุธาราม(ประชารัฐสมุทรการอุปถัมภ์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม ปีการศึกษา 2562 จำนวน 8 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินโครงการครั้งนี้ ประกอบด้วย นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนวัดธรรมาวุธาราม(ประชารัฐสมุทรการอุปถัมภ์)สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม ปีการศึกษา 2562 รวมทั้งสิ้นจำนวน 122 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงการจำนวน 5 ฉบับ และเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการเก็บแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการประเมินพบว่า

1. ผลการประเมินด้านสภาวะแวดล้อม พบว่า ภาพรวม ระดับความสอดคล้องอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ได้แก่ ความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายทางการศึกษา มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการกับเป้าหมาย และปัญหาและความต้องการตามลำดับ

2. ผลการประเมินด้านปัจจัยเบื้องต้น พบว่า ภาพรวม ระดับความเหมาะสม/พอเพียงอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ได้แก่ ความเหมาะสมของรูปแบบการจัดกิจกรรม ค่าเฉลี่ยสูงที่สุด อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือความพอเพียงของวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือและอาคารสถานที่ และความพร้อมของบุคลากร ตามลำดับ ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ความพอเพียงของงบประมาณ

3. ผลการประเมินด้านกระบวนการ พบว่า ภาพรวม ระดับการปฏิบัติ อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ได้แก่ การประเมินผลกิจกรรมที่ดำเนินงาน(Act) มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือการดำเนินงาน การจัดกิจกรรม(Do) และการติดตามตรวจสอบ (Check) ตามลำดับ ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ การวางแผน (Plan)

4. ผลการประเมินด้านผลผลิต พบว่า 4.1) ด้านนักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน พบว่า ภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 3 ข้อ และระดับมาก 7 ข้อ โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ได้แก่ นักเรียนนำความรู้จากการอ่านไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือ นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน และนักเรียนมีพฤติกรรมแสดงออกในการรักการอ่าน ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ นักเรียนที่ได้รับการพัฒนาตามโครงการนี้ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 4.2) ผลการประเมินความพึงพอใจของครูปฏิบัติหน้าที่สอน นักเรียน ผู้ปกครอง พบว่า ภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 3 ข้อ และระดับมาก 7 ข้อ โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ได้แก่ กิจกรรมในโครงการส่งเสริมให้นักเรียนมีผลการประเมินความสามารถในการอ่านระดับสถานศึกษาเพิ่มขึ้น มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ กิจกรรมในโครงการส่งเสริมนักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน และกิจกรรมในโครงการส่งเสริมให้นักเรียนได้ฝึกอ่านออกเสียงได้อย่างถูกต้อง ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ กิจกรรมในโครงการส่งเสริมให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยการอ่าน 4.3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับสถานศึกษา ปีการศึกษา 2561 และปีการศึกษา 2562 พบว่าคะแนนเฉลี่ยรวมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.59 พิจารณารายกลุ่มสาระการเรียนรู้ พบว่า สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.59 รองลงมา คือ สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.83 และ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาพลศึกษา มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.26 ส่วนสาระการเรียนรู้ที่มีค่าเฉลี่ยลดลงคือ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ลดลงร้อยละ 1.66 4.4) ผลการประเมินความสามารถในการอ่านระดับเขตพื้นที่การศึกษา ปีการศึกษา 2561 และปีการศึกษา 2562 พบว่าการประเมินความสามารถด้านการอ่านระดับเขตพื้นที่การศึกษาปีการศึกษา 2562 ในระดับดีขึ้นไป สูงกว่าปีการศึกษา 2561 คิดเป็นร้อยละ 13.91 และผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านระดับเขตพื้นที่การศึกษาปีการศึกษา 2562 ในระดับพอใช้ ปรับปรุง ลดลงจากปีการศึกษา 2561 คิดเป็นร้อยละ 13.91 เมื่อพิจารณารายชั้นเรียน พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีผลการประเมินความสามารถในการอ่านในระดับดีขึ้นไป เพิ่มขึ้นร้อยละ 50.48 รองลงมาคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีผลการประเมินความสามารถในการอ่านในระดับดีขึ้นไป เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.05 และ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีผลการประเมินความสามารถในการอ่านในระดับดีขึ้นไป เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.14

โพสต์โดย penguine : [2 พ.ค. 2564 เวลา 17:59 น.]
อ่าน [909] ไอพี : 182.52.166.26
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ