ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคกลุ่มสัมฤทธิ์ด้วยแผนผังร่วมกับแบบฝึกทักษะเพื่อส่งเสริมการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่

ชื่อผู้ศึกษา นางสาวกัญญาภัค ศรีทองอุ่น

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาล ๔ (เพาะชำ)

ปีที่ศึกษา 2563

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคกลุ่มสัมฤทธิ์ด้วยแผนผัง ร่วมกับแบบฝึกทักษะเพื่อส่งเสริมการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) การพัฒนาและหาประสิทธิภาพรูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคกลุ่มสัมฤทธิ์ด้วยแผนผัง ร่วมกับแบบฝึกทักษะเพื่อส่งเสริมการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านเชิงวิเคราะห์ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการรูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคกลุ่มสัมฤทธิ์ด้วยแผนผัง ร่วมกับแบบฝึกทักษะเพื่อส่งเสริมการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ และ4) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคกลุ่มสัมฤทธิ์ด้วยแผนผัง ร่วมกับแบบฝึกทักษะเพื่อส่งเสริมการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ 5) เพื่อประเมินและปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคกลุ่มสัมฤทธิ์ด้วยแผนผัง ร่วมกับแบบฝึกทักษะเพื่อส่งเสริมการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผลการวิจัย

1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ได้กำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัยรูปแบบ ADDIE Model ของเควิน ครูส ร่วมกับกรอบแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Theory of Cooperative or Collaborative Learning) กระบวนการเรียนรู้ KWL-Plus ของ คาร์ และโอเกิล (Carr and Ogle) ทฤษฎีจิตวิทยาการเรียนรู้ใช้ในแบบฝึกทักษะของ ธอร์นไดค์ (Edward D Thorndike) และสกินเนอร์ (Burhut F Skinner) แนวคิดการอ่านเชิงวิเคราะห์ตามหลักของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นแนวทางในการกำหนดเกณฑ์ประเมินการดำเนินการวิจัยประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 การวิจัย (Research: R1) เป็นการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis: A) ขั้นที่ 2 การพัฒนา (Development: D1) เป็นการออกแบบและพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน (Design and Development: D and D) แบ่งการดำเนินการเป็น 2 ขั้น คือ ขั้นการออกแบบ และขั้นการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล และหาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอน ขั้นที่ 3 การวิจัย (Research: R2) เป็นการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอน (Implementation: I) โดยนำไปใช้จริงกับกลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/1 จำนวน 30 คน ที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน ของโรงเรียนเทศบาล ๔ (เพาะชำ) สำนักการศึกษา เทศบาลนครนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม ระยะเวลาในการทดลองรวมทั้งสิ้น 18 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย รูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคกลุ่มสัมฤทธิ์ด้วยแผนผัง ร่วมกับแบบฝึกทักษะเพื่อส่งเสริมการอ่านเชิงวิเคราะห์ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคกลุ่มสัมฤทธิ์ด้วยแผนผัง แบบประเมินความสอดคล้องของรูปแบบการเรียนการสอน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติค่าที และการวิเคราะห์เนื้อหา ขั้นที่ 4 การพัฒนา (Development: D2) การประเมินผลรูปแบบการเรียนการสอน (Evaluation: E) โดยผู้เชี่ยวชาญ แล้วนำเสนอรูปแบบการเรียนการสอน

2. ผลการออกแบบ ได้รูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นมีชื่อเรียกว่า รูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคกลุ่มสัมฤทธิ์ด้วยแผนผัง มีองค์ประกอบดังนี้ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวน

การเรียนการสอน สาระหลัก สิ่งที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ระบบสังคม หลักการตอบสนอง และสิ่งสนับสนุน มีกระบวนการเรียนการสอน ดังนี้ คือ ขั้นที่ 1 ขั้นนำเสนอเนื้อหา ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรมกลุ่มย่อย 2.1 อ่านแล้วรู้อะไร (K) 2.2 ต้องการอะไร (W) ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 3.1 เรียนรู้อะไร (L1) 3.2 สร้างแผนผัง (L2, L3) ขั้นที่ 4 ขั้นวัดและประเมินผล ทดสอบย่อยรายบุคคล คิดคะแนนเป็นความก้าวหน้าของกลุ่ม ขั้นที่ 5 ขั้นสร้างความประทับใจ ยกย่องกลุ่มที่ได้คะแนนอยู่เกณฑ์เก่ง เก่งมาก ยอดเยี่ยม และผลการพัฒนาพบว่า รูปแบบการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 85.78/89.33 เมื่อเทียบกับเกณฑ์ 80/80 ปรากฏว่ามีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคกลุ่มสัมฤทธิ์ด้วยแผนผัง ร่วมกับแบบฝึกทักษะเพื่อส่งเสริมการอ่านเชิงวิเคราะห์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคกลุ่มสัมฤทธิ์ด้วยแผนผัง ร่วมกับแบบฝึกทักษะเพื่อส่งเสริมการอ่านเชิงวิเคราะห์ ภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด

5. ผู้เชี่ยวชาญ มีความเห็นว่ารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมความสามารถทางการคิดสร้างสรรค์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสม สามารถนำไปใช้ได้

โพสต์โดย Kanyaphak_Tor4 : [5 ก.ย. 2564 เวลา 13:51 น.]
อ่าน [102250] ไอพี : 49.48.90.252
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ '>

  ความคิดเห็นที่ 2

1

วันที่โพสต์ [16 มี.ค. 2569 (03:30 น.)] ไอพี : [103.58.148.23] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 17,904 ครั้ง
ที่สุดของดาราศาสตร์
ที่สุดของดาราศาสตร์

เปิดอ่าน 2,713 ครั้ง
CRM คืออะไร ระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์ที่คนทำธุรกิจต้องรู้จัก!
CRM คืออะไร ระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์ที่คนทำธุรกิจต้องรู้จัก!

เปิดอ่าน 31,110 ครั้ง
การปฏิรูปการศึกษา การศึกษายุค 4.0 : โดย ประเสริฐ ตันสกุล
การปฏิรูปการศึกษา การศึกษายุค 4.0 : โดย ประเสริฐ ตันสกุล

เปิดอ่าน 275,749 ครั้ง
การอ่านจับใจความสำคัญ
การอ่านจับใจความสำคัญ

เปิดอ่าน 24,319 ครั้ง
การเลี้ยงไก่ไข่
การเลี้ยงไก่ไข่

เปิดอ่าน 29,199 ครั้ง
ประวัติย่อของคณิตศาสตร์ : ฟริดริก เกาส์
ประวัติย่อของคณิตศาสตร์ : ฟริดริก เกาส์

เปิดอ่าน 15,167 ครั้ง
"หัวหมอ" ไม่อยากโดนใบสั่ง ใช้หลักฟิสิกส์เข้าสู้ตำรวจซะเลย
"หัวหมอ" ไม่อยากโดนใบสั่ง ใช้หลักฟิสิกส์เข้าสู้ตำรวจซะเลย

เปิดอ่าน 62,992 ครั้ง
12 ต้นไม้บนโต๊ะทำงานยอดนิยม ประดับไว้ให้สดชื่น
12 ต้นไม้บนโต๊ะทำงานยอดนิยม ประดับไว้ให้สดชื่น

เปิดอ่าน 74,597 ครั้ง
อีโมติคอน อักษรแสดงอารมณ์
อีโมติคอน อักษรแสดงอารมณ์

เปิดอ่าน 31,268 ครั้ง
8 ตัวอย่างภาษาอังกฤษแบบผิดๆ ที่ฮิตติดปากคนไทย
8 ตัวอย่างภาษาอังกฤษแบบผิดๆ ที่ฮิตติดปากคนไทย

เปิดอ่าน 47,501 ครั้ง
จิตรกรรมไทย
จิตรกรรมไทย

เปิดอ่าน 23,767 ครั้ง
มรดกโลกของไทย
มรดกโลกของไทย

เปิดอ่าน 108,254 ครั้ง
การปกครองสมัยรัตนโกสินทร์
การปกครองสมัยรัตนโกสินทร์

เปิดอ่าน 6,748 ครั้ง
กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา คัดเลือก บรรจุ และแต่งตั้งบุคลากร
กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา คัดเลือก บรรจุ และแต่งตั้งบุคลากร

เปิดอ่าน 10,582 ครั้ง
ดื่มชาดำหรือเขียวประจำวันละ3ถ้วย ปัดเป่าอัมพาตไกลร้อยละ21
ดื่มชาดำหรือเขียวประจำวันละ3ถ้วย ปัดเป่าอัมพาตไกลร้อยละ21

เปิดอ่าน 31,323 ครั้ง
ความต่างของ วิวัฒนาการ vs พัฒนาการ ว่ามันต่างกันยังไง !!
ความต่างของ วิวัฒนาการ vs พัฒนาการ ว่ามันต่างกันยังไง !!
เปิดอ่าน 18,821 ครั้ง
[ อยากมีเงินเหลือ อ่านเลย! ] วิธีลดค่าไฟฟ้าเดือนละ 1 พันบาท
[ อยากมีเงินเหลือ อ่านเลย! ] วิธีลดค่าไฟฟ้าเดือนละ 1 พันบาท
เปิดอ่าน 54,324 ครั้ง
วิธีนี้ดีนะ..คณิตฯ ประถม ลบเลขไม่ต้องยืม
วิธีนี้ดีนะ..คณิตฯ ประถม ลบเลขไม่ต้องยืม
เปิดอ่าน 1,045 ครั้ง
สินเชื่อส่วนบุคคล ตัวช่วยทุกความต้องการทางการเงินยามจำเป็น
สินเชื่อส่วนบุคคล ตัวช่วยทุกความต้องการทางการเงินยามจำเป็น
เปิดอ่าน 13,326 ครั้ง
ชื่นชมพระบารมี สมเด็จพระเทพฯ ทรงขับร้องเพลง "ขอใจเธอแลกเบอร์โทร"
ชื่นชมพระบารมี สมเด็จพระเทพฯ ทรงขับร้องเพลง "ขอใจเธอแลกเบอร์โทร"

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ