ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การประเมินโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียน บ้านหนองสะเดา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6

การประเมินโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองสะเดา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินบริบท ปัจจัยเบื้องต้น กระบวนการ ผลผลิตและส่วนขยายผลผลิตเป็นด้านผลกระทบ (Impact) ด้านประสิทธิผล (Effectiveness) ด้านความยั่งยืน (Sustainability) ด้านการถ่ายทอดส่งต่อ (Transportation) ใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPPIEST Model ตามแนวคิดของ Daniel Stufflebeam กลุ่มผู้ให้ข้อมูลได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2562 จำนวน 55 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ฉบับของครูและบุคลากรทางการศึกษาและฉบับกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครอง 2) แบบประเมินโครงการ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ตามวิธีของลิเคอร์ท (Likert) สถิติวิเคราะห์ข้อมูล ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

สรุปผลการประเมินพบว่า

ผลการประเมินโดยภาพรวม พบว่า การประเมินโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองสะเดา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากและผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนด เมื่อพิจารณาในแต่ละด้านพบว่าด้านที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านผลบริบท อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ ด้านความยั่งยืน อยู่ในระดับมากและด้านการถ่ายทอดส่งต่อ อยู่ในระดับมากตามลำดับ ส่วนรายการที่มีผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือด้านผลกระทบ อยู่ในระดับมาก สรุปผลการประเมิน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนดทุกด้าน และผลการประเมินแต่ละด้านดังนี้ 1) ด้านบริบท โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนด เมื่อพิจารณาในแต่ละประเด็นพบว่า ประเด็นที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ โครงการนี้สามารถสนองต่อความต้องการของชุมชนและนักเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนประเด็นที่มีผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเห็นความสำคัญของโครงการและให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง อยู่ในระดับมาก 2) ด้านปัจจัยเบื้องต้น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนด เมื่อพิจารณาในแต่ละประเด็นพบว่า ประเด็นที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนให้ความร่วมมือสนับสนุนโครงการ อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนประเด็นที่มีผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือแหล่งเรียนรู้ภายในเพียงพอต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน อยู่ในระดับมาก 3) ด้านกระบวนการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนด เมื่อพิจารณาในแต่ละประเด็นพบว่า ประเด็นที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ โรงเรียนมีแผนงานหรือแนวทางการดำเนินงานและเกณฑ์การประเมินโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างชัดเจน อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนประเด็นที่มีผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือสื่อและนวัตกรรมประกอบการเรียนที่ เหมาะสมกับนักเรียน อยู่ในระดับมาก 4) ด้านผลผลิต โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนด เมื่อพิจารณาในแต่ละประเด็นพบว่า ประเด็นที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ โครงการที่จัดขึ้นทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ ความสามารถ อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนประเด็นที่มีผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อยู่ในระดับมาก 5) ด้านผลกระทบ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนด เมื่อพิจารณาในแต่ละประเด็นพบว่า ประเด็นที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ย (GPA) เพิ่มขึ้นหรือลดลง จากฐานข้อมูลเดิม อยู่ในระดับมาก ส่วนประเด็นที่มีผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือนักเรียนชั้นป.3 มีผลคะแนนทดสอบระดับชาติ NT. เพิ่มขึ้นหรือลดลง จากฐานข้อมูลเดิม อยู่ในระดับมาก 6) ด้านประสิทธิผล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนด เมื่อพิจารณาในแต่ละประเด็นพบว่า ประเด็นที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ พึงพอใจกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นป.6 มีผลคะแนนทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET) 4 กลุ่มสาระหลักเพิ่มขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนประเด็นที่มีผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือนักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาตนเองเต็มศักยภาพและสามารถสอบเรียนต่อได้ อยู่ในระดับมาก 7) ด้านความยั่งยืน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนด เมื่อพิจารณาในแต่ละประเด็นพบว่า ประเด็นที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการนำโครงการให้ประสบผลสำเร็จ และคงอยู่ มีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนประเด็นที่มีผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนควรเผยแพร่ขยายผลสู่เครือข่ายสาธารณะ อยู่ในระดับมาก 8) ด้านการถ่ายทอดส่งต่อ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนด เมื่อพิจารณาในแต่ละประเด็นพบว่า ประเด็นที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ โครงการนี้มีประโยชน์ต่อโรงเรียน ควรดำเนินการต่อไปทุกปีการศึกษา อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนประเด็นที่มีผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือความรู้ความสามารถของนักเรียนสามารถ ถ่ายทอด อยู่ในระดับมาก

โพสต์โดย พรรณ์พิมล แสนศรี : [8 ก.ย. 2564 เวลา 13:36 น.]
อ่าน [677] ไอพี : 223.205.235.62
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 25,188 ครั้ง
ประวัติ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ (พระเทพวิทยาคม)
ประวัติ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ (พระเทพวิทยาคม)

เปิดอ่าน 20,290 ครั้ง
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2557
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2557

เปิดอ่าน 15,766 ครั้ง
อนาคต 10 อย่างที่กำลังจะหายไป
อนาคต 10 อย่างที่กำลังจะหายไป

เปิดอ่าน 3,174 ครั้ง
คำถามยอดฮิต วิทยฐานะใหม่ (PA)
คำถามยอดฮิต วิทยฐานะใหม่ (PA)

เปิดอ่าน 15,722 ครั้ง
รู้หรือไม่ว่า "ชมพู่" เป็นยาชูกำลัง บำรุงหัวใจ
รู้หรือไม่ว่า "ชมพู่" เป็นยาชูกำลัง บำรุงหัวใจ

เปิดอ่าน 14,449 ครั้ง
ไขมันที่มองไม่เห็น อันตรายที่ไม่รู้ตัว คนผอมต้องระวัง!!!
ไขมันที่มองไม่เห็น อันตรายที่ไม่รู้ตัว คนผอมต้องระวัง!!!

เปิดอ่าน 8,866 ครั้ง
"พอล"หมึกยักษ์..นักทำนาย ต้นตระกูลกำเนิดยุคแคมเบรียน
"พอล"หมึกยักษ์..นักทำนาย ต้นตระกูลกำเนิดยุคแคมเบรียน

เปิดอ่าน 20,380 ครั้ง
 ปิดเทอมนี้ให้ลูกวัยรุ่นทำอะไรดีนะ/ดร.แพง ชินพงศ์
ปิดเทอมนี้ให้ลูกวัยรุ่นทำอะไรดีนะ/ดร.แพง ชินพงศ์

เปิดอ่าน 16,045 ครั้ง
เช็กสุขภาพ 12 ราศี พื้นดวงแบบนี้มีอะไรต้องระวัง
เช็กสุขภาพ 12 ราศี พื้นดวงแบบนี้มีอะไรต้องระวัง

เปิดอ่าน 11,726 ครั้ง
5 พฤติกรรมสุดฮิตของคนติด LINE ฉบับขายหัวเราะ ดูกันหรือยังครับ?
5 พฤติกรรมสุดฮิตของคนติด LINE ฉบับขายหัวเราะ ดูกันหรือยังครับ?

เปิดอ่าน 29,798 ครั้ง
ผักบำรุงสมอง
ผักบำรุงสมอง

เปิดอ่าน 31,615 ครั้ง
แนวทางการคัดเลือกหนังสือสำหรับเด็กปฐมวัยที่สอดคล้องกับกระทรวงฯ
แนวทางการคัดเลือกหนังสือสำหรับเด็กปฐมวัยที่สอดคล้องกับกระทรวงฯ

เปิดอ่าน 11,054 ครั้ง
กรมสุขภาพจิตเตือน! คนไทยระวังเป็นโรค “ขาดมือถือไม่ได้”
กรมสุขภาพจิตเตือน! คนไทยระวังเป็นโรค “ขาดมือถือไม่ได้”

เปิดอ่าน 30,214 ครั้ง
ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ
ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ

เปิดอ่าน 8,561 ครั้ง
เฟซบุ๊ก เตรียมเผยการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวแบบใหม่ วันนี้
เฟซบุ๊ก เตรียมเผยการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวแบบใหม่ วันนี้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
จดทะเบียนบริษัท
ตู้แช่ไวน์
BestKru
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 17,934 ครั้ง
เรื่องของกลิ่นปาก
เรื่องของกลิ่นปาก

เปิดอ่าน 10,267 ครั้ง
"นอสตราดามุสหญิง" เมืองไทย
"นอสตราดามุสหญิง" เมืองไทย

เปิดอ่าน 11,424 ครั้ง
ผลไม้ล้างพิษ
ผลไม้ล้างพิษ

เปิดอ่าน 14,954 ครั้ง
นักวิจัยไทย พบแมลงใหม่ 3 ชนิด "สมเด็จพระเทพฯ" พระราชทานนาม
นักวิจัยไทย พบแมลงใหม่ 3 ชนิด "สมเด็จพระเทพฯ" พระราชทานนาม

เปิดอ่าน 21,564 ครั้ง
1 กรกฎาคม วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ
1 กรกฎาคม วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ