ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง English Conversation กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

ความเป็นมา/แนวคิด

สังคมโลกปัจจุบันเป็นสังคมข้อมูลข่าวสารความก้าวหน้าความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม มีผลกระทบทั่วถึงอย่างรวดเร็วบุคคลในสังคมต้องติดต่อสื่อสาร เพื่อดำเนินกิจกรรมทางสังคมหรือเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ภาษาต่างประเทศจึงกลายเป็นเครื่องมืออันสำคัญยิ่งสำหรับการสื่อสารความรู้สึกนึกคิดเพื่อให้เกิดความเข้าใจในการศึกษาหาข้อมูล ความรู้ และถ่ายทอดวิทยาการต่าง ๆ แก่กันในด้านเศรษฐกิจ ภาษามีความจำเป็นยิ่งขึ้นในการเจรจาด้านการค้าและการประกอบอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการรู้ภาษาต่างประเทศจะช่วยสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างชนชาติไทยและชนชาติอื่น เพราะมีความเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของแต่ละเชื้อชาติ ทำให้สามารถปฏิบัติตนต่อกันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม มีความเข้าใจและภาคภูมิใจในภาษาและวัฒนธรรมไทย สามารถถ่ายทอดวัฒนธรรมไปสู่สังคมโลก (กรมวิชาการ, 2544 : 1)

ความเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้านของสังคมในยุคปัจจุบัน เช่น ด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและการศึกษา โดยความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ส่งผลให้พฤติกรรมของมนุษย์ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมที่แปรเปลี่ยนไปได้อย่างเหมาะสม เช่น ความสามารถในการเรียนรู้ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ความสามารถในการสื่อสารและความสามารถในการใช้ภาษา เป็นต้น ด้วยเหตุดังกล่าวระบบการศึกษาจึงจำเป็นต้องสร้างคนให้มีความสามารถทางด้านต่างๆ เพียงพอที่จะมีชีวิตอยู่รอดได้ และสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 (แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับที่ 2 พุทธศักราช 2545 มาตรา 23 ได้เน้นให้ความสำคัญทางด้านการจัดการทางภาษามีความรู้และทักษะสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และมาตรา 24 ระบุว่าให้มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยการฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ทำเป็น รวมทั้งให้ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง (ฝ่ายวิชาการ, 2546 : 11-12)

ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษมาเป็นระยะเวลานาน อีกทั้งมีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง แต่พบว่าการจัดการเรียนการสอนยังไม่ประสบความสำเร็จตามความมุ่งหมายของหลักสูตร การจัดกิจกรรมที่เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ให้เหมาะกับผู้เรียนและเอื้อต่อการพัฒนาความสามารถในการสื่อสารนั้น ต้องคำนึงถึงปัจจัยร่วม 2 ประการไปพร้อมกัน คือ ลักษณะของภาษาที่ใช้จริงในชีวิตประจำวันและวัตถุประสงค์ในการเรียนภาษาว่าเรียนไปเพื่ออะไร โดยในส่วนที่เกี่ยวกับลักษณะของภาษาที่ใช้จริงในชีวิตประจำวันและวัตถุประสงค์ของการเรียนภาษาเป็นการพัฒนาความสามารถในการใช้ภาษาของผู้เรียนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อได้รับตัวป้อนทางภาษาที่เป็นไปได้ (Logical linguistic input) และในระดับที่เพียงพอ ซึ่ง ตัวป้อนในที่นี้ คือ กิจกรรมและเนื้อหาที่เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่ผู้สอนได้จัดให้กับผู้เรียน ในการจัดกิจกรรมและเนื้อหาที่เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับผู้เรียนที่เน้นความสามารถในการสื่อสาร ควรคำนึงถึงลักษณะของภาษาที่ใช้ในชีวิตจริงและวัตถุประสงค์ในการเรียนภาษาควบคู่กันไป (สุพัตรา กองทรัพย์, 2549 : 2)

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้จัดทำหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ มุ่งหวังให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อภาษาต่างประเทศ สามารถใช้ภาษาต่างประเทศสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ แสวงหาความรู้ประกอบอาชีพ รวมทั้งมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องราวและวัฒนธรรมอันหลากหลาย และสามารถถ่ายทอดความคิดและวัฒนธรรมไทยไปยังสังคมโลกได้อย่างสร้างสรรค์และมุ่งเน้นทักษะทั้งสี่ คือ การฟัง การพูด การอ่าน การเขียน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก ความคิดเห็น และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลอย่างเหมาะสม (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : 1-2)

โรงเรียนบ้านโต ซึ่งจัดให้มีการเรียนการสอนตามแนวนโยบายของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และตามโครงสร้างของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551โดยกำหนดสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรซึ่งประกอบด้วยองค์ความรู้ทักษะหรือกระบวนการการเรียนรู้และคุณลักษณะหรือค่านิยมคุณธรรมจริยธรรมของผู้เรียนเป็น 8 กลุ่มสาระ คือ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยีและภาษาต่างประเทศ นอกจากนี้เพื่อตอบสนองความสามารถความถนัดและตอบสนองศักยภาพของผู้เรียนในแต่ละคนจึงได้จัดให้มีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในด้านต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นสาระเพิ่มเติมจากกิจกรรมทั้ง 8 สาระที่กล่าวมาแล้วถือเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญที่จะพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบในทุก ๆ ด้าน ทั้งทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม โดยอาจจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะสนองนโยบายในการสร้างเยาวชนของชาติให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัยและมีคุณภาพ

จากการวิเคราะห์สภาพปัจจุบันของโรงเรียนบ้านโต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 3 ที่ผ่านมา ผู้ศึกษาค้นคว้าใช้วิธีการสอนตามคู่มือครูและบางเรื่องต้องสอนตามหนังสือเรียนโดยการอภิปรายแล้วให้นักเรียนฝึกตามหนังสือเรียน พบว่านักเรียนไม่มีความกระตือรือร้นในการเรียน เมื่อให้ทำงานเป็นกลุ่มนักเรียนที่เก่งเท่านั้นเป็นผู้ทำงาน ส่วนนักเรียนที่เรียนอ่อนไม่ช่วยเพื่อนทำงาน ขาดความกระตือรือร้น เพราะเกิดความรู้สึกว่าตนเองไม่สามารถทำได้ดีเท่าเพื่อน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูไม่เอื้อต่อความต้องการของเด็กอ่อน นักเรียนบางคนไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้เลย นอกจากนั้นนักเรียนยังมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับที่ไม่น่าพึงพอใจ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องหาแนวทางแก้ไขเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถทางด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนให้ดีขึ้น

แนวทางในการแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอน มีหลายแนวทาง เช่น การสร้างสื่อนวัตกรรมการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ ชุดการสอน บทเรียนสำเร็จรูป เอกสารประกอบการเรียน แต่แนวทางที่ผู้ศึกษาค้นคว้าได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเหมาะสมกับปัญหาและเหมาะสมกับนักเรียนที่สุด คือ การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเพราะการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนเป็นระบบของการวางแผนการสอนที่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของเนื้อหาวิชานั้น ๆ และยังเป็นนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการจัดการเรียนการสอนได้ (วรกิต วัดเข้าหลาม, 2540 : 60) สอดคล้องกับผลการศึกษาของ สุมณฑา พรหมบุญ (2540 : 38 – 39) ได้กล่าวถึงประโยชน์และคุณค่าของการเรียนแบบร่วมมือ สรุปได้ดังนี้คือ การเรียนแบบร่วมมือช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนช่วยให้การเรียนรู้ของนักเรียนเป็นไปอย่างกว้างขวาง เพราะเป็นการร่วมกันเรียนภายในกลุ่มนักเรียนที่มีความแตกต่างกันในด้านเพศ และระดับความสามารถทางการเรียน ภูมิหลัง นักเรียนภายในกลุ่มได้เรียนรู้พร้อมกัน แบ่งบทบาท หน้าที่ และแก้ปัญหาร่วมกัน มีการเสนอแนะ ซักถาม ค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ และส่งเสริมให้ฝึกการคิดในระดับการวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่า นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการที่จะแสวงหาความรู้ด้วยตนเองอย่างประสิทธิภาพ ช่วยเตรียมนักเรียนให้พร้อม จะเผชิญกับชีวิตจริง เพราะลักษณะของการเรียนแบบร่วมมือ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเองเช่นเดียวกับการเรียนรู้ ของกลุ่ม ได้ลงมือปฏิบัติ ทำกิจกรรมกลุ่มฝึกฝนทักษะการเป็นผู้นำ ผู้ตาม และได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับชีวิตจริงของนักเรียนมากที่สุด การเรียนแบบร่วมมือช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดีช่วยให้นักเรียนได้ฝึกฝนความเป็นประชาธิปไตย ฝึกการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ฝึกการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ช่วยให้ผู้เรียนเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียน เพื่อน ครู สถานศึกษา สังคม และประเทศชาติต่อไป สามารถจดจำสิ่งที่เรียนได้นานขึ้น มีความสามารถในการใช้เหตุผล รักการท างานและมีใจจดจ่ออยู่กับงาน ยินดีให้ความร่วมมือในเรื่องต่างๆนักเรียนมีโอกาสฝึกทักษะทางสังคม มีหัวหน้ากลุ่ม มีผู้ช่วย มีเพื่อนร่วมกลุ่ม เป็นการเรียนรู้วิธีทำงานเป็นกลุ่ม ช่วยพัฒนาทักษะทางสังคม ซึ่งเป็นประโยชน์มากเมื่อต้องเข้าสู่ระบบการทำงานในชีวิตจริง ส่งเสริมความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม การร่วมกันเรียนภายในกลุ่ม นักเรียนทุกคนช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกัน ให้ความไว้วางใจกัน มุ่งมั่นให้งานของกลุ่มบรรลุเป้าหมายจนเกิดความรู้สึกว่า งานตนคืองานกลุ่ม และงานกลุ่มคืองานตน ส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักตนเอง และเห็นคุณค่าของตน รวมถึงได้รู้จักผู้อื่น และเห็นคุณค่าของผู้อื่นดียิ่งขึ้น เพิ่มความเต็มใจในการให้ความร่วมมือกับผู้อื่น การให้ความสนใจในตัวผู้อื่น และการใช้เวลาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดปัญหาทางวินัยในชั้นเรียน เนื่องจากนักเรียนทุกคนได้ฝึกฝนจนกระทั่งเกิดวินัยในตนเอง นักเรียนแต่ละคนจะได้รับการยอมรับจากครูจากเพื่อน ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้ยอมรับตนเอง และผู้อื่น มีความสุขในการอยู่ร่วมกับเพื่อน ๆ ปัญหาทางวินัยจึงลดน้อยลงและหมดไปในที่สุด นักเรียนเรียนด้วยความรู้สึกสบายใจ มีความเพลิดเพลิน บรรลุผลสำเร็จ ในการเรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยเฉลี่ยของนักเรียนทั้งชั้นสูงขึ้น มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูงขึ้น การช่วยเหลือกันในกลุ่มเพื่อน ทำให้นักเรียนเข้าใจสิ่งที่เรียนได้ดียิ่งขึ้น ทำให้นักเรียนเรียนได้ดีขึ้น นักเรียนที่เรียนอ่อนมีโอกาสแสดงความคิดเห็น ทำกิจกรรม และประสบผลสำเร็จในการเรียน ส่วนนักเรียนที่เรียนเก่งจะมีบทบาททางสังคมในชั้นเรียนมากขึ้น มีความรู้สึกว่าตนเองมีหน้าที่ต่อเพื่อนร่วมกลุ่ม มีหน้าที่ต่อสังคมมากขึ้นมิใช่ทำงานเฉพาะของตนเท่านั้น รู้จักการเป็นผู้ให้มากขึ้น

จากเหตุผลดังกล่าว ผู้ศึกษาค้นคว้าได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นของปัญหาจึงได้ดำเนินการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง English Conversation กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2โรงเรียนบ้านโต เพื่อนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจให้ดีขึ้นซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นตามไปด้วยนอกจากนั้นยังให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่คาดหวังว่านักเรียนต้องมีองค์ประกอบครบทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร ผลที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้จะเป็นแนวทางในการพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษและสามารถใช้ในการสื่อสารของนักเรียนต่อไป

2. วัตถุประสงค์ของการศึกษา

ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ผู้ศึกษาค้นคว้าได้ตั้งจุดประสงค์ไว้ดังนี้

1.เพื่อสร้างและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง English Conversation กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80

2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง English Conversation กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

3. เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง English Conversation กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

โพสต์โดย ครุปะห์ : [8 ธ.ค. 2564 เวลา 09:42 น.]
อ่าน [366] ไอพี : 118.174.61.181
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 42,333 ครั้ง
ประกาศ สพฐ.หลักเกณฑ์ อัตรา และวิธีการนำเงินรายได้สถานศึกษาไปจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในสถานศึกษา
ประกาศ สพฐ.หลักเกณฑ์ อัตรา และวิธีการนำเงินรายได้สถานศึกษาไปจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในสถานศึกษา

เปิดอ่าน 8,619 ครั้ง
คอลัมน์ เปลี่ยนผ่าน: ได้เวลา "ปฏิรูป" ลูกเสือไทยเร่งสางปัญหา "ทุจริต" รีบปรับหลักสูตรให้ตรงใจ "ผู้เรียน-ผู้สอน"
คอลัมน์ เปลี่ยนผ่าน: ได้เวลา "ปฏิรูป" ลูกเสือไทยเร่งสางปัญหา "ทุจริต" รีบปรับหลักสูตรให้ตรงใจ "ผู้เรียน-ผู้สอน"

เปิดอ่าน 34,641 ครั้ง
หลักเกณฑ์การพิจารณาการย้าย
หลักเกณฑ์การพิจารณาการย้าย

เปิดอ่าน 37,674 ครั้ง
การแก้ระบบสมการ โดยใช้วิธีเมตริกผกผัน
การแก้ระบบสมการ โดยใช้วิธีเมตริกผกผัน

เปิดอ่าน 23,406 ครั้ง
กินยาแรงเกินไปทำให้เบลอได้
กินยาแรงเกินไปทำให้เบลอได้

เปิดอ่าน 15,105 ครั้ง
จริงหรือ? "น้ำ" แก้ปวดหัวได้
จริงหรือ? "น้ำ" แก้ปวดหัวได้

เปิดอ่าน 21,925 ครั้ง
แพทย์ชี้เด็กยิ่งเล่นยิ่งฉลาด แนะพ่อแม่ส่งเสริมการเล่นอย่างอิสระ 7 ประการ
แพทย์ชี้เด็กยิ่งเล่นยิ่งฉลาด แนะพ่อแม่ส่งเสริมการเล่นอย่างอิสระ 7 ประการ

เปิดอ่าน 17,775 ครั้ง
8 วิธีปรับโฉม “โรงเรียน” ใหม่…จัดอย่างไรให้เด็กเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ
8 วิธีปรับโฉม “โรงเรียน” ใหม่…จัดอย่างไรให้เด็กเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ

เปิดอ่าน 12,576 ครั้ง
โลก 360 องศา ซีรีส์การศึกษาในฟินแลนด์ ตอน คนเบาบาง แต่คุณภาพเข้มข้น
โลก 360 องศา ซีรีส์การศึกษาในฟินแลนด์ ตอน คนเบาบาง แต่คุณภาพเข้มข้น

เปิดอ่าน 14,214 ครั้ง
7 เคล็ดลับผิวสว่างใส สำหรับสาวย่าง 30
7 เคล็ดลับผิวสว่างใส สำหรับสาวย่าง 30

เปิดอ่าน 292,524 ครั้ง
แบบคำขอวิทยฐานะ ก.ค.ศ 1 ก.ค.ศ 1/1 ก.ค.ศ 2 และ 3 ฉบับ word
แบบคำขอวิทยฐานะ ก.ค.ศ 1 ก.ค.ศ 1/1 ก.ค.ศ 2 และ 3 ฉบับ word

เปิดอ่าน 10,157 ครั้ง
ครูอินเดีย ลุยน้ำไปสอนหนังสือเด็กนานกว่า 20 ปี
ครูอินเดีย ลุยน้ำไปสอนหนังสือเด็กนานกว่า 20 ปี

เปิดอ่าน 35,010 ครั้ง
การวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย
การวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย

เปิดอ่าน 19,693 ครั้ง
แนวทางปฏิบัติในการจัดหาพัสดุด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-market) และด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
แนวทางปฏิบัติในการจัดหาพัสดุด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-market) และด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

เปิดอ่าน 23,000 ครั้ง
เผย 5 สมุนไพร ลดความดันโลหิตสูง ที่คุณคาดไม่ถึง
เผย 5 สมุนไพร ลดความดันโลหิตสูง ที่คุณคาดไม่ถึง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
จดทะเบียนบริษัท
ตู้แช่ไวน์
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 11,111 ครั้ง
ผักบร็อคโคลี่...รักษาโรคอัลไซเมอร์
ผักบร็อคโคลี่...รักษาโรคอัลไซเมอร์

เปิดอ่าน 6,505 ครั้ง
อะโดบีเผยเอเชีย-แปซิฟิกใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนเติบโตสูงสุดในโลก
อะโดบีเผยเอเชีย-แปซิฟิกใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนเติบโตสูงสุดในโลก

เปิดอ่าน 18,783 ครั้ง
"มองการศึกษาในมุมใหม่" การ์ตูนสะท้อนการศึกษาไทย ที่ "ผู้ใหญ่" ควรทำความเข้าใจ
"มองการศึกษาในมุมใหม่" การ์ตูนสะท้อนการศึกษาไทย ที่ "ผู้ใหญ่" ควรทำความเข้าใจ

เปิดอ่าน 8,205 ครั้ง
ออกกำลังแบบไหน ดีกับโรคอะไร
ออกกำลังแบบไหน ดีกับโรคอะไร

เปิดอ่าน 67,686 ครั้ง
เครื่องแบบข้าราชการ
เครื่องแบบข้าราชการ



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ