ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

ผลงานทางวิชาการครูกฤตพล ตรีนารถ

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้ทฤษฎี

การเรียนรู้แบบร่วมมือและทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเพื่อการสร้างสรรค์

ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ผู้วิจัย นายกฤตพล ตรีนารถ

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

สถานที่ทำงาน โรงเรียนเทศบาล ๑ “เชิงชุมประชานุกูล”

สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครสกลนคร จังหวัดสกลนคร

ปีที่วิจัย ปีการศึกษา 2563

บทคัดย่อ

การวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้ทฤษฎี การเรียนรู้แบบร่วมมือและทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเพื่อการสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสารโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือและทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเพื่อ การสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) รายงานผลการใช้พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือและทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ ด้วยตนเองเพื่อการสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 การวิจัยดำเนินการ ตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ 1) การสร้างและหาคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2) ผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนเทศบาล ๑ “เชิงชุมประชานุกูล” สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครสกลนคร จังหวัดสกลนคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียน เป็นหน่วยการสุ่ม จำนวน 24 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร คู่มือการชุดกิจกรรมการเรียนรู้การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร จำนวน 40 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยโดยใช้การทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระจากกัน t-test ชนิด Dependent Samples

ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

1. การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือและทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเพื่อการสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า

1.1 รูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือและทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเพื่อการสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มี 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) จุดมุ่งหมาย 3) เนื้อหา 4) กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยมีกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบ่งออกได้เป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจและนำเข้าสู่บทเรียน (warm up) ขั้นที่ 2 ขั้นทบทวนการเรียนรู้และสอนเนื้อหาใหม่ (Presentation) ขั้นที่ 3 ขั้นฝึกฝน (Practice) ขั้นที่ 4 ขั้นนำไปใช้และสร้างสรรค์ชิ้นงาน (Production) และ ขั้นที่ 5 ขั้นสรุปและประเมิน (Wrap up) 5) สื่อและแหล่งเรียนรู้ 6) การวัดและประเมินผล

1.2 ผลการตรวจสอบคุณภาพด้านความเหมาะสมของรูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือและทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเพื่อการสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีคุณภาพ ด้านความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด

2. ผลการใช้และศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือและทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเพื่อการสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า

2.1 นักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือและทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเพื่อการสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด คือ ร้อยละ 70

2.2 ผลการหาค่าดัชนีประสิทธิผลรูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือและทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเพื่อการสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเท่ากับ 0.61 ซึ่งแสดงว่า รูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือและทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเพื่อการสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นทำให้นักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น 0.61 คิดเป็นร้อยละ 61

2.3 นักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือและทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเพื่อการสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจต่อการเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย รองลือ : [27 ก.พ. 2565 เวลา 21:02 น.]
อ่าน [101446] ไอพี : 61.90.32.149
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,676 ครั้ง
ม.44 ดัน "ศึกษาธิการจังหวัด" เดินหน้าหรือถอยหลังปฏิรูปศึกษา
ม.44 ดัน "ศึกษาธิการจังหวัด" เดินหน้าหรือถอยหลังปฏิรูปศึกษา

เปิดอ่าน 10,930 ครั้ง
ผักผลไม้ฟอกฟันให้ขาวสะอาดได้
ผักผลไม้ฟอกฟันให้ขาวสะอาดได้

เปิดอ่าน 76,726 ครั้ง
ถึงเวลาปลุก "จิตวิญญาณ" ความเป็น "ครู" ก่อนจะไปถึงการศึกษาไทย 4.0
ถึงเวลาปลุก "จิตวิญญาณ" ความเป็น "ครู" ก่อนจะไปถึงการศึกษาไทย 4.0

เปิดอ่าน 11,340 ครั้ง
กระเป๋านักเรียนหนักเสี่ยง! หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
กระเป๋านักเรียนหนักเสี่ยง! หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

เปิดอ่าน 32,782 ครั้ง
หลักสูตรการสอบภาค ข ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหนังสือ ว14/2558
หลักสูตรการสอบภาค ข ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหนังสือ ว14/2558

เปิดอ่าน 33,701 ครั้ง
วิวัฒนาการของ "บัตรประจำตัวประชาชน"
วิวัฒนาการของ "บัตรประจำตัวประชาชน"

เปิดอ่าน 16,079 ครั้ง
อย่าลืมเป้าหมายการศึกษา : โดย ดร.กมล รอดคล้าย
อย่าลืมเป้าหมายการศึกษา : โดย ดร.กมล รอดคล้าย

เปิดอ่าน 11,110 ครั้ง
เปิดม่านการศึกษา : 2 พ.ค. 59 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดม่านการศึกษา : 2 พ.ค. 59 : โดย...ครูแจ่ม

เปิดอ่าน 20,008 ครั้ง
การรักษาโต๊ะคอมให้ใช้งานได้ยาวนาน
การรักษาโต๊ะคอมให้ใช้งานได้ยาวนาน

เปิดอ่าน 1,541 ครั้ง
วิธีการลงทุนทองคำสำหรับมือใหม่: เริ่มต้นอย่างไรให้ปลอดภัย
วิธีการลงทุนทองคำสำหรับมือใหม่: เริ่มต้นอย่างไรให้ปลอดภัย

เปิดอ่าน 18,770 ครั้ง
eco car เทรนด์ใหม่ รถเล็ก ประหยัดพลังงาน
eco car เทรนด์ใหม่ รถเล็ก ประหยัดพลังงาน

เปิดอ่าน 89,913 ครั้ง
การปลูกผักหวานป่าเชิงระบบ
การปลูกผักหวานป่าเชิงระบบ

เปิดอ่าน 14,995 ครั้ง
นาฬิกาชีวิต องค์รวมสุขภาพแบบ A.M./P.M.
นาฬิกาชีวิต องค์รวมสุขภาพแบบ A.M./P.M.

เปิดอ่าน 8,502 ครั้ง
"ผักปลัง" ผักพื้นบ้าน ปลูกง่าย มีประโยชน์
"ผักปลัง" ผักพื้นบ้าน ปลูกง่าย มีประโยชน์

เปิดอ่าน 20,294 ครั้ง
"ดอกอัญชัน" สมุนไพรบำรุงสายตา ดูแลเส้นผมให้เงางาม
"ดอกอัญชัน" สมุนไพรบำรุงสายตา ดูแลเส้นผมให้เงางาม

เปิดอ่าน 20,877 ครั้ง
กล้วยหอม ตัวช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล
กล้วยหอม ตัวช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล
เปิดอ่าน 17,524 ครั้ง
ประโยชน์ของโยเกิร์ต
ประโยชน์ของโยเกิร์ต
เปิดอ่าน 25,861 ครั้ง
การวัดความกดอากาศ
การวัดความกดอากาศ
เปิดอ่าน 4,613 ครั้ง
ประโยชน์ของขมิ้นชัน
ประโยชน์ของขมิ้นชัน
เปิดอ่าน 75,718 ครั้ง
เฉลยที่มาคำถาม ... "อยากให้พรุ่งนี้เป็นเมื่อวาน .. วันนี้จะได้เป็นวันศุกร์"
เฉลยที่มาคำถาม ... "อยากให้พรุ่งนี้เป็นเมื่อวาน .. วันนี้จะได้เป็นวันศุกร์"

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ