ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > 6 ข้อดีของการพาลูกไปที่ทำงาน

6 ข้อดีของการพาลูกไปที่ทำงาน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 9 พ.ย. 2553 เปิดอ่าน : 11,610 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

6 ข้อดีของการพาลูกไปที่ทำงาน

Advertisement

           สำหรับเวิร์กกิ้งมัม ช่วงเวลาปิดเทอม หรือระหว่างที่ผู้ช่วยดูแลเจ้าตัวเล็ก ไม่ว่าจะพี่เลี้ยง หรือปู่ย่าตายายเกิดมีธุระปะปังขึ้นมา ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ กระเตงเจ้าตัวเล็กไปทำงานด้วยกันซะเลย ซึ่งน่าดีใจที่ที่ทำงานส่วนใหญ่มักจะเข้าใจในความจำเป็นนี้ แถมบางครั้งการมีเด็ก ๆ มาอยู่ในที่ทำงานยังสร้างรอยยิ้ม และความสุขให้พี่ป้าน้าอาบรรดาเพื่อนร่วมงานของคุณแม่ได้อีกด้วย

            นอกจากนี้การพาลูกมาที่ทำงานยังมีประโยชน์ต่อเจ้าตัวเล็กอีกถึง 6 ข้อด้วยกัน นั่นก็คือ...

 1. เสริมประสบการณ์นอกบ้านให้

            การพาลูกมาที่ทำงานจะช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ นอกบ้านได้รู้ว่าระหว่างที่คุณแม่ไม่อยู่กับเค้านั้น แม่ใช้เวลาแต่ละวันทำอะไรบ้าง

            หากลูกสงสัยควรเล่าให้ฟังอย่างคร่าว ๆ ว่างานที่คุณทำนั้นเกี่ยวกับอะไรและเขาควรจะทำตัวอย่างไร เช่น คุณแม่เป็นคุณครู ระหว่างที่คุณแม้ไปสอนหนังสือพี่ ๆ ลูกจะต้องนั่งเล่นอยู่เงียบ ๆ ไม่รบกวนคนอื่น หรือแม่อาจจะฝากลูกไว้กับเพื่อนร่วมงาน ห้ามดื้อห้ามซนเด็ดขาด เพราะลูกโตแล้วแม่จึงไว้ใจพาลูกมาที่ทำงานได้

            การบอกเช่นนี้ จะสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้ลูก เพราะเมื่อเขาได้รู้เขาจะรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง และได้เรียนรู้ว่าแต่ละคนก็มีหน้าที่ของตัว


 2. รู้จักมารยาทการเข้าสังคมการอยู่ร่วมกับผู้ใหญ่

            เชื่อว่าสิ่งแรกที่คุณจะทำเมื่อไปถึงที่ทำงานก็คือ พาเจ้าตัวเล็กไปทักทายสวัสดีพี่ป้าน้าอาเพื่อนร่วมงานของคุณ นี่อาจจะเป็นเรื่องธรรมดา ๆ ที่ทำไปโดยอัตโนมัติ แต่ลูกกำลังเรียนรู้เรื่องมารยาทการเข้าสังคมค่ะ

            เด็กเล็ก ๆ มักจะเคยชินกับผู้ใหญ่ใกล้ชิดในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือพี่เลี้ยงที่ล้วนแต่รักใคร่ เข้าใจ และเอ็นดูเขา จนเขาเอาแต่ใจได้เต็มที่ แต่สำหรับนอกบ้านแล้วไม่ควรเป็นเช่นนั้น บางครั้งคุณแม่อาจจะได้พบความประหลาดใจว่า เขาสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง และทำตัวเรียบร้อยน่ารักกว่าตอนอยู่บ้านซะอีก

 3. รู้จักช่วยเหลืองานเล็ก ๆ น้อย

            ในช่วงที่งานไม่ยุ่งนัก อาจให้เขาช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ เขาจะทั้งสนุก และภูมิใจกับการที่ได้เป็นผู้ช่วยตัวจิ๋วของคุณแม่ และเรื่องสำคัญที่ลืมไม่ได้ก็คือ การให้รางวัลเมื่อเขาเป็นเด็กดี เพราะนั่นจะทำให้เขาอยากเป็นเด็กดีในทุก ๆ ครั้งที่ต้องมาทำงานกับคุณ

            อ้อ...แต่ถ้าการพยายามช่วยของเขาเป็นการช่วยป่วนละก็ ทำใจให้เย็น ๆ ไว้ก่อน แล้วค่อย ๆ อธิบายให้เจ้าตัวดีรู้ว่า ที่กำลังทำอยู่น่ะ ช่วยให้ยุ่งนะพ่อตัวร้าย

 4. เรียนรู้ที่จะอยู่ตามลำพังบ้าง

            แน่นอนว่านี่คือที่ทำงาน สิ่งที่คุณแม่ต้องทำก็คือทำงาน คุณจึงต้องเตรียมของเล่นชิ้นโปรดของลูกมาด้วย อาจจะเป็นตุ๊กตาตัวโปรด หนังสือนิทานภาพสีสวย สมุดระบายสี ตุ๊กตา รถ หุ่นยนต์ เตรียมมาหลาย ๆ อย่าง เผื่อลูกเบื่อจะได้เปลี่ยนไปเล่นอย่างอื่นได้ แต่ก็ไม่ควรเตรียมมาเยอะจนห้องทำงานของคุณแม่กลายเป็นร้านของเล่นไป และควรเตือนลูกว่าผู้ใหญ่ต้องทำงาน ดังนั้นเขาต้องนั่งเล่นคนเดียวเงียบ ๆ

            หากลูกง่วง ควรให้เขาได้นอนกลางวัน คุณแม่ควรเตรียมที่นอนเล็ก ๆ ที่พับเก็บได้ ให้เขานอนใกล้ ๆ โต๊ะทำงานของคุณแม่ หรือในบริเวณที่ไม่มีคนเดินพลุกพล่าน

 5 . ฝึกวินัย สร้างความมีระเบียบ

            อย่างที่บอกไว้ เด็กส่วนมากมักทำตัวเรียบร้อยน่ารักกับผู้ใหญ่นอกบ้าน นี่จึงเป็นโอกาสดีที่คุณจะฝึกวินัย สร้างนิสัยความมีระเบียบให้ลูก โดยทำข้อตกลงว่า เขาสามารถทำอะไรได้บ้าง และสิ่งไหนที่ "ห้าม" อย่างเด็ดขาด เช่น ห้ามวิ่งเล่น ห้ามส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น ต้องนั่งเล่นเงียบ ๆ ถ้าต้องการอะไรให้ถามแม่ก่อน ของเล่นชิ้นไหนที่เบื่อแล้วต้องเก็บให้เรียบร้อยก่อนที่จะหยิบเอาของชิ้นใหม่ เมื่อกินนมเสร็จแล้วต้องนำกล่องไปทิ้งที่ถังขยะ ฯลฯ

 6. รู้จักเรื่องเวลาและการอดทนรอคอย

            นอกเหนือจากการฝึกวินัย สร้างความมีระเบียบแล้ว การพาลูกมาที่ทำงานยังช่วยให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องเวลาและการอดทนรอคอย ด้วยกฎเหล็ก ห้ามร้องขอกลับบ้านก่อนเวลาเลิกงาน ห้ามเข้ามายุ่งกับงานที่คุณทำ

            ถึงจะตั้งกฎไว้แต่เด็กก็คือเด็กเรื่องงอแงรบเร้าต้องมีแน่ แต่คุณแม่ต้องใจแข็งค่ะไม่ว่าเขาจะรบเร้าแค่ไหน อย่าเพิ่งให้เขามายุ่งกับงานที่คุณทำ หรือยอมโดดงานพาเขากลับบ้านเชียว ไม่อย่างนั้นเขาจะได้เรียนรู้สิ่งที่ตรงข้ามกัน คือ การดื้อทำให้เขาได้สิ่งที่ต้องการ

ข้อคิดเตือนใจจากผู้ใหญ่ใจดี

            แม้ว่าการพาลูกไปทำงานจะมีข้อดี ช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมาย แต่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องระวังอยู่มาก เรื่องนี้นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงมหาดไทย เตือนว่า มีจุดเสี่ยงในที่ทำงาน (ออฟฟิศ) ที่อาจเกิดอันตรายกับเด็ก เช่น 

          ประตู โดยเฉพาะประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติ ซึ่งเด็กส่วนใหญ่มักวิ่งเข้าออกด้วยความรวดเร็วหากระบบการทำงานตรวจจับสัญญาณของประตูขัดข้อง เด็กอาจวิ่งชนประตูได้รับบาดเจ็บ


          แฟ้มเอกสาร ซึ่งมักจัดเก็บไว้บนหลังตู้หรือชั้นวางของหากเด็กปีนป่ายหรือวิ่งชน อาจทำให้ได้รับอันตรายจากสิ่งของหล่นใส่


          โต๊ะทำงาน ควรนำฟองน้ำหรือกระดาษมาหุ้มปิดมุมขอบโต๊ะเพื่อป้องกันเด็กวิ่งชน และไม่จัดวางสิ่งของไว้ชิดริมโต๊ะมากไป


          พื้นกระเบื้องปูพื้น ที่ทำงานหลายแห่งมักขัดพื้นจนมันวาว กระเบื้องปูพื้นหลุดล่อนบางส่วนรอยต่อของพรมปูพื้นไม่เรียบ หากเด็กเดินอย่างไม่ระมัดระวังอาจสะดุดล้ม


          ลิฟต์ ควรสอนให้เด็กรู้ว่าลิฟต์เป็นสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ใช่เครื่องเล่น ไม่ควรให้เด็กใช้ลิฟต์ตามลำพัง รวมถึงไม่ควรให้เด็กยืนพิงประตูลิฟต์


          บันได ไม่ควรปล่อยให้เด็กวิ่งขึ้นลงหรือเล่นบริเวณบันได

            อุปกรณ์สำนักงาน ชิ้นเล็ก ๆ เช่น เข็มหมุดติดบอร์ดตัวหนีบ คลิปหนีกระดาษ ลวดเย็บกระดาษ กรรไกร คัตเตอร์ ควรเก็บให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันเด็กนำมาเล่น, กลิ่นเหม็นจากหมึกพิมพ์ และแสงจากเครื่องถ่ายเอกสารเป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย, เก้าอี้ล้อเลื่อน ไม่ควรให้เด็กขึ้นไปปืนเล่นบนเก้าอี้ เพราะอาจลื่นไถลและพลิกคว่ำได้ง่าย, ควรดูมิให้เด็กดึงสายไฟ หรือเอานิ้วแหย่ปลั๊กไฟเล่น เพราะอาจถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิตได้

           เช็กสักนิดก่อนออกจากบ้าน เพื่อให้วันทำงานที่มีลูกอยู่ด้วยไม่เป็นวันชุลมุน ก่อนออกจากบ้าน ตรวจเช็กกันสักนิดว่า มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมแล้ว

  • อุปกรณ์การกินนม สำหรับเด็กเล็ก หรือนมกล่องสำหรับเด็กโต   
  • ผ้าอ้อมสำเร็จรูป สำหรับเด็กเล็ก
  • เสื้อ กางเกง 2-3 ชุด
  • ผ้าขนหนู
  • ที่นอนเล็ก ๆ ที่พับเก็บได้พร้อมผ้าห่ม หมอนคู่กาย
  • ยาหม่อง ยาทาแก้คัน ยาใส่แผล เผื่อฉุกเฉิน
  • กระดาษเช็ดทำความสะอาดสำหรับเด็ก (Baby Wipes)
  • ของเล่นชิ้นโปรด ขนมอร่อย ๆ

ขอบคุณความรู้จาก  ::  M&C แม่และเด็ก

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> 6 ข้อดีของการพาลูกไปที่ทำงาน , พาลูกไปที่ทำงาน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ผิวหน้าสวยด้วยแอปเปิ้ล

ผิวหน้าสวยด้วยแอปเปิ้ล
เปิดอ่าน 14,990 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
เรื่องปูนๆ กับท่อปูนที่คุณอาจยังไม่รู้☕ คลิกอ่านเลย
เรื่องปูนๆ กับท่อปูนที่คุณอาจยังไม่รู้
เปิดอ่าน 2,975 ครั้ง
มะระขี้นก ต้านเบาหวาน☕ คลิกอ่านเลย
มะระขี้นก ต้านเบาหวาน
เปิดอ่าน 3,663 ครั้ง
เปลี่ยนผิวหน้าพังให้กลับมาสวยปังกับ 4 การรักษาฝ้าอย่างถูกวิธี☕ คลิกอ่านเลย
เปลี่ยนผิวหน้าพังให้กลับมาสวยปังกับ 4 การรักษาฝ้าอย่างถูกวิธี
เปิดอ่าน 4,246 ครั้ง
ทำไมถึงต้องใช้บริการบริษัท Digital Agency☕ คลิกอ่านเลย
ทำไมถึงต้องใช้บริการบริษัท Digital Agency
เปิดอ่าน 4,201 ครั้ง
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล☕ คลิกอ่านเลย
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล
เปิดอ่าน 9,317 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

แบบตรวจสอบการเรียนผ่านเครือข่าย แบบตรวจสอบการเรียนผ่านเครือข่าย
เปิดอ่าน 9,545 ครั้ง
สดุดี ‘ครูทองล้อม’ เกษียณกว่า 20 ปี ยังมาสอนเลข แต่งเพลงให้เด็กจำ ผ่านยกห้องสดุดี ‘ครูทองล้อม’ เกษียณกว่า 20 ปี ยังมาสอนเลข แต่งเพลงให้เด็กจำ ผ่านยกห้อง
เปิดอ่าน 60,204 ครั้ง
ฟื้นฟูตัวเอง 15 วัน เปลี่ยน...ให้สวยฟื้นฟูตัวเอง 15 วัน เปลี่ยน...ให้สวย
เปิดอ่าน 11,367 ครั้ง
8 วิธี ฟื้นฟูจิตใจ8 วิธี ฟื้นฟูจิตใจ
เปิดอ่าน 6,657 ครั้ง
ประเทศไทยได้อะไร... จากการรอใช้ 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ประเทศไทยได้อะไร... จากการรอใช้ 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์
เปิดอ่าน 5,877 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ