ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL

เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3

ชื่อผู้วิจัย นางพรรณวษา บานเย็น

ครูชำนาญการพิเศษ

ระดับชั้น ชั้นอนุบาลปีที่ 3

ปีการศึกษา 2562

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้าง ทดสอบประสิทธิภาพ และเผยแพร่รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ 6 ขั้น ดังนี้

ระยะที่ 1 การสร้างรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL ขั้นที่ 1

สังเคราะห์รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ แบบ WASA MODEL จากการศึกษาเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผลการสร้างรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL ประกอบด้วย ขั้นการจัดประสบการณ์ 4 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมความพร้อม (W : Warm up) ขั้นที่ 2 ขั้นสร้างความสนใจ (A : Attention) ขั้นที่ 3 ขั้นฝึกทักษะ (S : Skills) และขั้นที่ 4 ขั้นสรุป (A : Abstract) ขั้นที่ 2 ประเมินรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ทำแบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL ผลการประเมินรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 4.00 - 4.80 ขั้นที่ 3 สร้างเครื่องมือประกอบการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL คือ แผนการจัดประสบการณ์ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 4.20 - 4.60 แบบสังเกตทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คู่มือการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL และแบบทดสอบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีค่าดัชนีสอดคล้องเท่ากับ 0.80 - 1.00 ค่าความยากง่ายระหว่าง 0.59 - 0.75 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.35 - 0.53 และค่าความเชื่อมั่น (KR-20) เท่ากับ 0.90 ขั้นทดลองนำร่องรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL โดยการทดลองนำร่อง ครั้งที่ 1 โดยการทดลองสอนกับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/2 โรงเรียนอนุบาลช้าง เทศบาลเมืองพังงา จังหวัดพังงา ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 25 คน ใช้ 2 หน่วยการเรียนรู้ และทดลองนำร่องครั้งที่ 2 กับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/3 โรงเรียนอนุบาลช้าง เทศบาลเมืองพังงา จังหวัดพังงา ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 25 คน ใช้ 2 หน่วย การเรียนรู้

ระยะที่ 2 การทดสอบประสิทธิภาพรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL ขั้นที่ 5 ทดลองใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL เป็นเวลา 8 สัปดาห์ 8 หน่วยการเรียนรู้ โดยกำหนดแบบแผนการทดลองแบบ Randomized Control-Group Pretest-Posttest Design กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/1 โรงเรียนอนุบาลช้าง เทศบาลเมืองพังงา จังหวัดพังงา ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 25 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม (Sampling Unit) สถิติใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ t-test for dependent samples ผลการทดสอบประสิทธิภาพรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL คือ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/1 โรงเรียนอนุบาลช้าง เทศบาลเมืองพังงา จังหวัดพังงา มีผลสัมฤทธิ์ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น หลังจากได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดของรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งรายด้าน 4 ด้าน และโดยรวม

ระยะที่ 3 การเผยแพร่รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL ขั้นที่ 6 การเผยแพร่รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL โดยครูอนุบาล ที่ปฏิบัติงานสอนอยู่ในชั้นเรียนอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนในอำเภอเมืองพังงา โรงเรียนละ 1 คน จำนวน 6 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 ที่สมัครใจนำรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ แบบ WASA MODEL ไปทดลองใช้ จำนวน 2 หน่วยการเรียนรู้ เมื่อสิ้นสุดการสอนครูอนุบาลทุกคน ตอบแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับ ความเหมาะสมของรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL ผลการเผยแพร่รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ WASA MODEL ตามความคิดเห็นของครูอนุบาลที่ปฏิบัติงานสอนอยู่ในชั้นเรียนอนุบาลปีที่ 3 มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุดมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 4.00 - 4.80

โพสต์โดย พรรณ : [13 ก.ค. 2565 เวลา 19:12 น.]
อ่าน [101437] ไอพี : 1.0.251.181
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,987 ครั้ง
แชร์กระจาย ฝีมือการแต่งนิทานของเด็ก 7 ขวบ ครีเอทได้น่ารักมาก
แชร์กระจาย ฝีมือการแต่งนิทานของเด็ก 7 ขวบ ครีเอทได้น่ารักมาก

เปิดอ่าน 7,321 ครั้ง
"#TikTokUni" ยกระดับการเรียนรู้ สู่การพัฒนาตนเองของคน Genใหม่
"#TikTokUni" ยกระดับการเรียนรู้ สู่การพัฒนาตนเองของคน Genใหม่

เปิดอ่าน 14,215 ครั้ง
อะไร? อยู่ใน Wi-Fi
อะไร? อยู่ใน Wi-Fi

เปิดอ่าน 23,051 ครั้ง
น้ำสมุนไพร ปรับสมดุลธาตุ เวลาไหนควรดื่ม
น้ำสมุนไพร ปรับสมดุลธาตุ เวลาไหนควรดื่ม

เปิดอ่าน 13,400 ครั้ง
พืชพรรณธรรมชาติ ที่ดีต่อผิวพรรณ
พืชพรรณธรรมชาติ ที่ดีต่อผิวพรรณ

เปิดอ่าน 66,868 ครั้ง
พระพุทธรูปในศิลปะไทยสมัยต่าง ๆ
พระพุทธรูปในศิลปะไทยสมัยต่าง ๆ

เปิดอ่าน 11,788 ครั้ง
คลิปชายอ้างเป็น"นายสิบ"เมากร่าง ขับรถกินเลน ปชช.คู่กรณีไม่พอ ยังด่าหยาบ-ทำร้ายร่างกาย
คลิปชายอ้างเป็น"นายสิบ"เมากร่าง ขับรถกินเลน ปชช.คู่กรณีไม่พอ ยังด่าหยาบ-ทำร้ายร่างกาย

เปิดอ่าน 12,885 ครั้ง
ลีลาตำรวจโบกรถ เชียงใหม่ ช่วยผู้ขับขี่คลายเครียดได้เยอะ
ลีลาตำรวจโบกรถ เชียงใหม่ ช่วยผู้ขับขี่คลายเครียดได้เยอะ

เปิดอ่าน 11,851 ครั้ง
วิจัย พบ ชายศีรษะล้านมีโอกาสก้าวหน้าในการงานและธุรกิจมากกว่า
วิจัย พบ ชายศีรษะล้านมีโอกาสก้าวหน้าในการงานและธุรกิจมากกว่า

เปิดอ่าน 62,893 ครั้ง
ประโยชน์จาก "ส้มตำ"
ประโยชน์จาก "ส้มตำ"

เปิดอ่าน 30,720 ครั้ง
อกคศ.เขตพื้นที่ฯ เลื่อนเงินเดือนครู : ต้อนคนเข้าพวก
อกคศ.เขตพื้นที่ฯ เลื่อนเงินเดือนครู : ต้อนคนเข้าพวก

เปิดอ่าน 7,954 ครั้ง
5 แนวโน้มในการจ้างและการจัดการคนทำงานยุค Millennials
5 แนวโน้มในการจ้างและการจัดการคนทำงานยุค Millennials

เปิดอ่าน 1,260 ครั้ง
ตกขาวเป็นสีเขียว สัญญาณเตือนสุขภาพที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม
ตกขาวเป็นสีเขียว สัญญาณเตือนสุขภาพที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

เปิดอ่าน 1,315 ครั้ง
รวมลิสต์โรงแรมที่อยู่ใกล้ BTS ศาลาแดง สำหรับการ Workation
รวมลิสต์โรงแรมที่อยู่ใกล้ BTS ศาลาแดง สำหรับการ Workation

เปิดอ่าน 24,093 ครั้ง
Backward Design
Backward Design

เปิดอ่าน 10,404 ครั้ง
ตั้งกล้องดูสุริยคราสตั้งแต่เวลา 15.50 น.-ใต้เห็นชัดสุด
ตั้งกล้องดูสุริยคราสตั้งแต่เวลา 15.50 น.-ใต้เห็นชัดสุด
เปิดอ่าน 23,229 ครั้ง
คลอสตริเดียม โบทูลินัม เชื้อโรคร้ายในอาหารกระป๋อง
คลอสตริเดียม โบทูลินัม เชื้อโรคร้ายในอาหารกระป๋อง
เปิดอ่าน 16,581 ครั้ง
น้อมรำลึกถึง สมเด็จย่า เส้นทางแม่ฟ้าหลวงทรงสร้างคน
น้อมรำลึกถึง สมเด็จย่า เส้นทางแม่ฟ้าหลวงทรงสร้างคน
เปิดอ่าน 20,771 ครั้ง
ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินการปฏิบัติงานของข้าราชการ และ[คำสั่งมอบอำนาจการสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน
ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินการปฏิบัติงานของข้าราชการ และ[คำสั่งมอบอำนาจการสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน
เปิดอ่าน 2,240 ครั้ง
"สมาคมธนาคารไทย" แนะ 6 วิธีป้องกันแอปดูดเงิน
"สมาคมธนาคารไทย" แนะ 6 วิธีป้องกันแอปดูดเงิน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ