ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดสะตือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1

การศึกษาเรื่อง รายงานการประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดสะตือ

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1

ผู้รายงาน นางขวัญใจ เบญจะขันธ์

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสะตือ

วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการ

ปีที่ศึกษา 2564

บทสรุปสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา

รายงานการประเมินโครงการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดสะตือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดสะตือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดสะตือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1

ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครู ผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียน โรงเรียนวัดสะตือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 ปีการศึกษา 2564 รวมจำนวน 352 คน เลือกเป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 239 คน จำแนกเป็นคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 9 คน ครู จำนวน 15 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 158 คน และนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 จำนวน 57 คน ได้มาโดยวิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น ผ่านการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Devation) และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis)

ผลการประเมิน

1. การประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดสะตือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 ในภาพรวมทั้ง 4 ด้าน พบว่า ภาพรวมมีความคิดเห็น อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.52, S.D.= 0.12) เมื่อพิจารณาจำแนกเป็นรายด้าน โดยเรียงจากค่าเฉลี่ยสูงสุดลงมา พบว่า ลำดับแรก คือ ด้านสภาพแวดล้อม ( = 4.56, S.D.= 0.17) รองลงมา คือ ด้านปัจจัยนำเข้า ( = 4.55, S.D.= 0.24) ด้านผลผลิต ( = 4.51, S.D.= 0.24) และด้านกระบวนการ ( = 4.48, S.D.= 0.27) ตามลำดับ

2. การประเมินความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการดำเนินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดสะตือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 พบว่า ภาพรวมมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.45, S.D.= 0.27)

3. การศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดสะตือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครู และผู้ปกครองนักเรียน สรุปดังนี้

3.1 ด้านรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล

ครูประจำชั้นต้องตรวจสอบประวัติของนักเรียน จัดทำเอกสารของนักเรียน เป็นรายบุคคล เช่น ข้อมูลสภาพครอบครัว สภาพทั่วไป ให้คำแนะนำและพูดคุยกับนักเรียนอย่างต่อเนื่อง นำเครื่องมือที่ได้มาตรฐานมาใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น แบบประเมินพฤติกรรมนักเรียน แบบประเมิน SDQ และสังเกตพฤติกรรมโดยการสัมภาษณ์ การเยี่ยมบ้านนักเรียน และครูต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

3.2 ด้านการคัดกรองนักเรียน

ควรจัดประชุมครู ผู้ปกครองนักเรียน และชุมชน เพื่อทำความเข้าใจในการมีส่วนร่วม ในการพัฒนาคุณภาพนักเรียน ครูประจำชั้น ต้องคัดกรองนักเรียนและจำแนกนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ได้แก่ กลุ่มนักเรียนที่เรียนเก่ง กลุ่มนักเรียนที่เรียนปานกลาง กลุ่มนักเรียนที่เรียนอ่อน หรือกลุ่มนักเรียนพิเศษ และแจ้งผลการคัดกรองให้ผู้ปกครองทราบ เพื่อร่วมกันเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาให้กับนักเรียนที่มีปัญหา โดยเก็บรวบรวมข้อมูลไว้เป็นความลับที่ไม่ควรเปิดเผย และพัฒนาระบบข้อมูลนักเรียนให้มีข้อมูลการคัดกรองนักเรียนที่ถูกต้องเป็นปัจจุบัน

3.3 ด้านการส่งเสริมนักเรียน

ส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นทุกกิจกรรม โดยมีการมอบรางวัลยกย่องและให้คำชมเชย เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาตามศักยภาพของแต่ละคน ทั้งนี้ โรงเรียนต้องอาศัยร่วมมือกับผู้ปกครองนักเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนานักเรียนได้เต็มศักยภาพ จัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียน และห้องเรียนให้สะอาดร่มรื่น จัดหาแหล่งเรียนรู้ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน พานักเรียนไปทัศนศึกษานอกสถานที่ เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ใหม่ ๆ จัดค่ายคุณธรรมให้กับนักเรียน จัดอบรมสัมมนาให้ความรู้แก่ครู และผู้ปกครองนักเรียนเกี่ยวกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

3.4 ด้านการป้องกัน ช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหา

แต่งตั้งครูรับผิดชอบเกี่ยวกับงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยตรง และส่งเสริมให้ครูเข้ารับการอบรมสัมมนา ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองนักเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกโรงเรียน ในการกำหนดแผนงาน กิจกรรมป้องกัน ช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาให้กับนักเรียน ครูประจำชั้น ครูแนะแนว และครูรับผิดชอบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้ความช่วยเหลือนักเรียนให้สอดคล้อง และตรงกับปัญหาของนักเรียน ใช้เครื่องมือและวิธีการทำงานที่ชัดเจน มีการเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร สื่อ อุปกรณ์ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินงาน และมีการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยมีหลักฐานการปฏิบัติงานที่สามารถตรวจสอบได้

3.5 ด้านการส่งต่อนักเรียน

กรณีที่พบว่า นักเรียนมีปัญหายากเกินกว่าที่ทางโรงเรียนจะดูแลช่วยเหลือได้ให้ทำการส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญภายนอกเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา จัดฝ่ายผู้รับผิดชอบโดยตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการส่งต่อนักเรียน ควรมีการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ รวมถึงรายงานการดำเนินงานการส่งต่อนักเรียนที่มีปัญหาให้กับผู้เชี่ยวชาญภายนอก ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ โรงเรียนควรจัดทำบันทึกการปฏิบัติงาน และรายงานความก้าวหน้าในการช่วยเหลือนักเรียน เพื่อให้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บันทึกหลักฐานการปฏิบัติงานและประเมินผลรายงานส่งผู้บริหารโรงเรียนให้รับทราบจากแนวทางการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดสะตือ

โพสต์โดย ่Jinda : [30 ส.ค. 2565 เวลา 18:01 น.]
อ่าน [103459] ไอพี : 1.0.211.18
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 64,888 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 9 การเริ่มเล่นและการเริ่มเล่นใหม่
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 9 การเริ่มเล่นและการเริ่มเล่นใหม่

เปิดอ่าน 28,561 ครั้ง
ระกำ
ระกำ

เปิดอ่าน 48,586 ครั้ง
"เสียงกู่จากครูใหญ่" หนังสั้นที่ปลุกพลังผู้เสียสละ เพื่อการศึกษา อนาคตของชาติ
"เสียงกู่จากครูใหญ่" หนังสั้นที่ปลุกพลังผู้เสียสละ เพื่อการศึกษา อนาคตของชาติ

เปิดอ่าน 9,300 ครั้ง
เอกสาร ก้าวแรกการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน Project Based Learnning PBL
เอกสาร ก้าวแรกการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน Project Based Learnning PBL

เปิดอ่าน 13,980 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา : มุ่งการขยายโครงสร้าง คือเลือกทางสู่ความล้มเหลว โดย ประเสริฐ ตันสกุล
ปฏิรูปการศึกษา : มุ่งการขยายโครงสร้าง คือเลือกทางสู่ความล้มเหลว โดย ประเสริฐ ตันสกุล

เปิดอ่าน 16,499 ครั้ง
โลก 360 องศา ซีรีส์การศึกษาในฟินแลนด์ ตอน คนเบาบาง แต่คุณภาพเข้มข้น
โลก 360 องศา ซีรีส์การศึกษาในฟินแลนด์ ตอน คนเบาบาง แต่คุณภาพเข้มข้น

เปิดอ่าน 49,065 ครั้ง
คุณค่าทางโภชนาการของ "ปลาดุกนา"
คุณค่าทางโภชนาการของ "ปลาดุกนา"

เปิดอ่าน 21,415 ครั้ง
ประวัติจังหวัดนครพนม
ประวัติจังหวัดนครพนม

เปิดอ่าน 16,891 ครั้ง
สรุปผลการวิจัยเรื่องค่าใช้จ่ายเอกชนทางการศึกษาของนักเรียนไทย
สรุปผลการวิจัยเรื่องค่าใช้จ่ายเอกชนทางการศึกษาของนักเรียนไทย

เปิดอ่าน 23,067 ครั้ง
หลากวิตามินพิชิตเบาหวาน หยุดน้ำตาลพุ่งสูง ก่อนสายเกินแก้
หลากวิตามินพิชิตเบาหวาน หยุดน้ำตาลพุ่งสูง ก่อนสายเกินแก้

เปิดอ่าน 9,793 ครั้ง
กรมอนามัย แนะ 10 วิธี ช่วยผู้สูงอายุนอนหลับดี เสริมสร้างสุขภาพที่ดี
กรมอนามัย แนะ 10 วิธี ช่วยผู้สูงอายุนอนหลับดี เสริมสร้างสุขภาพที่ดี

เปิดอ่าน 42,186 ครั้ง
คิ้วตกปัญหาโหงวเฮ้งที่ต้องรีบแก้
คิ้วตกปัญหาโหงวเฮ้งที่ต้องรีบแก้

เปิดอ่าน 21,005 ครั้ง
จุฬาฯวิจัยสารสกัดดอกสะเดา มีฤทธิ์ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่
จุฬาฯวิจัยสารสกัดดอกสะเดา มีฤทธิ์ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

เปิดอ่าน 77,654 ครั้ง
งดข้าวเช้า…ตายเร็ว
งดข้าวเช้า…ตายเร็ว

เปิดอ่าน 15,106 ครั้ง
ถึงเป็น"หนี้"แต่ก็มีเงินเก็บ
ถึงเป็น"หนี้"แต่ก็มีเงินเก็บ

เปิดอ่าน 85,942 ครั้ง
ขั้นตอนวิธีการจุดธูปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ขั้นตอนวิธีการจุดธูปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เปิดอ่าน 20,558 ครั้ง
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์
เปิดอ่าน 2,761 ครั้ง
กรมอนามัย แนะ "4 ดี เสริม 4 ห้องหัวใจแข็งแรง"
กรมอนามัย แนะ "4 ดี เสริม 4 ห้องหัวใจแข็งแรง"
เปิดอ่าน 68,343 ครั้ง
ทำไมต้องใส่ชุดดำไปงานศพ
ทำไมต้องใส่ชุดดำไปงานศพ
เปิดอ่าน 45,838 ครั้ง
หนังตะลุง
หนังตะลุง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ