ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การประเมินโครงการทุ่งนารีวิถีพอเพียง โรงเรียนบ้านทุ่งนารี ปีการศึกษา 2564

บทสรุปผลการประเมินโครงการ

การประเมินโครงการทุ่งนารีวิถีพอเพียง โรงเรียนบ้านทุ่งนารี ปีการศึกษา 2564 โดย ใช้แบบจำลองซิปป์ (CIPP MODEL) ของดาเนียล แอล สตัฟเฟิลบีม (Danial L.Stuffelbeam) มีวัตถุประสงค์และกำหนดขอบเขตการประเมินใน 4 ด้าน คือ 1) ด้านสภาพแวดล้อม ได้แก่ การประเมินนโยบายของโรงเรียน หลักการและเหตุผลของโครงการ จุดประสงค์ของโครงการและสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ความต้องการจำเป็นของโครงการ และความเป็นไปได้ของโครงการ 2) ด้านปัจจัยนำเข้า ได้แก่ การประเมินสมรรถภาพของโครงการ การออกแบบโครงการ การดำเนินงานของโครงการ ความเหมาะสมของงบประมาณ ความพร้อมของบุคลากร การกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการของโครงการและกิจกรรมของโครงการ 3) ด้านกระบวนการ ได้แก่ การประเมินขั้นตอนในการดำเนินงาน การจัดสื่ออุปกรณ์ กิจกรรมภายในกระบวนการดำเนินงาน ข้อมูลและสารสนเทศที่ใช้ประกอบการจัดกิจกรรมโครงการ การสนับสนุนและการนิเทศติดตามของผู้บริหาร 4) ด้านผลผลิต ได้แก่ การประเมินความคิดเห็นที่มีต่อผลสำเร็จของกิจกรรมโครงการและความพึงพอใจของครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนต่อรูปแบบกิจกรรมของโครงการ

โครงการทุ่งนารีวิถีพอเพียง โรงเรียนบ้านทุ่งนารี ปีการศึกษา 2564 ประกอบด้วยกิจกรรมในโครงการ จำนวน 10 กิจกรรม ได้แก่ 1) กิจกรรมปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ 2) กิจกรรมเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ 3) กิจกรรมเพาะเห็ด 4) กิจกรรมคัดแยกขยะ 5) กิจกรรมผักปลอดสารพิษ 6) กิจกรรมขยายพันธุ์กล้วย 7) กิจกรรมออมวันละ 2 บาท 8) กิจกรรมกีฬาสัมพันธ์ 9) กิจกรรมลูกเสือสร้างวินัย 10) กิจกรรมอนุรักษ์พันธุ์พืชสมุนไพร

กลุ่มประชากรที่ใช้ในการประเมิน ได้แก่ ครูผู้สอน จำนวน 18 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 11 คน (ยกเว้นผู้บริหารสถานศึกษา ตัวแทนครูผู้สอนและตัวแทนผู้นำศาสนา) นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 131 คน และผู้ปกครองนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 131 คน รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด จำนวน 291 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามกำหนดมาตราส่วน ประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 5 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 แบบประเมินด้านสภาพแวดล้อมของโครงการ ซึ่งประเมินโดย ครูผู้สอนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ฉบับที่ 2 แบบประเมินด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการ ซึ่งประเมินโดยครูผู้สอนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ฉบับที่ 3 แบบประเมิน ด้านกระบวนการของโครงการ ซึ่งประเมินโดยครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียน ฉบับที่ 4 แบบประเมินด้านผลผลิตของโครงการ ซึ่งประเมินโดยครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียน และฉบับที่ 5 แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อกิจกรรมโครงการ ซึ่งสอบถาม ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียน ซึ่งแบบสอบถามแต่ละฉบับมีค่าความเชื่อมั่นที่ 0.944 , 0.920 , 0.966 , 0.982 และ 0.932 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยของประชากร ( µ ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากร ( ) และค่าความเชื่อมั่น

ผลการประเมินโครงการ สรุปได้ดังนี้

1. ผลการประเมินด้านสภาพแวดล้อม (Content Evaluation) พบว่า ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.76 โดยครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อการประเมินด้านสภาพแวดล้อมของโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.77 ส่วนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็น ต่อการประเมินด้านสภาพแวดล้อมของโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.76

2. ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) พบว่า ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.83 โดยครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อการประเมินด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.84 ส่วนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความคิดเห็นต่อการประเมิน ด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.82

3. ผลการประเมินด้านกระบวนการ (Process Evaluation) พบว่า ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.77 โดยครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อการประเมินด้านกระบวนการของโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.77 ส่วนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความคิดเห็นต่อการประเมินด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.77

4. ผลการประเมินด้านผลผลิต (Product Evaluation) พบว่า ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.90 โดยครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อการประเมินด้านผลผลิตของโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.84 ส่วนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความคิดเห็นต่อการประเมินด้านผลผลิตของโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.84 นักเรียนมีความคิดเห็นต่อการประเมินด้านผลผลิตของโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.91 และผู้ปกครองนักเรียนมีความคิดเห็นต่อการประเมินด้านผลผลิตของโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.90

5. ผลการสอบถามความพึงพอใจทีมีต่อโครงการทุ่งนารีวิถีพอเพียง โรงเรียนบ้านทุ่งนารี ปีการศึกษา 2564 พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.90 โดยครูผู้สอนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.86 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความ พึงพอใจต่อกิจกรรมโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.79 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.92 และผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.89

โพสต์โดย Searee : [25 ต.ค. 2565 เวลา 18:32 น.]
อ่าน [101405] ไอพี : 171.7.234.227
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 17,027 ครั้ง
การรักษาโรคตาแห้ง
การรักษาโรคตาแห้ง

เปิดอ่าน 10,428 ครั้ง
ISCi : episode 53 - น้ำเรืองแสง
ISCi : episode 53 - น้ำเรืองแสง

เปิดอ่าน 16,024 ครั้ง
ประโยชน์ของเครื่องทำน้ำอุ่น
ประโยชน์ของเครื่องทำน้ำอุ่น

เปิดอ่าน 8,526 ครั้ง
เข้าใจนวัตกรรม การศึกษาฟินแลนด์
เข้าใจนวัตกรรม การศึกษาฟินแลนด์

เปิดอ่าน 42,856 ครั้ง
รู้ไว้ใช่ว่า...อัตราค่าปรับตามกฎหมายจราจรทางบก
รู้ไว้ใช่ว่า...อัตราค่าปรับตามกฎหมายจราจรทางบก

เปิดอ่าน 12,788 ครั้ง
ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น
ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น

เปิดอ่าน 14,946 ครั้ง
อาหารมงคลรับปีใหม่-สมุนไพรไล่หนาว
อาหารมงคลรับปีใหม่-สมุนไพรไล่หนาว

เปิดอ่าน 18,526 ครั้ง
คุณครอบครองลูกได้กี่ปี? ทุกๆปีสำคัญขนาดไหน? อ่านดูแล้วรู้เลยว่าทุกเวลามีค่าขนาดไหน!
คุณครอบครองลูกได้กี่ปี? ทุกๆปีสำคัญขนาดไหน? อ่านดูแล้วรู้เลยว่าทุกเวลามีค่าขนาดไหน!

เปิดอ่าน 13,426 ครั้ง
กระทรวงวัฒนธรรม เปิดดาวน์โหลดภาพหาชมยากของในหลวง กว่า 30,000 ภาพ
กระทรวงวัฒนธรรม เปิดดาวน์โหลดภาพหาชมยากของในหลวง กว่า 30,000 ภาพ

เปิดอ่าน 61,775 ครั้ง
ทีฆายุโก - ฑีฆายุโก
ทีฆายุโก - ฑีฆายุโก

เปิดอ่าน 17,905 ครั้ง
6 เคล็ดลับเด็ด "การลดหน้าท้อง"
6 เคล็ดลับเด็ด "การลดหน้าท้อง"

เปิดอ่าน 12,707 ครั้ง
ปลูกวินัย "แม่พิมพ์ของชาติ"
ปลูกวินัย "แม่พิมพ์ของชาติ"

เปิดอ่าน 21,107 ครั้ง
คลิปข่าว ขึ้นเงินเดือนครูยกชุด ย้อนหลังถึง 1 ม.ค.55
คลิปข่าว ขึ้นเงินเดือนครูยกชุด ย้อนหลังถึง 1 ม.ค.55

เปิดอ่าน 22,997 ครั้ง
ฟอร์บส์จัดอันดับ 50 อันดับมหาเศรษฐีเมืองไทย ใครติดอันดับปีนี้บ้าง
ฟอร์บส์จัดอันดับ 50 อันดับมหาเศรษฐีเมืองไทย ใครติดอันดับปีนี้บ้าง

เปิดอ่าน 16,289 ครั้ง
วิธีแก้ปัญหาเด็กกินยาก
วิธีแก้ปัญหาเด็กกินยาก

เปิดอ่าน 9,552 ครั้ง
"Alprazolam" ไม่ใช่ "ยาเสียสาว" เป็นยานอนหลับ แก้อาการกังวล ง่วงซึม แต่ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด
"Alprazolam" ไม่ใช่ "ยาเสียสาว" เป็นยานอนหลับ แก้อาการกังวล ง่วงซึม แต่ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด
เปิดอ่าน 19,355 ครั้ง
อาหารที่เคยคิดว่าดี แท้จริงคือตัวการทำร้ายสุขภาพ
อาหารที่เคยคิดว่าดี แท้จริงคือตัวการทำร้ายสุขภาพ
เปิดอ่าน 13,825 ครั้ง
เทคนิค 6 ต. เพื่อสอบแอดมิชชั่นให้ "ติด"
เทคนิค 6 ต. เพื่อสอบแอดมิชชั่นให้ "ติด"
เปิดอ่าน 17,332 ครั้ง
ฮือฮา! ครูสาวสุดทุ่ม ตัดชุดบอดี้สูททั้งตัวสกรีนภาพเหมือนอวัยวะภายในร่างกายสอนวิชากายวิภาค
ฮือฮา! ครูสาวสุดทุ่ม ตัดชุดบอดี้สูททั้งตัวสกรีนภาพเหมือนอวัยวะภายในร่างกายสอนวิชากายวิภาค
เปิดอ่าน 22,650 ครั้ง
ประโยชน์ของ เมล็ดดอกทานตะวัน
ประโยชน์ของ เมล็ดดอกทานตะวัน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ