ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > อุดมศึกษาไทยเสื้อไซซ์เดียว

อุดมศึกษาไทยเสื้อไซซ์เดียว

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 10 ก.พ. 2559 เปิดอ่าน : 5,333 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

โดย เสรี พงศ์พิศ
www.phongphit.com

ความเหลื่อมล้ำกับความเท่าเทียมเป็นวาทกรรม ทำให้อภิปรายได้หลายเรื่องและหลายมิติ อย่างการอุดมศึกษาของไทย มีมหาวิทยาลัยอยู่ประมาณ 170 แห่ง มหาวิทยาลัยของรัฐ 80 แห่งมีกฎหมาย 80 ฉบับ มหาวิทยาลัยเอกชน 80 แห่งมี พรบ.อุดมศึกษาเอกชนเพียงฉบับเดียว

แม้สังคมไทยมีความหลากหลาย ไม่ได้มีแต่ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ แต่มีภาคเกษตร มีชุมชนหมู่บ้านชนบท มีคนจนคนรากหญ้า แต่มหาวิทยาลัยไม่เปิดโอกาสให้มีการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความหลากหลายของสังคม

สังคมเปลี่ยนไปเป็นสังคมดิจิตอล แต่การศึกษายังอานาลอค เป็นสังคมข้อมูลข่าวสารความรู้ แต่การอุดมศึกษายังเป็นแบบอุตสาหกรรม ผลิตคนไปรับใช้สังคมมิติเดียว ซึ่งในความเป็นจริงก็ยังมีปัญหา เพราะการศึกษาที่ล้าหลัง เรียนหนังสือ ไม่เรียนชีวิตและความเป็นจริง จึงตอบได้แต่ข้อสอบอาจารย์ แต่ไม่สามารถตอบโจทย์ชีวิต โจทย์สังคม หรือแม้แต่โจทย์นายจ้างโรงงานอุตสาหกรรมหรือบริษัททั้งหลายที่อุดมศึกษาบอกว่าจะพัฒนาคนไปรับใช้

กรณีการเกิดของ “สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน” ที่รู้จักกันทั่วไปว่า “มหาวิทยาลัยชีวิต” ความพยายามที่จะจัดการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษาที่ตอบโจทย์ชุมชน โดยเฉพาะคนในชนบท ในภาคเกษตรกรรม เรียนโดยเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง เอาศักยภาพของตนมาพัฒนา เอาปัญหาของตนและของชุมชนมาแก้ไข ไม่ใช่ท่องหนังสือไปสอบ

สำนักงานอุดมศึกษามีกรอบเดียว มาตรฐานเดียว อ้างว่ามีกฎหมายเดียว จึงตรวจสอบ ประเมินสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนเช่นเดียวกับที่ทำกับจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพ เอแบค ซึ่งเขียนวิสัยทัศน์และมีพันธกิจแตกต่างไปจากสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน “มาตรฐานอ้างอิง” หรือ “มาตรฐานเทียบเคียง” (benchmark) จึงควรแตกต่างกัน

ไม่เช่นนั้น ไปวัดกี่คนกี่คณะ สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนก็สอบตก เพราะไป “ถามไม่ตรงคำตอบ” ไม่ใช่เพราะสถาบันนี้ “ตอบไม่ตรงคำถาม”

ความจริง วิธีการวัดแบบที่ทำกันนั่นแหละที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะที่ไปวัดๆ สถาบันอุดมศึกษาทั่วไปนั้น วัดไม่ได้จริง เพราะครั้งแรกสอบตก ครั้งต่อไปมหาวิทยาลัยเหล่านั้นก็กลับได้คะแนนดีมาก เพราะรู้ทาง ถึงกับออกมาเยาะเย้ย สกอ.ว่า ที่คราวนี้สอบผ่านไม่ใช่เพราะได้ปรับปรุงอะไรเลย แต่ได้ตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมาเพื่อไปทำเอกสาร จัด “คำตอบให้ตรงคำถาม” ของผู้ประเมิน อยากได้อะไรจัดให้เต็ม

ประเทศไทยมีมาตรฐานการศึกษาแบบนี้นี้เอง สังคมถึงมีปัญหา เพราะการศึกษาที่ไม่ได้ประเทืองปัญญา เอาแต่หลอกตัวเองหลอกคนอื่นไปวันๆ

โลกเปลี่ยนไปนานแล้ว แม้แต่การวัดการประเมินความเจริญพัฒนาก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่เอาแต่ GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติกันร่ำไปเหมือนเดิม แต่มี GDH หรือความสุขมวลรวมประชาชาติแบบภูฏาน หรือ HDI Human Development Index ดัชนีการพัฒนามนุษย์ของสหประชาชาติ หรือไปให้อีกสุดขั้ว คือ HPI Happy Planet Index หรือ ดัชนีโลกที่อยู่เย็นเป็นสุข ที่เอ็นจีโอเล็กๆ ทำและมีผลกระทบไปทั่วโลก

การพัฒนาประเทศเขาวัดกันไม่เพียงแต่รายได้หรือเศรษฐกิจ แต่วัดที่สิ่งแวดล้อม สังคม ชีวิตความเป็นอยู่อย่างรอบด้าน การใช้เงิน การใช้ทรัพยากรของตนเองและของโลก ดูความคุ้มค่า ดูผลที่เกิดขึ้นกับตนเองและต่อผู้อื่น ต่อสิ่งแวดล้อมโลก
การวัดผลสัมฤทธิ์ทางอุดมศึกษาของไทยจึงไม่ควรมีกรอบคิดเดียว เครื่องมือเดียว คนกลุ่มเดียวที่คับแคบแบบหัวสี่เหลี่ยม ควรอ่านวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ของแต่ละสถาบันให้ดี มีเวลาลงไปคลุกไปเรียนรู้ว่าเขาจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างไร ได้ผลที่ไม่ได้วัดด้วยตัวเลขและกระดาษอย่างไร

อยากถามเหมือนกันว่า รัฐลงทุนอุดมศึกษาให้มหาวิทยาลัยของรัฐไปนี่เคยประเมินว่าคุ้มค่าคุ้มทุนแค่ไหน แต่ละปี รัฐให้การอุดหนุนเฉลี่ยต่อหัวต่อนักศึกษาเท่าไร แต่ละสาขาแตกต่างกันไป นอกจากได้รับงบประมาณจากรัฐแล้ว มหาวิทยาลัยต่างๆ ยังเก็บจากนักศึกษาอีก หลายแห่งหลายคณะหลายสาขาสูงกว่าค่าเทอมของมหาวิทยาลัยเอกชนอีก ทั้งๆ ที่รัฐไม่ได้ให้งบประมาณสนับสนุนมหาวิทยาลัยเหล่านี้เลย

กลับมาที่ความเหลื่อมล้ำและความเท่าเทียม อยากให้มีในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่อ่านแล้วไม่เจอ ทั้งๆ ที่มีอยู่รัฐธรรมนูญหลายฉบับของไทย และของประเทศต่างๆ ที่พัฒนาแล้ว (รัฐธรรมนูญของเยอรมันเริ่มต้นว่า “มนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน”)

รัฐควรพิจารณาว่า การส่งเสริมการศึกษาทุกระดับควรเป็น “ต่อหัว” หรือไม่ ไม่ว่ารัฐจะจัดการหรือเอกชนจะจัดการ ก็ให้การสนับสนุนเท่าเทียมกัน อย่างที่ประเทศพัฒนาแล้วเขาทำกัน

ยิ่งกว่านั้น ควรจัดให้มีการ “เรียนฟรี” แบบ “กรอ.” ในยุครัฐบาลก่อนๆ (ทุกคณะทุกสาขา ไม่ใช่จำกัดเฉพาะบางสาขาอย่างวันนี้) จบแล้วถ้าทำงานมีรายได้เสียภาษีจึงให้ค่อยๆ จ่ายคืน หรือรูปแบบอื่น (รวมทั้งที่นายเบอร์นี แซนเดอร์ส ผู้สมัครประธานาธิบดีอเมริกากำลังเสนอเป็นนโยบายอุดมศึกษาเรียนฟรี)

ถ้า “ชะตากรรมของประเทศขึ้นอยู่กับการศึกษาของประชาชน” อย่างปราชญ์เขาว่า ก็น่าปฏิรูปการอุดมศึกษาให้มีความหลากหลาย หลายไซซ์ หลายทรง ไม่ใส่เสื้อผิดไซซ์จนหัวเราะไม่ออกอย่างวันนี้ 

 

ที่มา สยามรัฐ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> อุดมศึกษาไทยเสื้อไซซ์เดียว , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ระบบการศึกษาไม่สมดุล (จบ)

ระบบการศึกษาไม่สมดุล (จบ)
เปิดอ่าน 5,015 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน กับ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา : เจตนารมณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้รับ☕ คลิกอ่านเลย
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน กับ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา : เจตนารมณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้รับ
เปิดอ่าน 2,694 ครั้ง
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการศึกษาคุณภาพ : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย☕ คลิกอ่านเลย
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการศึกษาคุณภาพ : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย
เปิดอ่าน 7,882 ครั้ง
ไขข้อข้องใจ การบ้านยังจำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่หรือไม่?☕ คลิกอ่านเลย
ไขข้อข้องใจ การบ้านยังจำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่หรือไม่?
เปิดอ่าน 6,322 ครั้ง
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย☕ คลิกอ่านเลย
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย
เปิดอ่าน 9,212 ครั้ง
เจาะประเด็นการคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ : ธนชน มุทาพร☕ คลิกอ่านเลย
เจาะประเด็นการคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ : ธนชน มุทาพร
เปิดอ่าน 13,352 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

คู่มือการจัดทำแผนชั้นเรียนรายปีและแผนชั้นเรียนเต็มรูปของสถานศึกษา สังกัด สพฐ.คู่มือการจัดทำแผนชั้นเรียนรายปีและแผนชั้นเรียนเต็มรูปของสถานศึกษา สังกัด สพฐ.
เปิดอ่าน 23,267 ครั้ง
7 วิธี ใช้เงินอย่างประหยัดเมื่อไปเรียนต่างประเทศ7 วิธี ใช้เงินอย่างประหยัดเมื่อไปเรียนต่างประเทศ
เปิดอ่าน 3,837 ครั้ง
ความต่างของ 3จี กับ 3.9จีความต่างของ 3จี กับ 3.9จี
เปิดอ่าน 8,708 ครั้ง
ดื่มน้ำจากขวดพลาสติก ระวังสารบีพีเอปนเปื้อน ดื่มน้ำจากขวดพลาสติก ระวังสารบีพีเอปนเปื้อน
เปิดอ่าน 7,116 ครั้ง
How To Learn English  How To Learn English
เปิดอ่าน 13,368 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ