ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับผังมโนทัศน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้

ร่วมกับผังมโนทัศน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ผู้วิจัย ราตรี อินทจันทร์

ปีการศึกษา 2564

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และแนวทางการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับผังมโนทัศน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับผังมโนทัศน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับผังมโนทัศน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ดังนี้ 3.1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนการเรียนรู้และหลังการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับผังมโนทัศน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3.2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนการเรียนรู้ และหลังการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับผังมโนทัศน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 4) เพื่อประเมินและปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับผังมโนทัศน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นประถม ศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนเทศบาล ๓ (โศภนพิทยาคุณานุสรณ์) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สำนักการศึกษา เทศบาลนครหาดใหญ่ จำนวน 29 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์เพื่อการวิจัยการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ จำนวน 1 ฉบับ 2) แบบวิเคราะห์ข้อมูลการสนทนากลุ่มนักเรียน จำนวน 1 ฉบับ 3) แบบวิเคราะห์ข้อมูลการสนทนากลุ่มครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ จำนวน 1 ฉบับ 4) ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ จำนวน 5 ชุด 5) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 18 แผน 6) แบบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ จำนวน 30 ข้อ 7) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 20 ข้อ 8) แบบประเมินและปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ จำนวน 1 ฉบับ และ 9) แบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 1 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) การหาค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ ค่าประสิทธิภาพ และและวิเคราะห์ความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยโดยใช้ T-Test (Dependent Samples)

ผลการวิจัยพบว่า

1. สภาพปัจจุบันปัญหาการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และแนวทางการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับผังมโนทัศน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากการวิเคราะห์เอกสารมีองค์ประกอบที่หลากหลาย

2. การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับผังมโนทัศน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีชื่อเรียกว่า “Eplus PIAMFSA Model” (อีพลัส พิแอมเอฟซา โมเดล) มี 7 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นทบทวนความรู้เดิมและการเตรียม การเรียนรู้ (Elicitation and Preparation) ขั้นที่ 2 ขั้นเร้าความสนใจและการนำเสนอ (Engagement and Introduction) ขั้นที่ 3 ขั้นการสำรวจ ค้นหาและฝึกการคิดวิเคราะห์ (Exploration and Analytical Thinking Practice) ขั้นที่ 4 ขั้นอธิบายและการจดจำสิ่งที่ได้เรียนรู้ (Explanation and Memory Formation) ขั้นที่ 5 ขั้นขยายความรู้บูรณาการความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ (Elaboration and Functional Integration) ขั้นที่ 6 ขั้นประเมินผล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Evaluation and Share) และ ขั้นที่ 7 ขั้นการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ (Extension and Application) โดยมีค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 82.99/84.14 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับผังมโนทัศน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีดังนี้

3.1 ทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนรู้ด้วยรูปแบบการเรียน การสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับผังมโนทัศน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการเรียนรู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนรู้ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับผังมโนทัศน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการเรียนรู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. ผลการประเมินและปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับผังมโนทัศน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีข้อมูลที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้รูปแบบมีความสมบูรณ์และนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด

โพสต์โดย kratai : [6 ก.พ. 2566 เวลา 08:00 น.]
อ่าน [100562] ไอพี : 1.20.94.56
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 38,799 ครั้ง
การประเมินวิทยฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เก่าสู่ระบบ PA (ศึกษานิเทศก์)
การประเมินวิทยฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เก่าสู่ระบบ PA (ศึกษานิเทศก์)

เปิดอ่าน 11,868 ครั้ง
จดหมายฉบับที่ 57 ถึงนายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จุดเด่นการใช้มาตรา 44
จดหมายฉบับที่ 57 ถึงนายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จุดเด่นการใช้มาตรา 44

เปิดอ่าน 13,081 ครั้ง
ส้มป่อย สุดยอดผักเพิ่มภูมิคุ้มกัน
ส้มป่อย สุดยอดผักเพิ่มภูมิคุ้มกัน

เปิดอ่าน 11,554 ครั้ง
7 เทคนิคสร้าง KPI ยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
7 เทคนิคสร้าง KPI ยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดอ่าน 57,079 ครั้ง
"โรงเรียนแบบไหนที่สร้างเด็กให้ฉลาด" โดย ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ
"โรงเรียนแบบไหนที่สร้างเด็กให้ฉลาด" โดย ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

เปิดอ่าน 10,712 ครั้ง
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่3
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่3

เปิดอ่าน 49,525 ครั้ง
ธงชาติไทยเอกลักษณ์ความเป็นชาติ
ธงชาติไทยเอกลักษณ์ความเป็นชาติ

เปิดอ่าน 54,058 ครั้ง
วิจัยคืออะไร
วิจัยคืออะไร

เปิดอ่าน 17,828 ครั้ง
6 ข้อดีของการพาลูกไปที่ทำงาน
6 ข้อดีของการพาลูกไปที่ทำงาน

เปิดอ่าน 14,651 ครั้ง
"อัญชัน"..ผมงามและช่วยในการมองเห็น - ดินดีสม เป็นนาสวน
"อัญชัน"..ผมงามและช่วยในการมองเห็น - ดินดีสม เป็นนาสวน

เปิดอ่าน 14,026 ครั้ง
3 เรื่องที่ต้องรู้ "ตั้งเป้ารวยก่อนแก่"
3 เรื่องที่ต้องรู้ "ตั้งเป้ารวยก่อนแก่"

เปิดอ่าน 33,482 ครั้ง
"พระเจ้าเหา" คือใคร ?
"พระเจ้าเหา" คือใคร ?

เปิดอ่าน 66,645 ครั้ง
Nouns  ( Subject - Verb Agreement )
Nouns ( Subject - Verb Agreement )

เปิดอ่าน 19,921 ครั้ง
กำราบหวัดร้ายด้วยฟ้าทะลายโจร
กำราบหวัดร้ายด้วยฟ้าทะลายโจร

เปิดอ่าน 17,967 ครั้ง
การลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์
การลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์

เปิดอ่าน 12,616 ครั้ง
เตือนตากแดดนาน เสี่ยงเสียชีวิต
เตือนตากแดดนาน เสี่ยงเสียชีวิต
เปิดอ่าน 26,681 ครั้ง
เปิดชื่อ 11 จังหวัด หนาวยะเยือกที่สุดในประเทศ
เปิดชื่อ 11 จังหวัด หนาวยะเยือกที่สุดในประเทศ
เปิดอ่าน 18,005 ครั้ง
4 อาหารอัพสมองให้ใสในยามบ่าย คิดงานอะไรก็เวิร์ก
4 อาหารอัพสมองให้ใสในยามบ่าย คิดงานอะไรก็เวิร์ก
เปิดอ่าน 19,574 ครั้ง
เงินเดือนมาก-น้อยไม่สำคัญ ทุกเดือนคุณเหลือเงินกี่บาท ?
เงินเดือนมาก-น้อยไม่สำคัญ ทุกเดือนคุณเหลือเงินกี่บาท ?
เปิดอ่าน 22,604 ครั้ง
มีครบหมดทุกป้าย..ยกเว้น......????
มีครบหมดทุกป้าย..ยกเว้น......????

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ