ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) เรื่อง เนื้อเยื่อพืช รายวิชาชีววิทยา โดยใช้ STAR Model เพื่อลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนในระดับ

ผู้วิจัย นางฉัตรสุดา เทพวิมลเพชรกุล

ปีการศึกษา 2566

บทคัดย่อ

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ส่งผลกระทบในด้านการจัดเรียนการสอน ด้านการเรียนรู้ของนักเรียนในทักษะด้านต่างๆ ผู้เรียนเกิดภาวะ Learning loss มีภาวะถดถอยเกิดการไม่กระตือรือร้นในการเรียนรู้ และขาดทักษะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น การสื่อสาร การฟัง การสรุป การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนจึงขาดหายไป และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้านเทคโนโลยีในการเรียนรู้ อีกทั้งด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 เกี่ยวข้องกับทักษะการเรียนรู้ของนักเรียน จึงเป็นเรื่องสำคัญในการเรียนรู้ของนักเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่นักเรียนต้องเรียนรู้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยที่นักเรียนสามารถเชื่อมโยงในความเป็นไทยสู่สากลได้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายในสังคมคาดหวัง

ทักษะการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในการสื่อสาร คิด วิเคราะห์ของนักเรียนมีจำเป็นอย่างมากในการส่งเสริมให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประกอบด้วย ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีของโลกได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วทั้งด้านวัตถุและด้านวิทยาการ ซึ่งส่งผลให้สภาพของสังคมกลายเป็นสังคมแห่งข้อมูลข่าวสาร สังคมที่มีความผันผวนตลอดเวลาและมีอัตราการแข่งขันเกิดขึ้นสูงคนในยุคนี้ จึงส่งผลต่อการใช้ชีวิตของนักเรียนภายใต้สังคมที่เปลี่ยนแปลง ทักษะการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในการสื่อสาร คิด วิเคราะห์ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการจะทำให้นักเรียนเป็นผู้ที่ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคของการสื่อสารที่ไร้พรมแดนหรือที่เรียกว่า “ยุคโลกาภิวัฒน์” ดั่งแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 ที่กำหนดวิสัยทัศน์ “คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่าง มีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างมีความสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21” เป็นทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนชาวไทยในฐานะการเป็นพลเมืองโลกที่มีการดำรงชีวิตท่ามกลางโลกแห่งเทคโนโลยี โลกของเศรษฐกิจและการค้าและความเป็นโลกมีเทคโนโลยีสอดแทรกเข้าไปในระบบการทำงานและการดำรงชีวิตและที่สำคัญจะต้องเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม พัฒนาการคุณภาพของนักเรียนด้านการเข้าสังคมและอารมณ์ โดยการที่นักเรียนผ่านระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วแต่นักเรียนไม่สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันหรือไม่สามารถปรับตัวในการใช้ชีวิตกับผู้อื่นได้ในการสื่อสาร คิด วิเคราะห์ ได้นั้น ย่อมถือเป็นความล้มเหลวของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา แต่ปัญหานี้มีความยากในการแก้ไข เพราะมีสาเหตุหลายปัจจัยด้วยกัน แต่ในความยากลำบากดังกล่าวนี้ ก็หาใช่ว่าจะไร้หนทางเสียทีเดียว เพราะในด้านของโรงเรียนและครอบครัวพอที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการได้ เพียงแต่จะต้องกล้าที่จะต้องปรับเปลี่ยนในหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างของหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ควรเน้นนักเรียนเป็นสำคัญที่ให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ เรียนรู้ ศึกษา ด้วยตนเองในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมถึงจัดสภาพแวดล้อมหรือแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนให้ต่อการเรียนรู้ของนักเรียนทั้งนอกและในห้องเรียนให้มีบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ หากโรงเรียนและคุณครูผู้สอนปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้อย่างจริงจังน่าที่จะแก้ปัญหาปัญหาทักษะการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในการสื่อสาร คิด วิเคราะห์ของนักเรียนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้ สาเหตุปัญหานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 นักเรียนเกิดภาวะ Learning loss มีภาวะถดถอยเกิดการไม่กระตือรือร้นในการเรียนรู้ และขาดทักษะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น การสื่อสาร การฟัง การสรุป การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนจึงขาดหายไป ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พบว่า เกิดจากสาเหตุ ดังนี้คือ 1) ความพร้อมทางด้านเศรษฐกิจที่แตกต่างของครอบครัวเด็กนักเรียน 2) เด็กนักเรียนเสี่ยงที่จะเป็นเด็กถดถอยทางการเรียนรู้3) นักเรียนขาดเรียนบ่อย และ 4) รูปแบบ วิธี สื่อ การสอนของคุณครูไม่สร้างแรงจูงใจให้นักเรียน

จากการศึกษาถึงสาเหตุของปัญหานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 นักเรียนเกิดภาวะ Learning loss มีภาวะถดถอยเกิดการไม่กระตือรือร้นในการเรียนรู้ และขาดทักษะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น การสื่อสาร การฟัง การสรุป การคิด วิเคราะห์ของนักเรียนจึงขาดหายไป จึงได้นำมาจัดกิจกรรม การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) เรื่อง เนื้อเยื่อพืช รายวิชาชีววิทยา โดยใช้ STAR Model เพื่อลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในการแก้ไขปัญหานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้สูงสุด ต่อรายวิชาชีววิทยา เป็นขั้นตอนและวิธีการออกแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการทำงานกลุ่มของนักเรียนที่ครูสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้การทำงานร่วมกับเพื่อนในกลุ่ม เกิดการร่วมแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน สร้างแรงจูงใจให้กับนักเรียนมีความสุขในการเรียนรู้ นักเรียนสามารถนำความรู้ส่วนวิชาการไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในสถานะการณ์จริง ได้ฝึกทักษะการปฏิบัติการ การใช้กล้องจุลทรรศน์ การตัดเนื้อเยื่อพืช ทักษะการสื่อสาร คิดวิเคราะห์ร่วมกับเพื่อนและคุณครูในชั้นเรียน และเขียนสรุปการเรียนรู้ด้วยตนเอง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ย คะแนนสอบก่อนเรียน-หลังเรียน พบว่า นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 มีคะแนนสอบเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 8.83 คะแนน คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 16.08 มากกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 และมีค่าคะแนนความก้าวหน้าเฉลี่ย +7.25 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 มีคะแนนสอบเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 7.67 คะแนน คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 13.28 มากกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 และมีค่าคะแนนความก้าวหน้าเฉลี่ย +5.61 ทำให้ทราบว่า เมื่อใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) เรื่อง เนื้อเยื่อพืช รายวิชาชีววิทยา โดยใช้ความคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เพื่อลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับการพัฒนากระบวนการคิด ทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี โดยครูออกแบบกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะการออกแบบสื่อวิดีโอและใบงาน ปฏิบัติการผ่าเนื้อเยื่อพืช ผลการประเมินการออกแบบสื่อวีดีโอและใบงาน ปฏิบัติการผ่าเนื้อเยื่อพืช ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 พบว่า ร้อยละนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ มีค่า 83.33 ผลการประเมินการออกแบบสื่อวีดีโอและใบงาน ปฏิบัติการผ่าเนื้อเยื่อพืช ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 พบว่า ร้อยละนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ มีค่า 77.77 ร้อยละเฉลี่ยทั้ง 2 ห้อง มีค่าเท่ากับ 80.55

โพสต์โดย มาม่า : [17 พ.ย. 2566 (16:37 น.)]
อ่าน [101566] ไอพี : 27.55.82.37
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ '>

  ความคิดเห็นที่ 2

1

วันที่โพสต์ [16 มี.ค. 2569 (03:31 น.)] ไอพี : [103.58.148.23] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 17,893 ครั้ง
ถอดบทเรียนปฏิรูปการศึกษาเวียดนาม ทำอย่างไรถึงสำเร็จ
ถอดบทเรียนปฏิรูปการศึกษาเวียดนาม ทำอย่างไรถึงสำเร็จ

เปิดอ่าน 34,140 ครั้ง
วิธีการปลูกผักชี
วิธีการปลูกผักชี

เปิดอ่าน 15,848 ครั้ง
สามัญชนคนไทย : โรงเรียนในฝัน
สามัญชนคนไทย : โรงเรียนในฝัน

เปิดอ่าน 23,504 ครั้ง
ฟักทองญี่ปุ่น
ฟักทองญี่ปุ่น

เปิดอ่าน 33,925 ครั้ง
10 อาชีพเสี่ยงตกงาน "สูง"!!!
10 อาชีพเสี่ยงตกงาน "สูง"!!!

เปิดอ่าน 25,430 ครั้ง
คู่มือการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
คู่มือการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

เปิดอ่าน 65,665 ครั้ง
เครื่องแบบข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ
เครื่องแบบข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ

เปิดอ่าน 33,862 ครั้ง
เคล็ดลับการทอดไข่ดาวให้ฟองใหญ่น่ากิน
เคล็ดลับการทอดไข่ดาวให้ฟองใหญ่น่ากิน

เปิดอ่าน 13,941 ครั้ง
ออกกำลังกายคลายเครียดในออฟฟิศ เหนื่อยนักก็พักหน่อย
ออกกำลังกายคลายเครียดในออฟฟิศ เหนื่อยนักก็พักหน่อย

เปิดอ่าน 43,861 ครั้ง
ปลูกลีลาวดี อาชีพเสริมที่ไม่ควรมองข้าม
ปลูกลีลาวดี อาชีพเสริมที่ไม่ควรมองข้าม

เปิดอ่าน 73,618 ครั้ง
เพลง "วันแม่"
เพลง "วันแม่"

เปิดอ่าน 20,280 ครั้ง
เฉาก๊วยทำมาจากอะไร
เฉาก๊วยทำมาจากอะไร

เปิดอ่าน 12,206 ครั้ง
ชี้เป็นเด็กอัจฉริยะต้องมี 6Q
ชี้เป็นเด็กอัจฉริยะต้องมี 6Q

เปิดอ่าน 10,173 ครั้ง
สื่อเผย ดิกชันนารีฯ อาจไร้คนสนใจในอนาคต
สื่อเผย ดิกชันนารีฯ อาจไร้คนสนใจในอนาคต

เปิดอ่าน 17,010 ครั้ง
"กูเกิล"เผยสุดยอดคำค้นหาปี 59
"กูเกิล"เผยสุดยอดคำค้นหาปี 59

เปิดอ่าน 14,692 ครั้ง
5 อาการเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
5 อาการเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
เปิดอ่าน 54,917 ครั้ง
หลักเกณฑ์สอบศึกษานิเทศก์
หลักเกณฑ์สอบศึกษานิเทศก์
เปิดอ่าน 42,307 ครั้ง
การทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์
การทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์
เปิดอ่าน 15,439 ครั้ง
เทคนิคการจัดการชั้นเรียนด้วยโมเดล 3 C"s
เทคนิคการจัดการชั้นเรียนด้วยโมเดล 3 C"s
เปิดอ่าน 11,111 ครั้ง
ทางพ้นทุกข์
ทางพ้นทุกข์

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ