ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ STAMPER Learning

นวัตกรรม STAMPER Learning มีความสำคัญต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนในหลายด้าน ประการแรก การบูรณาการความรู้จากหลายสาขาวิชาช่วยให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้และทักษะต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งและสามารถนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประการที่สอง STAMPER Learning ส่งเสริมทักษะสำคัญที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในยุคปัจจุบันและอนาคต เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่เพียงแต่สำคัญในการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ต้องการในโลกการทำงานด้วย นวัตกรรม STAMPER Learning ได้รับการสนับสนุนจากทฤษฎีการเรียนรู้ที่หลากหลาย หนึ่งในทฤษฎีที่สำคัญคือ ทฤษฎีการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ (Constructivism) ซึ่งเสนอโดย Jean Piaget และ Lev Vygotsky ทฤษฎีนี้ระบุว่า การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่นักเรียนสร้างความรู้ขึ้นจากประสบการณ์ของตนเอง การเรียนรู้แบบบูรณาการตามแนวทางของ STAMPER Learning ช่วยให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง และสร้างความเข้าใจด้วยตนเอง โดยการเชื่อมโยงความรู้จากหลากหลายสาขาวิชาเข้าด้วยกัน จากที่กล่าวมา นวัตกรรม STAMPER Learning จึงเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการพัฒนาทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกยุคใหม่ โดยมุ่งหวังให้เกิดการเรียนรู้ที่มีความหมาย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริงและการประกอบอาชีพในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ STAMPER Learning

2.2 เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาของนักเรียน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่บูรณาการหลากหลายวิชา

2.3 เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้แบบองค์รวม ที่รวมเนื้อหาจากหลายวิชาเข้าด้วยกัน ทำให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

เป้ามายของการดำเนินงาน

เชิงปริมาณ

2.1 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละ 90 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ STAMPER Learning สูงกว่าการเรียนด้วยรูปแบบเดิม

เชิงคุณภาพ

2.2 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้เรียนรู้ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ STAMPER Learning มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ในระดับที่สูงขึ้น

2.3 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถเชื่อมโยงความรู้ในรายวิชาอื่น ๆ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

นวัตกรรม การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ STAMPER Learning มีผลการดำเนินงาน ดังนี้

1. การพัฒนาความสามารถทางวิชาการ

- นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้นในวิชาหลัก เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี เนื่องจากการเรียนรู้ที่มีการบูรณาการทำให้นักเรียนสามารถเข้าใจและประยุกต์ใช้ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- ความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิศวกรรมศาสตร์และการคิดวิเคราะห์เชิงตรรกะของนักเรียนมีการพัฒนา เนื่องจากมีการทำโครงการและการทดลองที่เกี่ยวข้องกับปัญหาจริง

2. การพัฒนาทักษะทางด้านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ นักเรียนแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และทักษะทางศิลปะได้ดีขึ้น ผ่านการทำกิจกรรมที่บูรณาการศิลปะเข้ากับวิชาหลัก เช่น การออกแบบชิ้นงาน หรือการใช้เทคนิคศิลปะในการนำเสนอผลงาน

3. การพัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานเป็นทีม

- นักเรียนมีทักษะในการสื่อสารและการนำเสนอผลงานที่ดีขึ้น เนื่องจากมีการฝึกฝนและนำเสนอผลงานในหลายรูปแบบ เช่น การนำเสนอด้วยปากเปล่า การใช้เทคโนโลยีในการนำเสนอ หรือการทำโปสเตอร์

- ทักษะการทำงานเป็นทีมของนักเรียนได้รับการพัฒนา เนื่องจากมีการทำงานกลุ่มและการแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งส่งเสริมการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นและการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

4. การพัฒนาทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้

- นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้และการศึกษา เนื่องจากการเรียนรู้แบบบูรณาการทำให้เกิดความสนใจและความสนุกสนานในการเรียนรู้

- การเรียนรู้แบบบูรณาการ STAMPER Learning ทำให้นักเรียนมีแรงจูงใจในการเรียนรู้มากขึ้น เพราะเห็นถึงความสำคัญและการประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตประจำวัน

ประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินงานนวัตกรรม การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ STAMPER Learning ดังนี้

1. การเตรียมพร้อมสำหรับการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ

- นักเรียนได้รับการเตรียมความพร้อมในด้านทักษะและความรู้ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อในระดับสูงและการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะในสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปะ และคณิตศาสตร์

- นักเรียนมีความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะในสถานการณ์จริง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคต

2. การพัฒนาทักษะชีวิต (Life Skills)

- การเรียนรู้แบบบูรณาการช่วยให้นักเรียนพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็น เช่น การแก้ปัญหา การคิดอย่างมีระบบ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

- นักเรียนมีความสามารถในการปรับตัวและเผชิญกับความท้าทายในการเรียนรู้และการทำงานในอนาคต

3. การยกระดับคุณภาพการศึกษา

- การนำ STAMPER Learning มาประยุกต์ใช้ในการสอนทำให้โรงเรียนสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียน และสร้างนวัตกรรมการสอนที่ตอบสนองต่อความต้องการของนักเรียนในยุคปัจจุบัน

- ประสบการณ์จากการดำเนินงานสามารถนำไปขยายผลและปรับใช้ในระดับชั้นอื่น ๆ หรือโรงเรียนอื่น ๆ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวงกว้าง

โพสต์โดย พจณิชา : [23 ส.ค. 2567 (09:49 น.)]
อ่าน [98429] ไอพี : 27.55.94.87
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,161 ครั้ง
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสายตาสั้น
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสายตาสั้น

เปิดอ่าน 14,174 ครั้ง
คู่มือการใช้งานบัตรเครดิตราชการ
คู่มือการใช้งานบัตรเครดิตราชการ

เปิดอ่าน 35,419 ครั้ง
การพิมพ์หนังสือราชการภาษาไทยด้วยโปรแกรมการพิมพ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์
การพิมพ์หนังสือราชการภาษาไทยด้วยโปรแกรมการพิมพ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์

เปิดอ่าน 8,920 ครั้ง
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่8
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่8

เปิดอ่าน 13,908 ครั้ง
ดื่มน้ำอัดลม…ระวังกระดูกพรุน!
ดื่มน้ำอัดลม…ระวังกระดูกพรุน!

เปิดอ่าน 62,078 ครั้ง
ระเบียบ เบิกค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปราชการ 50
ระเบียบ เบิกค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปราชการ 50

เปิดอ่าน 789 ครั้ง
จัดการสต๊อกด้วยโปรแกรม ERP ลดปัญหาสต๊อกจม เพิ่มกระแสเงินสด
จัดการสต๊อกด้วยโปรแกรม ERP ลดปัญหาสต๊อกจม เพิ่มกระแสเงินสด

เปิดอ่าน 25,218 ครั้ง
นโยบายและมาตรฐานการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา
นโยบายและมาตรฐานการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา

เปิดอ่าน 22,214 ครั้ง
ออมเงิน..คนเงินเดือนน้อย
ออมเงิน..คนเงินเดือนน้อย

เปิดอ่าน 19,808 ครั้ง
สอนประวัติศาสตร์ภายใน 7 นาที
สอนประวัติศาสตร์ภายใน 7 นาที

เปิดอ่าน 429,825 ครั้ง
หมดยุค"ปริญญาแปะฝาบ้าน"!! "ทักษะอาชีพ-ชีวิต"สำคัญกว่า?
หมดยุค"ปริญญาแปะฝาบ้าน"!! "ทักษะอาชีพ-ชีวิต"สำคัญกว่า?

เปิดอ่าน 19,314 ครั้ง
7 วิธี"เอื้อเฟื้อ"เพื่อนบ้านอย่างง่าย พลิกให้ชุมชนน่าอยู่
7 วิธี"เอื้อเฟื้อ"เพื่อนบ้านอย่างง่าย พลิกให้ชุมชนน่าอยู่

เปิดอ่าน 24,789 ครั้ง
ความหมายของมัลติมีเดีย
ความหมายของมัลติมีเดีย

เปิดอ่าน 29,309 ครั้ง
ข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา (2553)
ข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา (2553)

เปิดอ่าน 8,019 ครั้ง
สรุปสาระสำคัญเกณฑ์ย้ายครู ไม่ต้องรอ 4 ปี
สรุปสาระสำคัญเกณฑ์ย้ายครู ไม่ต้องรอ 4 ปี

เปิดอ่าน 12,312 ครั้ง
การศึกษาในกะลา
การศึกษาในกะลา
เปิดอ่าน 10,816 ครั้ง
ซูฮก! ครูมะกันพิการแขน ใช้เท้าต่างมือสอนนักเรียน
ซูฮก! ครูมะกันพิการแขน ใช้เท้าต่างมือสอนนักเรียน
เปิดอ่าน 19,731 ครั้ง
5 กิจวัตรที่คนประสบความสำเร็จมักทำก่อน 8 โมงเช้า
5 กิจวัตรที่คนประสบความสำเร็จมักทำก่อน 8 โมงเช้า
เปิดอ่าน 58,003 ครั้ง
คุณค่าทางโภชนาการของ "หอยหวาน"
คุณค่าทางโภชนาการของ "หอยหวาน"
เปิดอ่าน 14,798 ครั้ง
การปฐมพยาบาล
การปฐมพยาบาล

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ