|
Advertisement
|
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ครูผู้สอนเด็กปฐมวัยควรจัดประสบการณ์ให้ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้ และสอดคล้องเหมาะสมกับเด็กปฐมวัย ยึดหลักว่าผู้เรียนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์กิจกรรมเกมการศึกษาที่เหมาะสมจึงสามารถที่จะช่วยพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเป็นระบบ การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย 4 ประการคือ 1) เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 4) เพื่อประเมินผลความพึงพอใจของเด็กปฐมวัยที่มีต่อการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยการวิจัยประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ โดยการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เก็บรวบรวมข้อมูลจากครูผู้สอนเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 5 คน และการศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้บริหารสถานศึกษาปฐมวัย จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม ระยะที่ 2 การสร้างและพัฒนารูปแบบจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ โดยร่างรูปแบบตามข้อมูลที่ได้รวบรวมมาแล้วในระยะที่ 1 และประเมินร่างรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ ร่างรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 และประเมินร่างรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษา แบบเรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ระยะที่ 3 การศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ประชากรได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลขามใหญ่บ้านหนองไผ่ จำนวน 1 ห้องเรียน รวม 30 คน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลขามใหญ่บ้านหนองไผ่ สังกัดกองการศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 15 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบความพร้อมทางการเรียน แผนการจัดประสบการณ์ และแบบประเมินแผนการจัดประสบการณ์ ระยะที่ 4 การประเมินผลความพึงพอใจของเด็กปฐมวัยที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินผลความพึงพอใจ
ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
1.จากการวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการในการจัดประสบการณ์ ครูผู้สอนเด็กปฐมวัย มีความคิดเห็นภาพรวมอยู่ในระดับมาก ความต้องการจำเป็นของครู ส่วนใหญ่มีความต้องการให้พัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ใช้ในโรงเรียน
2.รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน มีระดับความเหมาะสมมากที่สุด และประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 เท่ากับ 84.15 /85.40 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้
3.การศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญาสำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) ระดับความเหมาะสมมากที่สุด ด้านกระบวนการ (Process) ระดับความเหมาะสมมากที่สุด ด้านผลลัพธ์ (Output) ผลการพัฒนาความพร้อมทางการเรียนคะแนนเฉลี่ยหลังสูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์ 12.40 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 41.25
4.การประเมินความพึงพอใจของเด็กปฐมวัย ที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.80 ผ่านเกณฑ์การประเมิน
โดยสรุป รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ที่สร้างและพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข จึงควรสนับสนุนให้ครูผู้สอนเด็กปฐมวัย นำรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษานี้ไปใช้จัดประสบการณ์การเรียนรู้ในสถานศึกษาที่มีการจัดประสบการณ์เรียนรู้กิจกรรมเกมการศึกษาแบบ เรียนปนเล่น เน้นกระบวนการ ประสานความร่วมมือ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการด้านสติปัญญา หรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3
|
โพสต์โดย ครูจอย : [11 พ.ย. 2567 (13:57 น.)] อ่าน [98862] ไอพี : 101.51.86.15
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 19,892 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 29,004 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,571 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 24,603 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,542 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 27,144 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 80,920 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,113 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,966 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 57,262 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 38,873 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 22,073 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,562 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 46,664 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 38,227 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 46,452 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,573 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,247 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 24,680 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 26,497 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|