ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา

การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 29 เม.ย. 2559 เปิดอ่าน : 15,320 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

วันนี้ (29 เม.ย.2559) ผมได้รับข้อความจากกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ที่ไม่ใช่ครู แต่เป็นผู้ที่คลุกคลีกับวงการครูในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติ ท่านหนึ่ง ได้กรุณาส่งข้อเขียนที่ผมได้อ่านแล้วรู้สึกว่าอยากจะได้แชร์ให้คุณครูทุกท่านได้อ่านกัน ลองอ่านดูนะครับว่า แนวโน้มอะไรบ้างที่น่าสนใจ สิ่งใดที่เราควรมองและปรับเปลี่ยนกันบ้าง ครับ

การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา

Advertisement

การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา

ออกตัวก่อนว่าไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในวงการศึกษาอะไรเลยนะครับ สิ่งที่ใกล้ชิดกับครูที่สุดคือการได้เรียนกับครู แล้วก็พยายามจีบครู LOL

 

เค้าบอกกันว่าประเทศเล็กจะยิ่งใหญ่ได้ด้วยการศึกษา จะรวยได้ด้วย innovation เป็นที่แน่ชัดว่า ประเทศจะพัฒนาได้ การศึกษามีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

ลองดูสิงค์โปร์เพื่อนบ้านเราก็ได้ครับ กว่าสิงค์โปร์จะมาถึงตรงจุดนี้ได้ จากประเทศที่มีคนขาดระเบียบวินัย

เค้าพัฒนาเรื่องวินัยอย่างจริงจังควบคู่ไปกับการศึกษา ลองดูตอนนี้สิครับ เค้าเป็นอย่างไร เราเป็นอย่างไหน

เรายังเสมอต้นเสมอปลายไม่มีเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นข้อดีของเราหรือไม่ เค้าติดอันดับสองการศึกษาโลก เราติดอันดับ 8 ของ AEC


แต่ไหนแต่ไรครูเป็นผู้มีบทบาทอย่างมากในสังคม มีหน้าที่อบรมสั่งสอน ถ่ายทอดความรู้ ซึ่งมันแน่นอนมันก็มีทั้งถูกและผิด

สมัยก่อนตอนผมเรียนเมื่อ 30 ปีที่แล้วและก่อนหน้านั้น ความรู้จะอยู่ที่ครูสอนอะไรเราเท่านั้นเป็นหลัก มีอะไรก็เชื่อครูนี่ล่ะ จำผิดๆมาก็เยอะ ...

แต่ตอนนี้ด้วยความที่เทคโนโลยีเจริญไปมาก พฤติกรรมคน ครอบครัว สังคม โลกเปลี่ยนแปลงไป

คนสามารถหาสิ่งที่อยากรู้ง่ายแค่กระดิกนิ้วบนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ไม่กี่ทีเท่านั้น แต่ยังคงเหมือนเดิมคือมีทั้งถูกและผิด

ในเมื่อโลกยุคใหม่มาถึง ระบบ ครูเขียนนักเรียนจด หรือ ท่องเป็นคำเพื่อนำไปสอบ มันน่าจะต้องเปลี่ยนแปลงไปได้แล้ว

บทบาทครูในยุคนี้ควรจะเป็นผู้ทำให้นักเรียนเข้าถึงเนื้อหาสาระ และคอยชี้แนะในสิ่งที่ถูกต้อง ความรู้เค้าหากันได้เองครับ

พอเราคิดกันอย่างนั้น เราก็พยายามพูดกันถึง Education 3.0 หรือ 4.0 กันมา แต่การจะไปถึงตรงนั้นได้มันต้องมีอะไรบ้าง

มันดูเหมือนว่าเราอยากเป็นแบบนั้น แต่เราไม่อยากทำจนไปถึงตรงนั้นได้อย่างจริงจัง

ความพร้อมของครู อุปกรณ์ต่างๆ โครงข่ายอินเตอร์เน็ต ความเข้าใจการสอนสมัยใหม่ พวกนี้มีไว้ให้ครูกันหรือยัง หรือหน้าที่ครูต้องไปหามาด้วย ?

ที่สำคัญจะทำไปทำไมในเมื่อหลักสูตร รูปแบบการสอน การประเมินการสอนมันยังคงเหมือนเดิมเช่น 0 ตก 4 ดีมาก

ตอนนี้เราวัดครูเก่งกันอย่างไร อะไรคือข้อบ่งชี้ว่าครูคนไหนเก่ง ในเมื่อลูกศิษย์ส่วนใหญ่เรียนพิเศษจนสอบได้เป็นส่วนใหญ่ ?

โรงเรียนนึงมีทั้งสอบ Onet ได้ 100 เต็ม กับ ไม่ผ่านการประเมินหรือ 0 ก็มี ปัญหามันอยู่ที่ไหนกันแน่


คำถามคือ เราไม่รู้จริงๆหรือว่าปัญหาของการศึกษาไทยมันอยู่ที่ตรงไหน ? ลองพิมพ์ดูใน google พบว่ามีงานวิจัยของคนไทยมากมาย ประเทศนั้นเป็นแบบนี้

ประเทศนี้เป็นแบบนั้น ปัญหาของฉันคืออะไร แล้วมันก็แค่เอาไว้อ่าน เอาไว้อ้างอิง เอาได้อ่านให้ร่วมกันรัดทดใจอย่างมีความสุขกันแบบเดิม ไม่เห็นได้แก้อะไร

วันดีคืนดีก็ระบุว่าปัญหาการศึกษามันมาจาก ครูหนี้เยอะกระทบการเรียนการสอน ครูกู้เกินตัว ทำอาชีพเสริมอะไรแบบนี้ ครูนะครับไม่ใช่แพะ แหม่ ...

จำนวนครูที่มีปัญหาเป็นสัดส่วนกี่ % ครู 400,000 คนที่สอนอยู่ในปัจจุบันมีปัญหานี้กันทุกคนเลยหรือ ?

ทราบไหมครับว่าโรงเรียนในไทยที่มีเกือบ 35,000โรงเรียนนั้น มีโรงเรียนขนาดเล็กกี่โรงเรียน มีโรงเรียนที่ป.1 มีนักเรียนแค่ 1 คนอยู่กี่โรงเรียน

แล้วปัญหาตรงนี้มันเป็นปัญหาของใครกัน ?


เปลี่ยนวิธีคิดซะใหม่ดีไหม ผมเชื่อเรามีคนเก่งอยู่ในระบบ อยู่ในกระทรวงมากมาย แต่คนเก่งเหล่านั้นไม่มีเวทีหรือโอกาสให้แสดงออกเพราะมีอะไรมากดไว้

เปลี่ยนกฏ เปลี่ยนวิธีการคิด การประเมิน ให้โอกาสคนกลุ่มนี้ได้แสดงฝีมือออกมาน่าจะเห็นอะไรมากกว่าเดิม รวมไปถึงการประเมินครู การขึ้นเงินเดือนด้วย

ครูท่านมีหน้าที่ต่อเด็กคือสอนเด็กให้เก่งและดี หน้าที่ต่อตนเองคือพัฒนาตัวเองให้มีความรู้เท่าทันโลกอยู่เสมอ อะไรที่ไม่ใช่หน้าที่ครู อย่าไปยัดให้ทำเลย

ไปแก้ระบบให้ดีก่อน พอระบบดีมีคุณภาพ ระบบมันจะคัดกรองคนให้ต้องดีมีคุณภาพตามไปด้วยเอง

 

 

ผมยกตัวอย่างอีกอัน ผู้บริหารระดับสูงสุดของหน่วยงานราชการ อย่างเลขาธิการ / ปลัดกระทรวง ล้วนแต่เป็นผู้อาวุโสวัยใกล้เกษียณด้วยกันทั้งนั้น

แน่นอนสิ่งที่พวกท่านมีคือความรู้ ความสามารถ บารมี แต่สิ่งที่ขาดไปคือพลังงานที่เสื่อมถอยไปตามกาลเวลา

ลองคิดดูสิ อีก 1-2 ปีท่านจะเกษียณ ท่านจะทำงานเต็มที่ตั้งใจสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้กับหน่วยงาน ในเมื่อท่านอยู่จุดสูงสุดแล้ว บางท่านอาจทำ บางท่านอาจไม่

ผมเชื่อว่าช่วงเวลาคนที่ยังมีพลังทำงานและอยากสร้างสรรค์ผลงาน 30-50 น่าจะเป็นช่วงที่ทำได้เต็มที่

ด้วยระบบที่เชื่องช้า ทำคนที่ทำงานพาลอุ้ยอ้ายไปด้วย เราปักหลักยืนนิ่งงงอย่างมั่นคง ก้าวไปข้างหน้าก้าวนึง และถอยกลับมาสองก้าวตั้งหลักเสมอ

ทำไมเราไม่มีปลัดกระทรวง หรือ เลขาธิการอายุ 40-45 กันบ้างล่ะครับ ท่านที่เกินกว่านั้นก็ไปเป็นที่ปรึกษา หรือ บอร์ดอะไรพวกนี้ไปมันน่าจะดีกว่าไหม ?

แค่ไอเดียนะครับ มันน่าจะต้องมีวิธีสิน่า บริษัทเอกชนใหญ่ๆเค้ายังทำกันได้นี่นา


สรุป : เปลี่ยนกฏ แก้ไขระเบียบ เปลี่ยน KPI ครับ รับรองมันต้องเห็นการเปลี่ยนแปลงบ้างสิน่า 

 

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา , , การแก้ปัญหาการศึกษาไทย , คันที่หลัง , อย่าไปเกาที่ขา << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
7 เทคนิคสร้าง KPI ยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ☕ คลิกอ่านเลย
7 เทคนิคสร้าง KPI ยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
เปิดอ่าน 5,851 ครั้ง
การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม
เปิดอ่าน 7,571 ครั้ง
ถึงเวลาปลุก “จิตวิญญาณ” ความเป็น “ครู” ก่อนจะไปถึงการศึกษาไทย 4.0☕ คลิกอ่านเลย
ถึงเวลาปลุก “จิตวิญญาณ” ความเป็น “ครู” ก่อนจะไปถึงการศึกษาไทย 4.0
เปิดอ่าน 69,976 ครั้ง
การศึกษาในกะลา☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาในกะลา
เปิดอ่าน 8,307 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล ต้องตั้งต้นจากผลการประเมิน☕ คลิกอ่านเลย
ปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล ต้องตั้งต้นจากผลการประเมิน
เปิดอ่าน 5,744 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

8 เรื่องควรใส่ใจดูแล รถใช้ก๊าซ8 เรื่องควรใส่ใจดูแล รถใช้ก๊าซ
เปิดอ่าน 8,884 ครั้ง
ตรวจแคลเซียมหลอดเลือดหัวใจคิดใหม่ทำใหม่เพื่อหัวใจของคุณตรวจแคลเซียมหลอดเลือดหัวใจคิดใหม่ทำใหม่เพื่อหัวใจของคุณ
เปิดอ่าน 9,193 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 9 การเริ่มเล่นและการเริ่มเล่นใหม่ ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 9 การเริ่มเล่นและการเริ่มเล่นใหม่
เปิดอ่าน 27,498 ครั้ง
อยากลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น อย่าพลาดผัก-ผลไม้เหล่านี้นะอยากลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น อย่าพลาดผัก-ผลไม้เหล่านี้นะ
เปิดอ่าน 27,514 ครั้ง
โลโก้กูเกิล "สุพรรณหงส์" แสดงในเว็บไซต์กูเกิล "วันแม่" 12 สิงหา 2553โลโก้กูเกิล "สุพรรณหงส์" แสดงในเว็บไซต์กูเกิล "วันแม่" 12 สิงหา 2553
เปิดอ่าน 12,558 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ