ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา
การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา
บทความการศึกษา โพสต์เมื่อวันที่ : 29 เม.ย. 2559 เปิดอ่าน : 17,007 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

วันนี้ (29 เม.ย.2559) ผมได้รับข้อความจากกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ที่ไม่ใช่ครู แต่เป็นผู้ที่คลุกคลีกับวงการครูในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติ ท่านหนึ่ง ได้กรุณาส่งข้อเขียนที่ผมได้อ่านแล้วรู้สึกว่าอยากจะได้แชร์ให้คุณครูทุกท่านได้อ่านกัน ลองอ่านดูนะครับว่า แนวโน้มอะไรบ้างที่น่าสนใจ สิ่งใดที่เราควรมองและปรับเปลี่ยนกันบ้าง ครับ

การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา
Advertisement

การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา

ออกตัวก่อนว่าไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในวงการศึกษาอะไรเลยนะครับ สิ่งที่ใกล้ชิดกับครูที่สุดคือการได้เรียนกับครู แล้วก็พยายามจีบครู LOL

 

เค้าบอกกันว่าประเทศเล็กจะยิ่งใหญ่ได้ด้วยการศึกษา จะรวยได้ด้วย innovation เป็นที่แน่ชัดว่า ประเทศจะพัฒนาได้ การศึกษามีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

ลองดูสิงค์โปร์เพื่อนบ้านเราก็ได้ครับ กว่าสิงค์โปร์จะมาถึงตรงจุดนี้ได้ จากประเทศที่มีคนขาดระเบียบวินัย

เค้าพัฒนาเรื่องวินัยอย่างจริงจังควบคู่ไปกับการศึกษา ลองดูตอนนี้สิครับ เค้าเป็นอย่างไร เราเป็นอย่างไหน

เรายังเสมอต้นเสมอปลายไม่มีเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นข้อดีของเราหรือไม่ เค้าติดอันดับสองการศึกษาโลก เราติดอันดับ 8 ของ AEC


แต่ไหนแต่ไรครูเป็นผู้มีบทบาทอย่างมากในสังคม มีหน้าที่อบรมสั่งสอน ถ่ายทอดความรู้ ซึ่งมันแน่นอนมันก็มีทั้งถูกและผิด

สมัยก่อนตอนผมเรียนเมื่อ 30 ปีที่แล้วและก่อนหน้านั้น ความรู้จะอยู่ที่ครูสอนอะไรเราเท่านั้นเป็นหลัก มีอะไรก็เชื่อครูนี่ล่ะ จำผิดๆมาก็เยอะ ...

แต่ตอนนี้ด้วยความที่เทคโนโลยีเจริญไปมาก พฤติกรรมคน ครอบครัว สังคม โลกเปลี่ยนแปลงไป

คนสามารถหาสิ่งที่อยากรู้ง่ายแค่กระดิกนิ้วบนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ไม่กี่ทีเท่านั้น แต่ยังคงเหมือนเดิมคือมีทั้งถูกและผิด

ในเมื่อโลกยุคใหม่มาถึง ระบบ ครูเขียนนักเรียนจด หรือ ท่องเป็นคำเพื่อนำไปสอบ มันน่าจะต้องเปลี่ยนแปลงไปได้แล้ว

บทบาทครูในยุคนี้ควรจะเป็นผู้ทำให้นักเรียนเข้าถึงเนื้อหาสาระ และคอยชี้แนะในสิ่งที่ถูกต้อง ความรู้เค้าหากันได้เองครับ

พอเราคิดกันอย่างนั้น เราก็พยายามพูดกันถึง Education 3.0 หรือ 4.0 กันมา แต่การจะไปถึงตรงนั้นได้มันต้องมีอะไรบ้าง

มันดูเหมือนว่าเราอยากเป็นแบบนั้น แต่เราไม่อยากทำจนไปถึงตรงนั้นได้อย่างจริงจัง

ความพร้อมของครู อุปกรณ์ต่างๆ โครงข่ายอินเตอร์เน็ต ความเข้าใจการสอนสมัยใหม่ พวกนี้มีไว้ให้ครูกันหรือยัง หรือหน้าที่ครูต้องไปหามาด้วย ?

ที่สำคัญจะทำไปทำไมในเมื่อหลักสูตร รูปแบบการสอน การประเมินการสอนมันยังคงเหมือนเดิมเช่น 0 ตก 4 ดีมาก

ตอนนี้เราวัดครูเก่งกันอย่างไร อะไรคือข้อบ่งชี้ว่าครูคนไหนเก่ง ในเมื่อลูกศิษย์ส่วนใหญ่เรียนพิเศษจนสอบได้เป็นส่วนใหญ่ ?

โรงเรียนนึงมีทั้งสอบ Onet ได้ 100 เต็ม กับ ไม่ผ่านการประเมินหรือ 0 ก็มี ปัญหามันอยู่ที่ไหนกันแน่


คำถามคือ เราไม่รู้จริงๆหรือว่าปัญหาของการศึกษาไทยมันอยู่ที่ตรงไหน ? ลองพิมพ์ดูใน google พบว่ามีงานวิจัยของคนไทยมากมาย ประเทศนั้นเป็นแบบนี้

ประเทศนี้เป็นแบบนั้น ปัญหาของฉันคืออะไร แล้วมันก็แค่เอาไว้อ่าน เอาไว้อ้างอิง เอาได้อ่านให้ร่วมกันรัดทดใจอย่างมีความสุขกันแบบเดิม ไม่เห็นได้แก้อะไร

วันดีคืนดีก็ระบุว่าปัญหาการศึกษามันมาจาก ครูหนี้เยอะกระทบการเรียนการสอน ครูกู้เกินตัว ทำอาชีพเสริมอะไรแบบนี้ ครูนะครับไม่ใช่แพะ แหม่ ...

จำนวนครูที่มีปัญหาเป็นสัดส่วนกี่ % ครู 400,000 คนที่สอนอยู่ในปัจจุบันมีปัญหานี้กันทุกคนเลยหรือ ?

ทราบไหมครับว่าโรงเรียนในไทยที่มีเกือบ 35,000โรงเรียนนั้น มีโรงเรียนขนาดเล็กกี่โรงเรียน มีโรงเรียนที่ป.1 มีนักเรียนแค่ 1 คนอยู่กี่โรงเรียน

แล้วปัญหาตรงนี้มันเป็นปัญหาของใครกัน ?


เปลี่ยนวิธีคิดซะใหม่ดีไหม ผมเชื่อเรามีคนเก่งอยู่ในระบบ อยู่ในกระทรวงมากมาย แต่คนเก่งเหล่านั้นไม่มีเวทีหรือโอกาสให้แสดงออกเพราะมีอะไรมากดไว้

เปลี่ยนกฏ เปลี่ยนวิธีการคิด การประเมิน ให้โอกาสคนกลุ่มนี้ได้แสดงฝีมือออกมาน่าจะเห็นอะไรมากกว่าเดิม รวมไปถึงการประเมินครู การขึ้นเงินเดือนด้วย

ครูท่านมีหน้าที่ต่อเด็กคือสอนเด็กให้เก่งและดี หน้าที่ต่อตนเองคือพัฒนาตัวเองให้มีความรู้เท่าทันโลกอยู่เสมอ อะไรที่ไม่ใช่หน้าที่ครู อย่าไปยัดให้ทำเลย

ไปแก้ระบบให้ดีก่อน พอระบบดีมีคุณภาพ ระบบมันจะคัดกรองคนให้ต้องดีมีคุณภาพตามไปด้วยเอง

 

 

ผมยกตัวอย่างอีกอัน ผู้บริหารระดับสูงสุดของหน่วยงานราชการ อย่างเลขาธิการ / ปลัดกระทรวง ล้วนแต่เป็นผู้อาวุโสวัยใกล้เกษียณด้วยกันทั้งนั้น

แน่นอนสิ่งที่พวกท่านมีคือความรู้ ความสามารถ บารมี แต่สิ่งที่ขาดไปคือพลังงานที่เสื่อมถอยไปตามกาลเวลา

ลองคิดดูสิ อีก 1-2 ปีท่านจะเกษียณ ท่านจะทำงานเต็มที่ตั้งใจสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้กับหน่วยงาน ในเมื่อท่านอยู่จุดสูงสุดแล้ว บางท่านอาจทำ บางท่านอาจไม่

ผมเชื่อว่าช่วงเวลาคนที่ยังมีพลังทำงานและอยากสร้างสรรค์ผลงาน 30-50 น่าจะเป็นช่วงที่ทำได้เต็มที่

ด้วยระบบที่เชื่องช้า ทำคนที่ทำงานพาลอุ้ยอ้ายไปด้วย เราปักหลักยืนนิ่งงงอย่างมั่นคง ก้าวไปข้างหน้าก้าวนึง และถอยกลับมาสองก้าวตั้งหลักเสมอ

ทำไมเราไม่มีปลัดกระทรวง หรือ เลขาธิการอายุ 40-45 กันบ้างล่ะครับ ท่านที่เกินกว่านั้นก็ไปเป็นที่ปรึกษา หรือ บอร์ดอะไรพวกนี้ไปมันน่าจะดีกว่าไหม ?

แค่ไอเดียนะครับ มันน่าจะต้องมีวิธีสิน่า บริษัทเอกชนใหญ่ๆเค้ายังทำกันได้นี่นา


สรุป : เปลี่ยนกฏ แก้ไขระเบียบ เปลี่ยน KPI ครับ รับรองมันต้องเห็นการเปลี่ยนแปลงบ้างสิน่า 

 

 


Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

หยุด การศึกษาที่สร้างทุกข์ให้นักเรียน และผู้ปกครอง

หยุด การศึกษาที่สร้างทุกข์ให้นักเรียน และผู้ปกครอง
เปิดอ่าน 33,892 ครั้ง
แบ่งชนชั้นโดยการศึกษา โดย วีรพงษ์ รามางกูร

แบ่งชนชั้นโดยการศึกษา โดย วีรพงษ์ รามางกูร
เปิดอ่าน 23,469 ครั้ง
พระเจ้าแผ่นดิน

พระเจ้าแผ่นดิน
เปิดอ่าน 5,542 ครั้ง
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการศึกษาคุณภาพ : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย

การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการศึกษาคุณภาพ : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย
เปิดอ่าน 24,807 ครั้ง
ภาษาอังกฤษเด็กไทยไม่ก้าวหน้าปัญหาอยู่ที่ใคร?

ภาษาอังกฤษเด็กไทยไม่ก้าวหน้าปัญหาอยู่ที่ใคร?
เปิดอ่าน 11,785 ครั้ง
"การศึกษาหันหลัง" คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

"การศึกษาหันหลัง" คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย สาโรจน์ มณีรัตน์
เปิดอ่าน 9,227 ครั้ง
การศึกษาปัญหาที่แก้ไม่ตก

การศึกษาปัญหาที่แก้ไม่ตก
เปิดอ่าน 7,534 ครั้ง
การศึกษาขั้นพื้นฐานมุ่งสู่อนาคต (Basic Education for Future) : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย

การศึกษาขั้นพื้นฐานมุ่งสู่อนาคต (Basic Education for Future) : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย
เปิดอ่าน 43,523 ครั้ง
การถ่ายโอนสถานศึกษาและเปลี่ยนสถานะครู เป็นพนักงานของรัฐ : ปัญหาที่เกาไม่ถูกที่คัน

การถ่ายโอนสถานศึกษาและเปลี่ยนสถานะครู เป็นพนักงานของรัฐ : ปัญหาที่เกาไม่ถูกที่คัน
เปิดอ่าน 29,875 ครั้ง
6 ปัญหาที่เด็กม.ปลายต้องเจอและผ่านไปให้ได้

6 ปัญหาที่เด็กม.ปลายต้องเจอและผ่านไปให้ได้
เปิดอ่าน 21,900 ครั้ง
ผู้เรียนและสังคมได้อะไร จากนโยบาย"ลดเวลาเรียน เพิ่มการเรียนรู้"

ผู้เรียนและสังคมได้อะไร จากนโยบาย"ลดเวลาเรียน เพิ่มการเรียนรู้"
เปิดอ่าน 12,913 ครั้ง
การศึกษาเพื่อสร้างบัณฑิตเป็น‘ผู้นำสังคม’ : โดย นพ.วิชัย เทียนถาวร

การศึกษาเพื่อสร้างบัณฑิตเป็น‘ผู้นำสังคม’ : โดย นพ.วิชัย เทียนถาวร
เปิดอ่าน 15,405 ครั้ง
เดินหน้า ปฏิรูปการศึกษา 2559

เดินหน้า ปฏิรูปการศึกษา 2559
เปิดอ่าน 7,475 ครั้ง
"ครู" ผู้เปลี่ยนชีวิต "ศิษย์"

"ครู" ผู้เปลี่ยนชีวิต "ศิษย์"
เปิดอ่าน 9,535 ครั้ง
ศธ.ให้ความสำคัญครูคนแรกดึงพ่อแม่เป็นส่วนหนึ่งวันครู

ศธ.ให้ความสำคัญครูคนแรกดึงพ่อแม่เป็นส่วนหนึ่งวันครู
เปิดอ่าน 7,078 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ปฏิรูปการศึกษา ระบบการผลิตครู
ปฏิรูปการศึกษา ระบบการผลิตครู
เปิดอ่าน 13,028 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
Area-Based Education สร้างการศึกษาตอบโจทย์จังหวัด
Area-Based Education สร้างการศึกษาตอบโจทย์จังหวัด
เปิดอ่าน 7,497 ☕ คลิกอ่านเลย

หลักสูตรการผลิตครู ควรเป็น 4 หรือ 5 ปีดี โดย : ดิเรก พรสีมา
หลักสูตรการผลิตครู ควรเป็น 4 หรือ 5 ปีดี โดย : ดิเรก พรสีมา
เปิดอ่าน 19,602 ☕ คลิกอ่านเลย

"ฟุตบอล"...สอนอะไร
"ฟุตบอล"...สอนอะไร
เปิดอ่าน 6,795 ☕ คลิกอ่านเลย

อ่านกันชัดๆ ที่นี่ "อยากเป็นครู ทำอย่างไร?"
อ่านกันชัดๆ ที่นี่ "อยากเป็นครู ทำอย่างไร?"
เปิดอ่าน 21,048 ☕ คลิกอ่านเลย

การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561)
การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561)
เปิดอ่าน 36,357 ☕ คลิกอ่านเลย

Smart Thailand
Smart Thailand
เปิดอ่าน 7,269 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

วีดิทัศน์คณิตศาสตร์ ชั้น ป.4 โดย สสวท.
วีดิทัศน์คณิตศาสตร์ ชั้น ป.4 โดย สสวท.
เปิดอ่าน 17,633 ครั้ง

ทำไมเวลาเกา จึงหายคัน
ทำไมเวลาเกา จึงหายคัน
เปิดอ่าน 12,494 ครั้ง

“IAU”ประกาศ 106 ชื่อดาวเคราะห์น้อยล่าสุด หนึ่งในนั้นมีชื่อ“คนไทย”
“IAU”ประกาศ 106 ชื่อดาวเคราะห์น้อยล่าสุด หนึ่งในนั้นมีชื่อ“คนไทย”
เปิดอ่าน 7,034 ครั้ง

สุดซึ้ง หมาช่วยหมา ที่กำลังลอยคออยู่บนเรือ
สุดซึ้ง หมาช่วยหมา ที่กำลังลอยคออยู่บนเรือ
เปิดอ่าน 8,586 ครั้ง

หัวเราะฮา ฮ่า เป็นยาวิเศษ!!
หัวเราะฮา ฮ่า เป็นยาวิเศษ!!
เปิดอ่าน 8,552 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ