ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) รายวิชาภาษาไทย เรื่อง สำนวนไทย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน (Game Based Learning) ร่วมกับระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center)

แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) รายวิชาภาษาไทย เรื่อง สำนวนไทย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน (Game Based Learning) ร่วมกับระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center)

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัดระหว่างทาง

ท ๔.๑ ป.๕/๗ ใช้สำนวนได้ถูกต้อง

ตัวชี้วัดปลายทาง

ท ๒.๑ ป.๕/๒ เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสม

จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K)

อธิบายหลักการใช้สำนวนได้อย่างถูกต้อง

๒. ด้านทักษะ (P)

เขียนสื่อสารโดยใช้สำนวนได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องตามบริบทของประโยค

๓. ด้านคุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A)

ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของการอนุรักษ์สำนวนไทย

กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

กระบวนการเรียนรู้ : การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game Based Learning)

๑. ขั้นนำ

ขั้นที่ ๑ สำรวจความรู้ (Exploring Knowledge)

๑.๑ นักเรียนรับชมวีดิทัศน์ “สำนวนไทย อะไรเอ่ย” (ที่มาจากระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) โดยคุณฝาตีม๊ะ จันทร์นิยม) โดยนักเรียนทายสำนวนไทย จำนวน ๔ สำนวน โดยให้นักเรียนยกมือ และบอกสำนวนไทยที่ปรากฏในหน้าจอ พร้อมกับบอกความหมายของสำนวนพอสังเขป

๑.๒ นักเรียนได้รับแบบฝึกหัด “สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย” (ที่มาจากระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) โดยคุณมารีน่า ศรีอนุเดช) โดยนักเรียนทำแบบทดสอบ ก่อนเรียนจำนวน ๑๐ ข้อ

๑.๓ นักเรียนเรียนรู้ความหมาย และหลักการวิเคราะห์ความหมายของสำนวน สุภาษิตและ คำพังเพย ผ่านสื่อการสอนพาวเวอร์พอยต์ (Power Point) จากนั้นสรุปองค์ความรู้ลงในสมุดบันทึกของตน

๒. ขั้นสอน

ขั้นที่ ๒ อธิบายกิจกรรม (Exploring Knowledge)

๒.๑ นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน จากนั้นให้นักเรียนศึกษา “บัตรคำสำนวนไทย” (ที่มาจากระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) โดยคุณสุรางคณาง กุลประสงค์) โดยให้นักเรียนศึกษารูปแบบของสำนวน และความหมายของสำนวนด้วยกัน โดยมีทั้งหมด ๓๒ สำนวน โดยแต่ละกลุ่มใช้ เวลาศึกษา จำนวน ๑๐ นาที

๒.๒ นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเกมเพื่อการเรียนรู้ โดยมีชื่อว่า “เกมหาคู่ให้ฉันหน่อย” โดยนักเรียนวิเคราะห์สถานการณ์ที่ครูกำหนดให้บนกระดาน จากนั้นนักเรียนนำ “บัตรคำสำนวนไทย” (ที่มาจากระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) โดยคุณสุรางคณาง กุลประสงค์) มาติดให้สัมพันธ์กับสถานการณ์ที่ครูกำหนดให้ถูกต้อง ภายในระยะเวลา ๒๐ วินาที

๒.๓ เมื่อเล่นเกมจบในแต่ละครั้ง นักเรียนและครูเฉลยคำตอบร่วมกัน หากกลุ่มใดสามารถติดบัตรคำสำนวนไทยได้ถูกต้องตามสถานการณ์ที่ครูกำหนดให้ จะได้รับคะแนน ๑ คะแนน หากกลุ่มใดติดบัตรคำสำนวนไทยได้ไม่ถูกต้องตามสถานการณ์ที่ครูกำหนดให้ จะไม่ได้คะแนนในข้อนั้น ๆ ปฏิบัติเช่นนี้จนหมดบัตรคำสำนวนไทย แล้วจึงสรุปคะแนน

ขั้นที่ ๓ ขั้นเล่นเกม (Playing Game)

๒.๔ นักเรียนจัดสถานที่ให้เอื้อสำหรับการเล่นเกม “หาคู่ให้ฉันหน่อย” โดยจัดเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน โดยครูเป็นผู้สุ่มโดยใช้โปรแกรมหมุนวงล้อ (ที่มาจากโปรแกรม Wheelofnames.com)

๒.๕ นักเรียนเล่นเกมโดยคำนึงถึงกฎ กติกา และคำสั่งในการเล่นเกม โดยครูกำหนดหัวหน้ากลุ่มให้ดูแลสมาชิกในกลุ่มให้ปฏิบัติตามกฎ กติกา และคำสั่งในการเล่นเกมอย่างเคร่งครัด

๒.๖ นักเรียนร่วมกันเฉลย และสรุปคะแนนทุกครั้งเมื่อจบเกมในแต่ละครั้ง

ขั้นที่ ๔ ขั้นเสนอความคิด (Creativity)

๒.๗ ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เสนอกติกาใหม่ ๆ หรือความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่จะทำให้เกมนี้สนุกมากขึ้น เข้มข้นมากขึ้น เช่น การปรับเวลาจาก ๒๐ วินาที เป็น ๑๐ วินาที หรือเมื่อนำบัตรคำสำนวนไทย ไปติดบนกระดาน ต้องอธิบายความหมายและหลักการให้เพื่อนในห้องเรียนฟัง

๓. ขั้นสรุป

ขั้นที่ ๕ อภิปรายหลังการเล่นและสรุปผล (Discussions and conclusions)

๓.๑ นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปคะแนนที่กลุ่มตนได้รับ จากนั้นร่วมกันวิเคราะห์กับสมาชิกในกลุ่ม ของตนว่าทำไมตนจึงได้คะแนนเท่านี้ จากนี้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในห้องเรียน

๓.๒ นักเรียนกลุ่มที่ได้คะแนนจากการเล่นเกม “หาคู่ให้ฉันหน่อย” สูงสุดอภิปรายหลักการ หรือวิธีการหาคำตอบที่ส่งผลให้กลุ่มของตนได้คะแนนสูงสุด

๓.๓ นักเรียนกับครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับสิ่งที่นักเรียนได้รับหลังจากการเล่นเกมนี้ เช่น นักเรียนได้พัฒนาทักษะอะไรบ้าง การทำงานเป็นกลุ่มของนักเรียนเป็นไปตามที่ตนเองได้คาดหวังไว้หรือไม่ หากมีการแข่งขันเกมนี้อีกครั้ง นักเรียนจะมีวิธีการปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นอย่างไร เป็นต้น

๓.๔ นักเรียนทำแบบฝึกหัด และแบบทดสอบหลังเรียน (ที่มาจากระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) โดยคุณมารีน่า ศรีอนุเดช) ในการตรวจสอบความรู้ของตนเองหลังจากการเล่นเกมเมื่อกิจกรรมข้างต้น

๓.๕ นักเรียนกับครูร่วมกันอภิปรายแนวคิดการอนุรักษ์สำนวน สุภาษิต คำพังเพย ให้อยู่คู่กับ คนไทยโดยใช้วิธีการถามตอบภายในห้องเรียน

สื่อและแหล่งการเรียนรู้

๑. สื่อโปรแกรมการนำเสนอพาวเวอร์พอยต์ (Power Point) เรื่อง “สำนวนไทย”

๒. วีดิทัศน์ เรื่อง “สำนวนไทย” (ที่มาจากระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) โดยคุณฝาตีม๊ะ จันทร์นิยม)

๓. แบบฝึกหัด เรื่อง “สำนวนไทย” จำนวน ๑ ชุด ต่อนักเรียน ๑ คน (ที่มาจากระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) โดยคุณปฐมาวดี เครือแก้ว)

๔. สื่อนวัตกรรม “สำนวนไทย” จำนวน ๑ชุด (ที่มาจากระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) โดยคุณสุรางคณาง กุลประสงค์)

๕. สื่อนวัตกรรมสารสนเทศ “Wheel of Name”

โพสต์โดย ปรัชญา บุญปากดี : [15 ก.ค. 2568 (05:56 น.)]
อ่าน [100730] ไอพี : 182.232.227.226
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 8,511 ครั้ง
ว่าด้วยการเรียนและการสอบ คอลัมน์ ฝ่ากำแพงเมืองจีน
ว่าด้วยการเรียนและการสอบ คอลัมน์ ฝ่ากำแพงเมืองจีน

เปิดอ่าน 3,571 ครั้ง
เตือน!กลโกงคนใกล้ตัว ระวังเซ็นเอกสารอาจเสียทรัพย์ เป็นหนี้หมดตัว
เตือน!กลโกงคนใกล้ตัว ระวังเซ็นเอกสารอาจเสียทรัพย์ เป็นหนี้หมดตัว

เปิดอ่าน 3,107 ครั้ง
การแช่แข็งตัวอ่อน กับราคาที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
การแช่แข็งตัวอ่อน กับราคาที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

เปิดอ่าน 12,559 ครั้ง
รู้เท่าทันก่อนจะหันมาใช้ "บัตรเครดิต" โดย สคบ.
รู้เท่าทันก่อนจะหันมาใช้ "บัตรเครดิต" โดย สคบ.

เปิดอ่าน 19,955 ครั้ง
10 วิธีบำบัดเด็กสมาธิสั้น
10 วิธีบำบัดเด็กสมาธิสั้น

เปิดอ่าน 25,367 ครั้ง
ความแตกต่างระหว่าง แก๊ส LPG และ ก๊าซ NGV
ความแตกต่างระหว่าง แก๊ส LPG และ ก๊าซ NGV

เปิดอ่าน 20,979 ครั้ง
โจทย์เลขสิงคโปร์ป่วนเน็ต หาคำตอบกันทั้งโลก
โจทย์เลขสิงคโปร์ป่วนเน็ต หาคำตอบกันทั้งโลก

เปิดอ่าน 38,945 ครั้ง
เทควันโด : ประวัติกีฬาเทควันโด
เทควันโด : ประวัติกีฬาเทควันโด

เปิดอ่าน 17,941 ครั้ง
7 เคล็ดลับผิวสว่างใส สำหรับสาวย่าง 30
7 เคล็ดลับผิวสว่างใส สำหรับสาวย่าง 30

เปิดอ่าน 10,919 ครั้ง
นั่งนานทำให้เป็นคนขี้โรค
นั่งนานทำให้เป็นคนขี้โรค

เปิดอ่าน 31,691 ครั้ง
อากาศร้อนจัด นักวิชาการมหิดล เตือน ฮีทสโตรค อันตราย
อากาศร้อนจัด นักวิชาการมหิดล เตือน ฮีทสโตรค อันตราย

เปิดอ่าน 26,663 ครั้ง
เคล็ดลับๆก่อนอาบน้ำ
เคล็ดลับๆก่อนอาบน้ำ

เปิดอ่าน 76,005 ครั้ง
ตัวอย่างหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา และแผนการจัดประสบการณ์ ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2562
ตัวอย่างหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา และแผนการจัดประสบการณ์ ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2562

เปิดอ่าน 14,814 ครั้ง
15 หลักฮวงจุ้ยในที่ทำงานสำหรับสาวมิลเลเนียม
15 หลักฮวงจุ้ยในที่ทำงานสำหรับสาวมิลเลเนียม

เปิดอ่าน 19,131 ครั้ง
การศึกษาแบบไหนสอนให้คิดเป็น
การศึกษาแบบไหนสอนให้คิดเป็น

เปิดอ่าน 82,755 ครั้ง
รู้ยังหมากัดคน บางกรณีฟ้องเจ้าของหมาไม่ได้นะ
รู้ยังหมากัดคน บางกรณีฟ้องเจ้าของหมาไม่ได้นะ
เปิดอ่าน 12,182 ครั้ง
พสกนิกร..สุดปีติ ในหลวงทรงโบกพระหัตถ์ จาก รพ.ศิริราช
พสกนิกร..สุดปีติ ในหลวงทรงโบกพระหัตถ์ จาก รพ.ศิริราช
เปิดอ่าน 20,076 ครั้ง
เหล็กปลอม ดูกันชัดๆ มันเป็นยังไง (ชมคลิป)
เหล็กปลอม ดูกันชัดๆ มันเป็นยังไง (ชมคลิป)
เปิดอ่าน 13,071 ครั้ง
เทคนิคบริหารหน้าท้องให้เพรียวสวย
เทคนิคบริหารหน้าท้องให้เพรียวสวย
เปิดอ่าน 19,499 ครั้ง
กฏ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูฯออกจากราชการกรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพ
กฏ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูฯออกจากราชการกรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ