ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

อริยสัจ 4 สร้างเด็กดี มีความรับผิดชอบ ด้วย CARE MODEL

ปัจจุบันประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมตลอดเวลาและเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ทำให้ประชาชนในชาติเกิดการแข่งขันกันเพื่อความอยู่รอดและสร้างความมั่นคงให้กับตนเอง

สภาพของสังคมไทยโดยรวมจึงเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย โดยมีความเป็นวัตถุนิยมมากขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาพฤติกรรมของคนในสังคมตามมาคือ การหย่อนในศีลธรรม จริยธรรมขาดระเบียบวินัย ขาดความรับผิดชอบ เกิดการเอารัดเอาเปรียบกันของคนในสังคม ส่งผลให้วิถีชีวิตและค่านิยมดั้งเดิมที่ดีงามของคนไทยเริ่มจางหายไปพร้อม ๆ กับการล่มสลายของสถาบันครอบครัว ชุมชน และวัฒนธรรมท้องถิ่น (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2564 : 8) "จริยธรรม" จึงเป็นเรื่องที่ได้รับการกล่าวถึงมากเรื่องหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้สภาพสังคมที่สับสน วุ่นวาย ขาดความสงบสุข อันเนื่องมาจากสมาชิกในสังคมประพฤติหรือปฏิบัติไม่เหมาะสมเพราะคนในปัจจุบันด้อยหรือไร้จริยธรรม (สงบ ลักษณะ 2562 : 30) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จริยธรรม ด้านความรับผิดชอบ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (2563 : 3) ได้จัดลำดับความสำคัญเกี่ยวกับความรับผิดชอบไว้เป็นอันดับหนึ่งร่วมกับการพึ่งตนเองและความขยันหมั่นเพียรและจากผลการวิจัยของ ธวัชชัย ชัยจริยฉายากุล (2560 : บทคัดย่อ) ซึ่งได้ศึกษาเกี่ยวกับค่านิยม พื้นฐานทางจริยธรรมของไทยอย่างละเอียด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปลูกฝังจริยธรรมแก่เยาวชนโดยดำเนินการจัดลำดับความสำคัญของค่านิยมพื้นฐานทางจริยธรรม 10 ลำดับ ได้ผลสอดคล้องกันว่า ความรับผิดชอบเป็นค่านิยมพื้นฐานทางจริยธรรมที่สำคัญ และควรเร่งปลูกฝังให้กับคนไทยเป็นอันดับหนึ่ง และจากโครงการศึกษาศักยภาพ

ของเด็กไทยของกองวิจัยทางการศึกษา กรมวิชาการ (2561ก : บทนำ) พบว่า การพัฒนาศักยภาพ

ของเด็กไทยด้านความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเองควรมีการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพให้เกิดขึ้นกับเด็ก

ให้มีคุณลักษณะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการอยู่ร่วมกันในสังคม ความรับผิดชอบจึงนับเป็นค่านิยมพื้นฐาน

ทางจริยธรรมที่มีความสำคัญและจำเป็นมากที่สุด (ไพฑูรย์ สินลารัตน์ 2561 : 33-34) ทั้งนี้เนื่องจาก

เมื่อบุคคลมีความรับผิดชอบหากจะต้องปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ก็ย่อมสามารถทำงานได้สำเร็จเป็นที่น่าเชื่อถือ

และนำมาซึ่งความสำเร็จของชีวิตการทำงานในที่สุด ความรับผิดชอบยังเป็นเครื่องแสดงถึงความเป็นผู้มี

วุฒิภาวะด้านอุปนิสัยและเป็นส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิตในสังคม ซึ่งหากทุกคนในสังคม

รู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่ต่าง ๆ อย่างดีแล้ว ก็ย่อมทำให้เกิดสันติ ตลอดจนความเจริญงอกงามขึ้นในสังคม

(วารี ศิริเจริญ 2562 : 3)

ความรับผิดชอบ จึงเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่จะส่งผลการพัฒนา เพื่อเป็นพลเมืองที่ดีและสำคัญ

อีกอย่างหนึ่ง ความรู้สึกรับผิดชอบ เปรียบได้กับนิสัยและทัศนคติของบุคคล ซึ่งเป็นเครื่องผลักดันให้เกิด

การปฏิบัติตามระเบียบ เคารพสิทธิของผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อตนเองและมีความรับผิดชอบที่มีต่อตนเองและส่วนร่วม อันจะช่วยให้การอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นไปด้วยความราบรื่น สงบสุข ฉะนั้น ความรับผิดชอบจึงเป็นปัจจัยคุณธรรม ที่จะส่งเสริมให้นักเรียนนั้นได้ทราบหน้าที่อันพึงปฏิบัติในการอยู่ร่วมกับคนในสังคมต่อไป

อริยสัจ 4 (อริยสัจจธรรม 4) เป็นหลักธรรมคำสอนที่สำคัญยิ่งในพระพุทธศาสนา ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเป็นครั้งแรกในการแสดงปฐมเทศนา คือ “ธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร” แก่ปัญจวัคคีย์ทั้งห้า ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย ถือเป็นหลักธรรมที่แสดงให้เห็นถึงความจริงอันประเสริฐที่ควรเข้าใจและปฏิบัติเพื่อการพ้นทุกข์

อริยสัจ 4 ประกอบด้วย (1) ทุกข์ หมายถึง ความจริงของความทุกข์ในชีวิต (2) สมุทัย คือ สาเหตุของทุกข์ ซึ่งเกิดจากตัณหา ความอยาก (3) นิโรธ คือ ความดับทุกข์ หรือภาวะที่พ้นจากตัณหา และ (4) มรรค หมายถึง แนวทางปฏิบัติเพื่อดับทุกข์ ได้แก่ มรรคมีองค์ 8

ความสำคัญของอริยสัจ 4 อยู่ที่การเป็นหลักธรรมกลางซึ่งนำไปสู่การพ้นทุกข์อย่างถาวร ถือเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ผู้ใดเข้าใจอริยสัจ 4 ผู้นั้นย่อมเข้าใจธรรมทั้งปวง โดยหลักธรรมดังกล่าวยังสามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ช่วยให้บุคคลสามารถเข้าใจปัญหา วิเคราะห์สาเหตุ และกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างมีระบบ จึงได้มีการออกแบบ โมเดล CARE ขึ้นมา ซึ่งย่อมาจาก Confront – Analyze – Resolve – Execute & Evaluate แต่ละขั้นตอนของโมเดลนี้สอดคล้องกับอริยสัจ 4 อย่างเป็นระบบ และสามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาความรับผิดชอบอย่างยั่งยืนได้

เริ่มต้นจากขั้นตอนแรกของโมเดล CARE คือ Confront (เผชิญความจริง) ซึ่งสะท้อนกับหลัก ทุกข์ เพราะนักเรียนต้องยอมรับว่าตนเองมีปัญหาในการรับผิดชอบ เช่น การไม่ส่งงานตามกำหนด ละเลยหน้าที่ หรือไม่ตั้งใจเรียน การเผชิญกับปัญหาโดยไม่หลีกเลี่ยงคือก้าวแรกของการพัฒนา ซึ่งการตระหนักรู้นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

ถัดมาคือ Analyze (วิเคราะห์สาเหตุ) ซึ่งสอดคล้องกับ สมุทัย หรือการเข้าใจเหตุแห่งทุกข์ นักเรียนจะต้องถามตนเองว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนเองไม่รับผิดชอบ เช่น ความขี้เกียจ การจัดเวลาไม่เป็น หรือสิ่งแวดล้อมที่รบกวน การวิเคราะห์นี้จะช่วยให้สามารถมองเห็นรากของปัญหา ไม่โทษผู้อื่น และเปิดโอกาสให้ตนเองเติบโตจากความเข้าใจแท้จริง

ขั้นตอนต่อไปคือ Resolve (ตั้งใจแก้ไข) ซึ่งตรงกับหลัก นิโรธ คือการเห็นทางออกจากทุกข์ นักเรียนจะต้องตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนและวางแผนเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ตั้งเป้าว่าจะส่งงานให้ตรงเวลาทุกครั้ง หรืออ่านหนังสือให้ครบตามที่วางไว้ในแต่ละสัปดาห์ การมีเป้าหมายทำให้การพัฒนาเป็นรูปธรรมและมีทิศทาง

สุดท้ายคือ Execute & Evaluate (ลงมือทำและประเมินผล) ซึ่งสัมพันธ์กับ มรรค หรือทางแห่งการดับทุกข์ โดยนักเรียนจะเริ่มลงมือทำตามแผนที่วางไว้ ติดตามผลด้วยตนเอง และรับฟังข้อเสนอแนะจากครูหรือเพื่อน ขั้นตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่การทำให้เสร็จ แต่คือการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมื่อพบอุปสรรคก็ปรับปรุงใหม่ เป็นวงจรแห่งการเรียนรู้ตลอดเวลา

โดยภาพรวม การนำหลักอริยสัจ 4 มาประยุกต์ใช้ผ่านโมเดล CARE ช่วยให้นักเรียนไม่เพียงแต่ “รู้ว่าต้องรับผิดชอบ” แต่ยัง “เข้าใจ ทำได้ และพัฒนาได้จริง” ผ่านการคิด วิเคราะห์ วางแผน และลงมือปฏิบัติ หลักธรรมที่เคยเป็นเรื่องนามธรรมในตำรา กลับกลายเป็นกระบวนการที่จับต้องได้ สร้างความเปลี่ยนแปลงในตัวผู้เรียนอย่างลึกซึ้งและยั่งยืน นี่คือการบูรณาการธรรมะเข้ากับการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในชีวิตจริงได้อย่างงดงาม

จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และกิจกรรมต่างๆทั้งในและนอกห้องเรียนให้กับนักเรียนทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน พบว่าเด็กนักเรียนมีการขาดความรับผิดชอบและขาดระเบียบวินัยในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน ได้แก่ การเข้าเรียนไม่ตรงเวลา การนำงานอื่นที่ไม่เกี่ยวของกับการเรียนขึ้นมาทำขณะครูสอน ส่งงานไม่ทันภายในเวลาที่กำหนด ไม่นำอุปกรณ์การเรียนมาตามที่ได้รับมอบหมาย ชอบพูดคุยกันเวลาครูสอน การไม่ติดตามงานและแก้ไขงานให้ถูกต้อง พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียน ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ และทำให้เกิดปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาต่อตนเอง คือเรียนไม่บรรลุผลสำเร็จตามที่มุ่งหวังเอาไว้และยังเป็นปัญหาในครอบครัวอีกด้วย ซึ่งปัญหาเหล่านี้ควรที่จะได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้นักเรียนมีนิสัยรับผิดชอบต่อตนเองและต่อผู้อื่นให้ได้มากที่สุด ซึ่งคุณครูได้แก้ปัญหาดังกล่าวเบื้องต้น โดยการนำหลักธรรมอริยสัจ 4 เข้ามาเป็นกลไกในการแก้ปัญหานี้

ด้วยเหตุผลข้างต้น ผู้ศึกษาในฐานะครูผู้สอนและครูที่ปรึกษานักเรียน จึงได้คิดค้นนวัตกรรม “อริยสัจ 4 สร้างเด็กดี มีความรับผิดชอบ ด้วย CARE MODEL” โดยนำหลักธรรมอริยสัจ 4 มาบูรณาการ เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะคุณธรรมด้านความรับผิดชอบมากขึ้น ประการหนึ่งเพื่อส่งเสริม พัฒนาให้นักเรียนโรงเรียนบ้านดอนทรายให้มีความรับผิดชอบในการเรียนตามความคาดหวังของผู้ปกครอง อีกประการหนึ่งก็เพื่อปลูกฝังคุณธรรม ด้านความรับผิดชอบซึ่งสอดคล้องกับคุณธรรมอัตลักษณ์โรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ของโรงเรียนบ้านดอนทรายให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลก่อเกิดความยั่งยืนสืบไป ซึ่งจะได้นำไปใช้กับนักเรียนในที่ปรึกษา นักเรียนในรายวิชา กิจกรรมที่รับผิดชอบ และขยายผลสู่นักเรียนทั้งโรงเรียนต่อไป

2. จุดประสงค์และเป้าหมาย

จุดประสงค์

2.1 เพื่อพัฒนาคุณธรรมด้านความรับผิดชอบของนักเรียนโรงเรียนบ้านดอนทราย ตามหลักธรรมอริยสัจ 4 ด้วยนวัตกรรม “อริยสัจ 4 สร้างเด็กดีมีความรับผิดชอบ ด้วย CARE MODEL”

2.2 เพื่อยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านดอนทราย ด้วยนวัตกรรม

“อริยสัจ 4 สร้างเด็กดี มีความรับผิดชอบ ด้วย CARE MODEL”

เป้าหมาย

เป้าหมายเชิงปริมาณ : นักเรียนโรงเรียนบ้านดอนทราย จำนวน 168 คน ปีการศึกษา 2567

เป้าหมายเชิงคุณภาพ : นักเรียนโรงเรียนบ้านดอนทราย มีคุณธรรมด้านความรับผิดชอบและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นด้วยรูปแบบนวัตกรรม “อริยสัจ 4 สร้างเด็กดีมีความรับผิดชอบ ด้วย CARE MODEL”

โพสต์โดย ครูสอนเลข : [28 ก.ค. 2568 (21:08 น.)]
อ่าน [96765] ไอพี : 125.26.62.159
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 21,767 ครั้ง
น้ำอาร์ซี
น้ำอาร์ซี

เปิดอ่าน 10,538 ครั้ง
ความพร้อมด้านไอซีทีของประเทศไทย แค่อันดับสามของอาเซียน
ความพร้อมด้านไอซีทีของประเทศไทย แค่อันดับสามของอาเซียน

เปิดอ่าน 15,130 ครั้ง
ชมย้อนหลัง วอลเล่ย์บอลสาวไทยชนะจีน 3-2 เซต เมื่อวันที่ 20 ก.ย.56
ชมย้อนหลัง วอลเล่ย์บอลสาวไทยชนะจีน 3-2 เซต เมื่อวันที่ 20 ก.ย.56

เปิดอ่าน 4,613 ครั้ง
ประโยชน์ของขมิ้นชัน
ประโยชน์ของขมิ้นชัน

เปิดอ่าน 1,202 ครั้ง
5 วิธีป้องกันมิจฉาชีพ ไม่เสียรู้จนเสียทรัพย์ !
5 วิธีป้องกันมิจฉาชีพ ไม่เสียรู้จนเสียทรัพย์ !

เปิดอ่าน 23,112 ครั้ง
รู้จักวิตามิน H
รู้จักวิตามิน H

เปิดอ่าน 17,984 ครั้ง
การศึกษาชำรุด-เด็กไม่รู้จักตัวเอง ปรับระบบสอบแค่แก้ปัญหาปลายเหตุ
การศึกษาชำรุด-เด็กไม่รู้จักตัวเอง ปรับระบบสอบแค่แก้ปัญหาปลายเหตุ

เปิดอ่าน 18,023 ครั้ง
การประคบร้อน และ ประคบเย็น ที่ถูกต้อง
การประคบร้อน และ ประคบเย็น ที่ถูกต้อง

เปิดอ่าน 13,947 ครั้ง
"เด็กรุ่นใหม่" ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด?
"เด็กรุ่นใหม่" ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด?

เปิดอ่าน 8,849 ครั้ง
เชิญเข้าร่วมกิจกรรมอบรม "สิทธิผู้ใช้อินเทอร์เน็ตฯ..."
เชิญเข้าร่วมกิจกรรมอบรม "สิทธิผู้ใช้อินเทอร์เน็ตฯ..."

เปิดอ่าน 19,112 ครั้ง
เฮ ! ปรับลดค่าไฟลงอีก 1.05 สตางค์/หน่วย เริ่มพฤศจิกายนนี้
เฮ ! ปรับลดค่าไฟลงอีก 1.05 สตางค์/หน่วย เริ่มพฤศจิกายนนี้

เปิดอ่าน 31,632 ครั้ง
วังสุโขทัยหรือวังศุโขทัย
วังสุโขทัยหรือวังศุโขทัย

เปิดอ่าน 16,537 ครั้ง
โซเชียลเน็ตเวิร์กทำครอบครัวร้าว
โซเชียลเน็ตเวิร์กทำครอบครัวร้าว

เปิดอ่าน 47,059 ครั้ง
"เสียงกู่จากครูใหญ่" หนังสั้นที่ปลุกพลังผู้เสียสละ เพื่อการศึกษา อนาคตของชาติ
"เสียงกู่จากครูใหญ่" หนังสั้นที่ปลุกพลังผู้เสียสละ เพื่อการศึกษา อนาคตของชาติ

เปิดอ่าน 11,920 ครั้ง
กระหึ่มยูทูบ! เพลงต้นกล้าของพ่อ ร้องโดย นักกีฬาทีมชาติไทย
กระหึ่มยูทูบ! เพลงต้นกล้าของพ่อ ร้องโดย นักกีฬาทีมชาติไทย

เปิดอ่าน 48,821 ครั้ง
โปรแกรม วิเคราะห์ข้อสอบ
โปรแกรม วิเคราะห์ข้อสอบ
เปิดอ่าน 31,262 ครั้ง
ห่วงโซ่อาหาร
ห่วงโซ่อาหาร
เปิดอ่าน 36,085 ครั้ง
ปิแอร์ เดอ แฟร์มาต์ นัก คณิตศาสตร์
ปิแอร์ เดอ แฟร์มาต์ นัก คณิตศาสตร์
เปิดอ่าน 83,760 ครั้ง
กาลามสูตร
กาลามสูตร
เปิดอ่าน 11,143 ครั้ง
รู้เรา รู้ใคร... จากนิสัยท่องเที่ยว
รู้เรา รู้ใคร... จากนิสัยท่องเที่ยว

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ