ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนคำที่สะกดด้วยตัวสะกดไม่ตรงตามมาตราโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ การเขียนภาษาไทยร่วมกับกระบวนการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active learning) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านตะโละดารามัน

วิจัยในชั้นเรียน

เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนคำที่สะกดด้วยตัวสะกดไม่ตรงตามมาตราโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ

การเขียนภาษาไทยร่วมกับกระบวนการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active learning)

สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านตะโละดารามัน

1. ความเป็นมา/แนวคิด

ภาษาเป็นเครื่องมือในการคิด และการสื่อสาร มนุษย์ได้ใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสารกับผู้ ที่อยู่รอบข้าง เพื่อ ถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความต้องการ บอกเล่า ไต่ถาม และเพื่อจุดประสงค์อื่น ๆ อีกมากมาย วิธีการสื่อสารเพื่อทำความเข้าใจระหว่างมนุษย์นั้นอาจกระทำได้หลายวิธีมนุษย์สามารถใช้ท่าทางเป็นสื่อแสดงออกทางสีหน้า สายตา ตลอดจนเคลื่อนไหวอิริยาบถต่างๆอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างร่วมกัน ทักษะทางภาษาจะประกอบไปด้วย การฟัง การอ่าน การพูดและการเขียน ทักษะที่สำคัญที่ทำให้ทักษะทุกทักษะประสบความสำเร็จคือ ทักษะการอ่าน ก่อเกิดภูมิปัญญาอันจะสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมหาศาล เมื่อมนุษย์คิดภูมิปัญญาขึ้นมาได้ ก็จะ เขียนบันทึกไว้อย่างเป็นระบบ การเขียนเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสาร และการจะเขียนสิ่งต่าง ๆ ได้ก็ต้องอาศัย ภาษาประกอบการสร้างตามหลักภาษานั้น ๆ จะเห็นได้ว่าการที่เราจะเขียนสื่อสารสิ่งใดนั้นจะต้องประกอบด้วย โครงสร้างภาษา และกลวิธีในการสื่อสาร จึงจะเป็นข้อความที่สมบูรณ

ในด้านการจัดการเรียนการสอนรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ พบว่า นักเรียนยังขาดทักษะด้านการเขียนสะกดคำในตัวสะกดที่ไม่ตรงตามมาตรา ได้แก่ มาตรากก มาตรากบ มาตรากด และมาตรากน ทำให้นักเรียนเขียนคำยังไม่ถูกต้อง ขาดความมั่นใจในการเขียน ขาดทักษะการเขียนภาษาไทยที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้วิจัยในฐานะครูผู้สอนในรายวิชาภาษาไทยได้เล็งถึงปัญหาในด้านการเขียนภาษาไทยของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ จึงหาแนวทางการพัฒนาแก้ไขปัญหา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทักษะในด้านการเขียนอันจะส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาภาษาไทย และการศึกษาในระดับสูงต่อไป

หลักการและแนวคิด

ในการศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนบ้านตะโละดารามัน ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดทฤษฎี เอกสาร และ งานวิจัยดังต่อไปนี้

ความหมายของการเขียน การเขียน คือ การถ่ายทอดเรื่องราวความรู้ความคิด ความต้องการ และความรู้สึกของบุคคลด้วยการ เรียบเรียงถ้อยคำข้อความออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือสัญลักษณ์ต่างๆเพื่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจ นอกจากนี้ได้มีผู้ให้ความหมายของการเขียนไว้ดังนี้ วิจิตรา แสงพลสิทธิ์ และคณะ (2552 : 203) ได้ให้ความหมายของการเขียนไว้ว่า การเขียน คือ การ แสดงออกเพื่อการสื่อสารอย่างหนึ่งของมนุษย์ โดยอาศัยภาษา ตัวอักษร และอุปกรณ์อื่นๆเป็นสื่อ เพื่อถ่ายทอด ความรู้สึกนึกคิด ความต้องการและความเข้าใจทุกอย่างให้ผู้อื่นได้ทราบ สนิท ตั้งทวี (2558 : 153) ได้ให้ความหมายของการเขียน ไว้ว่า ทักษะการเขียนเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก กว่าทักษะอื่น ๆ เพราะการเขียนเป็นการสื่อสารที่มีขั้นตอนหลายอย่าง เช่นผู้เขียนจะต้องนึกก่อนว่าจะเขียน อย่างไรจึงจะมีความหมายตรงกับความคิดของตนที่ต้องการจะถ่ายทอด การเขียนจึงเป็นทักษะที่สำคัญในการสื่อสาร เป็นทักษะการส่งสารที่ซับซ้อนและต้องอาศัยทักษะ กระบวนการอื่นประกอบ เช่น ทักษะการสอน ทักษะการอ่าน กระบวนการคิด และทักษะการใช้ภาษาผู้เขียน จะต้องเป็นผู้ฟังมาก อ่านมาก มีความรู้และประสบการณ์กว้างขวาง มีกระบวนการคิดที่ดี และมีทักษะการใช้ภาษา ที่ดี สามารถเลือกคำสำนวน โวหารมาเรียบเรียงเป็นภาษาที่สละสลวยถูกต้อง และสื่อสารได้รับจากผู้ส่งสาร ดังนั้นสรุปได้ว่า การเขียนเป็นการสื่อสารของมนุษย์ซึ่งต้องอาศัยภาษาที่เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นสื่อ เพื่อ ถ่ายทอดความรู้สึกต่าง ๆ ให้ผู้อ่าน การเขียนเป็นทักษะที่ค่อนข้างยาก ผู้เขียนจะต้องมีความรู้แลประสบการณ์ในการเขียนจึงจะสามารถช่วยให้การเขียนประสบความสำเร็จได้

การฝึกทักษะการเขียน

1. การฝึกทักษะการเขียนคำ จำเป็นต้องใช้วิธีการที่ทำให้นักเรียนเข้าใจรูปแบบของระบบเสียงและการสะกด ผู้เรียนต้องเข้าใจว่าเสียงพูดกับการเขียนบางครั้ง การฝึกเชื่อมโยงเสียงกับรูปเขียนช่วยให้จำการสะกดได้แม่นยำ

2. การฝึกซ้ำและการใช้ในบริบทจริงคำที่ไม่ตรงตามมาตรามักต้องอาศัยการจดจำการเขียนบ่อย ๆ ในประโยคหรือเรื่องราว จะช่วยให้จำแม่นยำมากกว่าท่องเฉพาะคำ

3. การใช้สื่อและเทคนิคหลากหลายเช่น เกมการสะกดคำ บัตรคำ เพลง คำคล้องจอง เพื่อกระตุ้นความสนใจและความจำ

4. การพัฒนาทักษะการเขียนคำที่ไม่ตรงตามมาตรา ต้องใช้ทั้ง ความเข้าใจในระบบภาษา

การจำเป็นรายคำ และการฝึกใช้ในบริบทจริง โดยอาศัยสื่อและกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนเขียนได้ถูกต้องและสื่อสารได้อย่างมั่นใจ

2. วัตถุประสงค์

2.1 วัตถุประสงค์

เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนคำภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนบ้าน

ตะโละดารามัน สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาปัตตานี เขต 3

2.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มเป้าหมาย

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนบ้านตะโละดารามัน สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา

ปัตตานี เขต ๓ จำนวน ๘ คน

2.3 ตัวแปรที่ศึกษา

ตัวแปรต้น คือ แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนคำภาษาไทย

ตัวแปรตาม คือ ความสามารถในการเขียนคำภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔

โรงเรียนบ้านตะโละดารามัน

2.4 ระยะเวลาในการศึกษา

4 พฤศจิกายน 2567 – 15 สิงหาคม 256๘

ตารางที่ 1 การวางแผนและการดำเนินงานวิจัย

วัน เดือน ปี กิจกรรม หมายเหตุ

4 พฤศจิกายน 2567 – 15 พฤษภาคม 256๘

- ศึกษาสภาพปัญหาและวิเคราะห์ปัญหา

- เขียนเค้าโครงงานวิจัยในชั้นเรียน

- ศึกษาเทคนิคการสร้างแบบสอบถาม

-ออกแบบและสร้างแบบสอบถามที่จะใช้ในงานวิจัย

16 - 23 พฤษภาคม 256๘ - จัดกิจกรรมการเรียนรู้

24 พฤษภาคม - 15 สิงหาคม 2568 - เก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล

- สรุปและอภิปรายผล

- จัดทำรูปเล่ม

3. วิธีการดำเนินการ

๓.1 ขั้นตอนการดำเนินงาน

ครูผู้สอนได้จัดทำแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนคำภาษาไทย สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔

ซึ่งได้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้

1) ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และหลักสูตรสถานศึกษา และเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คู่มือการจัดการเรียนรู้และผังมโนทัศน์และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

2) ศึกษาเอกสาร คู่มือ แบบเรียน เนื้อหา บทเรียนและจุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อกำหนดขอบข่ายของเนื้อหาในการเรียนและกำหนดพฤติกรรมที่ต้องการ

3) ศึกษาคำบัญชีพื้นฐานชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ วิธีการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะจากเอกสารต่าง ๆ เช่น เอกสารเสริมความรู้สำหรับครู คู่มือการสอนในรายวิชาภาษาไทย แบบฝึกเสริมทักษะ และหนังสือคู่มือภาษาไทย

4) ดำเนินการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนภาษาไทย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

4.1) กำหนดขอบเขตเนื้อหา โครงสร้างของแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนคำภาษาไทย โดยกำหนดขอบเขตเนื้อหาสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนบ้านตะโละดารามันโดยเลือกใช้คำบัญชีพื้นฐานชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ มาตราตัวสะกด มาตรากก มาตรากบ มาตรากด และมาตรากน ซึ่งเป็นตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา

4.2) จัดทำแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนคำภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกที่หลากหลาย เรียงลำดับจากง่ายไปหายาก ตามจุดประสงค์ที่ได้กำหนดไว้

2.3) นำเสนอแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนคำภาษาไทยต่อผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน เป็นผู้ตรวจพิจารณาความถูกต้องเหมาะสมและข้อบกพร่องของแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนคำภาษาไทย

2.๔) ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบพิจารณาความถูกต้อง เหมาะสม และข้อบกพร่องของแบบฝึกเสริมทักษะการ

เขียนคำภาษาไทย แล้วนำมาแก้ไขปรับปรุงตามคำแนะนำอย่างละเอียด

2.๕) ปรับแก้ตามข้อเสนอแนะ นำแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนคำภาษาไทย ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบพิจารณาอีกครั้ง

2.๖) ทดลองใช้ ( Try Out ) โดยนำแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนคำภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา 256๗ จำนวน 3 คน เพื่อทดสอบความเหมาะสมของเวลาความยากง่ายของแบบฝึก พบข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข ปรับปรุง จากการทดลองใช้แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนคำภาษาไทย

2.๗) แก้ไขแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนคำภาษาไทย ตามข้อบกพร่องที่พบจากการทดลองใช้

2.๘) ทดลองใช้กลุ่มย่อย นำแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนคำภาษาไทย ที่ได้ปรับปรุงแก้ไขจากกลุ่มทดลองใช้แล้ว มาทดลองใช้กลุ่มย่อยกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา 256๗ จำนวน 9 คน พบข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข ปรับปรุง จากการทดลองใช้กลุ่มย่อย

2.๙) แก้ไขแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนคำภาษาไทย ตามข้อบกพร่องที่พบ จากการทดลองใช้กลุ่มย่อย

2.10) ทดลองกลุ่มใหญ่ นำแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนคำภาษาไทย ที่ปรับปรุงแก้ไขจากการทดลองใช้กลุ่มย่อยแล้ว ไปทดลองใช้กลุ่มใหญ่ กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ข้อมูลการทดลองสมบูรณ์ สามารถนำไปทดลองใช้กับกลุ่มประชากร

2.11) จัดพิมพ์และทำรูปเล่มฉบับสมบูรณ์ เพื่อนำไปใช้กับนักเรียนกลุ่มประชากรชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนบ้านตะโละดารามัน ในภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา 256๘ จำนวน 8 คนนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาประสิทธิภาพ (E1/E2) ต่อไป

โพสต์โดย ครูนูรีซา : [2 ธ.ค. 2568 (08:58 น.)]
อ่าน [51064] ไอพี : 106.0.134.56
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 20,814 ครั้ง
แกัวมังกร สุดยอดผลไม้เพื่อสุขภาพ
แกัวมังกร สุดยอดผลไม้เพื่อสุขภาพ

เปิดอ่าน 23,562 ครั้ง
บิดาอีเลิร์นนิ่งไทย (Father of Thai E-learning)
บิดาอีเลิร์นนิ่งไทย (Father of Thai E-learning)

เปิดอ่าน 14,588 ครั้ง
12 เทคนิคกันสมองเหี่ยว
12 เทคนิคกันสมองเหี่ยว

เปิดอ่าน 16,331 ครั้ง
มะเร็งเน็ต...ภัยร้ายชนิดใหม่ เสี่ยงตายไม่รู้ตัว
มะเร็งเน็ต...ภัยร้ายชนิดใหม่ เสี่ยงตายไม่รู้ตัว

เปิดอ่าน 64,156 ครั้ง
การบอกคุณภาพของน้ำ โดยใช้ปริมาณออกซิเจนเป็นเกณฑ์
การบอกคุณภาพของน้ำ โดยใช้ปริมาณออกซิเจนเป็นเกณฑ์

เปิดอ่าน 20,811 ครั้ง
ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กปัญหาคุณภาพคนรากหญ้า...สู่ปัญหาชาติ
ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กปัญหาคุณภาพคนรากหญ้า...สู่ปัญหาชาติ

เปิดอ่าน 1,224 ครั้ง
4 หลักการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรคข้อเข่าเสื่อม
4 หลักการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรคข้อเข่าเสื่อม

เปิดอ่าน 31,710 ครั้ง
การนวดท้องแบบ"ชิเนซัง"(Shi-Nei-Tsang) ปลดปล่อยสารพิษในร่างกาย
การนวดท้องแบบ"ชิเนซัง"(Shi-Nei-Tsang) ปลดปล่อยสารพิษในร่างกาย

เปิดอ่าน 15,960 ครั้ง
แตงโมเจลลี่ หวานฉ่ำสีสันสดใส ทำง่ายนิดเดียว
แตงโมเจลลี่ หวานฉ่ำสีสันสดใส ทำง่ายนิดเดียว

เปิดอ่าน 27,964 ครั้ง
นานาสาระ เกี่ยวกับความเชื่อ แก้เคล็ด ถือเคล็ด
นานาสาระ เกี่ยวกับความเชื่อ แก้เคล็ด ถือเคล็ด

เปิดอ่าน 12,195 ครั้ง
12 สุขลักษณะ การนอนที่ดี
12 สุขลักษณะ การนอนที่ดี

เปิดอ่าน 10,714 ครั้ง
คลิปรวมยอดฮิต 2013 ของ YouTube
คลิปรวมยอดฮิต 2013 ของ YouTube

เปิดอ่าน 12,632 ครั้ง
คลิปซาบซึ้งความผูกพัน "ครูควรดู-นร.ควรชม"
คลิปซาบซึ้งความผูกพัน "ครูควรดู-นร.ควรชม"

เปิดอ่าน 8,503 ครั้ง
"ผักปลัง" ผักพื้นบ้าน ปลูกง่าย มีประโยชน์
"ผักปลัง" ผักพื้นบ้าน ปลูกง่าย มีประโยชน์

เปิดอ่าน 101,250 ครั้ง
การจัดรายวิชาเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะทางอาชีพในหลักสูตรสถานศึกษา
การจัดรายวิชาเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะทางอาชีพในหลักสูตรสถานศึกษา

เปิดอ่าน 22,999 ครั้ง
การประเมินวิทยฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เก่าสู่ระบบ PA (ผู้บริหารสถานศึกษา)
การประเมินวิทยฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เก่าสู่ระบบ PA (ผู้บริหารสถานศึกษา)
เปิดอ่าน 17,332 ครั้ง
ฮือฮา! ครูสาวสุดทุ่ม ตัดชุดบอดี้สูททั้งตัวสกรีนภาพเหมือนอวัยวะภายในร่างกายสอนวิชากายวิภาค
ฮือฮา! ครูสาวสุดทุ่ม ตัดชุดบอดี้สูททั้งตัวสกรีนภาพเหมือนอวัยวะภายในร่างกายสอนวิชากายวิภาค
เปิดอ่าน 13,368 ครั้ง
สมุนไพรช่วยลดความดัน
สมุนไพรช่วยลดความดัน
เปิดอ่าน 23,778 ครั้ง
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน
เปิดอ่าน 9,747 ครั้ง
เมื่อบ้านมีระเบียบ ฮวงจุ้ยก็ดีได้
เมื่อบ้านมีระเบียบ ฮวงจุ้ยก็ดีได้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ