กมลชนก ดวงคำ
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการนิเทศภายใน 2) เพื่อวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรคของการการนิเทศภายใน 3) เพื่อนำเสนอกลยุทธ์
การดำเนินงานนิเทศภายในของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยผสานวิธี ประชากรคือ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีประชากร 170 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง 120 โรงเรียน ได้สุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิโดยใช้สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเป็นเกณฑ์ และมีผู้ให้ข้อมูลแต่ละโรงเรียน 5 คน ดังนี้ ครูใหญ่ จำนวน 1 คน และผู้ช่วยครูใหญ่หรือหัวหน้างาน 4 ฝ่าย จำนวน 4 คน รวม 600 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีความต้องการจําเป็น และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันและสภาพที่คาดหวังภาพรวมของการนิเทศภายในของโรงเรียน
ตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
อยู่ในระดับมาก ซึ่งด้านการวางแผนการนิเทศภายใน มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดและดัชนีความต้องการจำเป็น
ของการนิเทศภายในของโรงเรียนตำรวจ ตระเวนชายแดน มีค่าสูงสุด คือ ด้านการสร้างสื่อและเครื่องมือการนิเทศ เมื่อทำการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมพบว่า จุดแข็ง จำนวน 17 ประเด็น จุดอ่อน จำนวน 3 ประเด็น โอกาส จำนวน 6 ประเด็น และภาวะคุกคาม จำนวน 6 ประเด็น กลยุทธ์การนิเทศภายในของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก 5 กลยุทธ์รอง และ 20 วิธีดำเนินการ ซึ่งมีกลยุทธ์หลัก คือ 1) ขับเคลื่อนให้มีการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการการนิเทศภายใน 2) พัฒนาการสร้างความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ และโรงเรียนเครือข่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการนิเทศภายใน และ
3) ยกระดับการกำกับติดตามผลการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน เพื่อยกระดับระบบการนิเทศภายในให้มีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน องค์ความรู้จากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการการนิเทศภายในให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
คำสำคัญ: กลยุทธ์; นิเทศภายในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน