ชื่อผลงาน เรื่อง รายงานการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ : การเรียนรู้แบบองค์รวม
โรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี
ชื่อผู้ประเมิน นายวัฉระย์ เชื้อพันธ์ ตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี
วิทยฐานะรองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
ปีที่รายงาน 2567
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) เพื่อศึกษาศักยภาพ และความต้องการในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ การเรียนรู้แบบองค์รวม ของโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคีและชุมชน 2) พัฒนาหลักสูตร 3) ศึกษาผลการใช้ทั้งประสิทธิภาพผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะการทำงาน และเจตคติต่อการเรียนของนักเรียน และ 4) ศึกษาความเป็นไปได้ในการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ การเรียนรู้แบบองค์รวม กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี ปีการศึกษา 2567 จำนวน 215 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง แบบแผนการวิจัยแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ หลักสูตรสถานศึกษา เรื่อง การปลูกยางพารา แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบวัดทักษะการทำงาน แบบวัดคุณลักษณะที่ดีในการทำงาน และ แบบวัดเจตคติต่อการเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และทดสอบค่าทีชนิดกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระต่อกัน (Dependent Samples t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาศักยภาพและความต้องการในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ การเรียนรู้แบบองค์รวม ของโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคีและชุมชน พบว่า ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนและผู้ปกครองของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี ต้องการให้มีการสอนโดยใช้หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ การเรียนรู้แบบองค์รวม
2. หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ การเรียนรู้แบบองค์รวม ที่พัฒนาขึ้นมีส่วนประกอบ 2 ส่วน ได้แก่ 1) เอกสารหลักสูตร มี 13 องค์ปะกอบ ได้แก่ หลักการและเหตุผล วิสัยทัศน์ ภารกิจ จุดมุ่งหมาย โครงสร้างหลักสูตร สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้ คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ สื่อการเรียนการสอนและ แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และ 2) เอกสารประกอบหลักสูตร มี 2 องค์ปะกอบ ได้แก่ คู่มือการใช้หลักสูตรและแผนการจัดการเรียนรู้ ผลการประเมินความเหมาะสมของหลักสูตรโดย ผู้เชี่ยวชาญมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก
3. ผลการศึกษาผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ การเรียนรู้แบบองค์รวม พบว่า
3.1 ประสิทธิภาพของหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ การเรียนรู้แบบองค์รวม ระดับชั้น
มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี เท่ากับ 82.23 / 81.03 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
3.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนะดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนตระกาศประชาสามัคคีที่เรียนด้วยหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ การเรียนรู้แบบองค์รวม หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01
3.3 ทักษะการทำงานของนักเรียนได้รับการเรียนการสอนตามหลักสูตรโรงเรียน อยู่ในระดับดีขึ้นไป (ร้อยละ 70 ขึ้นไป)
3.4 คุณลักษณะที่ดีในการทำงานของนักเรียนที่ได้รับการเรียนการสอนตาม หลักสูตรโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (ร้อยละ 80 ขึ้นไป)
3.5 เจตคติของนักเรียนทุกโรงเรียนที่มีต่อการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ การเรียนรู้แบบองค์รวม โดยรวมอยู่ในระดับมาก
4. ผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการบริหารหลักสูตรและการประเมินคุณภาพ หลักสูตร พบว่า ระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อการพัฒนาหลักสูตร ดำเนินการโดยใช้ชุมชน โรงเรียน และผู้วิจัยได้มีส่วนร่วมตั้งแต่การร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ และร่วม ประเมินผล ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือ 1) การศึกษาและสำรวจข้อมูลพื้นฐาน 2) การพัฒนา หลักสูตร 3) การทดลองใช้หลักสูตร 4) การประเมินและปรับปรุงหลักสูตร
คำสำคัญ : หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ การเรียนรู้แบบองค์รวม