|
Advertisement
|
1. ความเป็นมาและความสำคัญ
ด้วยพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เกี่ยวกับยาเสพติดที่ว่า "
การส่งเสริมที่จะไปเอาใจใส่เยาวชนผู้ที่ได้กระทำผิด และโดยเฉพาะ ผู้ที่่เป็นเหยื่อของยาเสพติด ก็เป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้บ้านเมืองมีความผาสุกได้ เพราะว่าเป็นเรื่องของการทำลายร่างกายจิตใจของประชาชนโดยยาเสพติด ซึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาติ ของความหลงอย่างหนึ่ง คือคนที่มักง่ายในชีวิตก็ใช้ยาเสพติด บางคนก็เคราะห์ร้าย ส่วนมากก็เคราะห์ร้าย เพราะว่าถูกชักชวนไป เสพติดและอาจเป็นเรื่องของการบ่อนทำลายจากบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในด้านการค้า หรือในด้านการสร้างอิทธิพลด้วย อาจเป็นถึงขนาดเป็นแผนการในทางการเมืองก็ได้ จึงเป็นเรื่องที่ใหญ่และสำคัญทั้งในกรุงทั้งในต่างจังหวัด มีความสำคัญที่จะให้ประชาชน ซึ่งแต่ละคนก็เป็นประชาชนผู้สนใจควรจะพยายามรักษาส่วนรวมของเราด้วยวิธีที่ประเสริฐที่สุด คือวิธีของพุทธศาสนา ซึ่งถ้าเรามาดูจริง ๆ ก็ไม่ใช่เป็นศาสนาที่คร่ำครึ เป็นเครื่องมือที่ดี เราต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า พุทธศาสนาไม่ใช่สิ่งที่จะมาแสดงโอ้อวดกันว่าเรารู้้ ไม่รู้ แต่ว่าเป็นเครื่องมือที่ดี เป็นสิ่งที่จะทำให้เรามีชีวิตได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะโอ้อวดอะไร
" (พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่คณะกรรมการสภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติ ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๑๖) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) กำหนดให้เป็นยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาประเทศไทย โดยกำหนดวิสัยทัศน์ ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีกลไกลขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติตามลำดับเพื่อให้เกิดประสิทธิผลตามเป้าหมาย โดยการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด ภายใต้แผนแม่บทด้านความมั่นคง ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการแก้ปัญหายาเสพติด และลดระดับความรุนแรงของปัญหาตามยุทธศาสตร์ชาติ และนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ สังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด ข้อมูลจากการรายงานขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) พบว่า ปี 2566 สถานการณ์การใช้ยาเสพติดโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประมาณการว่ามีผู้ใช้ยาเสพติดในช่วงปีที่ผ่านมาสูงถึง 316 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 6 ของประชากรโลกที่มีอายุระหว่าง 1564 ปี การเติบโตของจำนวนผู้ใช้ จำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นจาก 246 ล้านคนในปี 2556 มาเป็น 316 ล้านคนในปี 2566 การเพิ่มขึ้นนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก แต่อีกส่วนสะท้อนถึง "ความชุก" (Prevalence) ที่เพิ่มขึ้นจริง จากร้อยละ 5.2 ในปี 2556 เป็น ร้อยละ 6.0 จากการรายงานของกองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พบว่า ผู้ใช้สารเสพติดของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2567 ประชากรที่มีอายุ 12-65 ปี จำนวน 49,055,591 คน เป็นผู้ใช้สารเสพติด จำนวนประมาณ 1.9 ล้านคน เป็นชาย 1.5 ล้านคน (คิดเป็นร้อยละ 79.3) เป็นหญิง 3.9 แสนคน (คิดเป็นร้อยละ 20.7) อัตราส่วนระหว่างเพศ ชาย:หญิง เท่ากับ 3.82:1 เป็นเด็ก และเยาวชน (ช่วงอายุ 12-17 ปี) ร้อยละ 6.5 วัยรุ่น (ช่วงอายุ 18-25 ปี) ร้อยละ 22.5 วัยแรงงาน (ช่วงอายุ 26-50 ปี) ร้อยละ 58.5 และเป็นผู้ใหญ่ (ช่วงอายุ 51-65 ปี) ร้อยละ 12.4 สถานภาพสมรสร้อยละ 46.6 ยังเป็นโสด จบการศึกษาในระดับ ประถมศึกษาร้อยละ 31.1 มัธยมศึกษาตอนต้นร้อยละ 32.9 มัธยมศึกษาตอนปลายร้อยละ 15.3 อาชีวศึกษาร้อยละ 12.5 ที่เหลือเป็นการศึกษาระดับปริญญาขึ้นไปและอื่นๆ กว่าครึ่งหนึ่งเป็นงานพื้นฐาน (แรงงานเกษตร กรรมกร ขับรถรับจ้าง รับจ้างทั่วไป ฯลฯ) ประมาณร้อยละ 10 เป็นพนักงาน (ข้าราชการ/ รัฐวิสาหกิจ พนักงานเอกชน ฯลฯ) ประมาณร้อยละ 13.2 เป็นกลุ่มนักเรียน/นักศึกษา และร้อยละ 8.7 ว่างงาน/ไม่มีอาชีพ ที่เหลือเป็นกลุ่มอาชีพค้าขาย/อาชีพอิสระ เกษียณอายุ และอื่นๆ
จากสถานการณ์สภาพแวดล้อมของสังคมปัจจุบันเห็นได้ว่าพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มจะมีความรุนแรงมากขึ้นทั้งปัญหายาเสพติด การสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า การบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สื่อลามกอนาจาร การพนัน การทะเลาะวิวาท ด้วยสาเหตุสำคัญมาจากปัญหาครอบครัวปัจจัยสภาพแวดล้อมที่เป็นอบายมุข สิ่งยั่วยุและการใช้ความรุนแรงในสังคม ซึ่งมีผลกระทบต่อเด็กเยาวชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอีกมากมาย นอกจากนี้เด็กและเยาวชนที่ขาดความตระหนักรู้การปลูกฝังความรู้คุณธรรมจริยธรรมทักษะการคิดวิเคราะห์ค่าเหตุผลในการแก้ปัญหา และไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือที่เหมาะสมจะเป็นปัญหาคุณภาพชีวิตของคนไทยในอนาคตดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายการจัดการการศึกษาสู่การปฏิบัติให้สถานศึกษาทุกแห่งต้องดำเนินการจัดการศึกษามุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นคนเก่ง คนดี ดำรงตนอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขสอดคล้องตามแนวคิด การจัดการการศึกษา แผนการการศึกษาแห่งชาติที่กำหนดวิสัยทัศน์ว่าคนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 ดังนั้นการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นกระบวนการหนึ่งในการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษา ที่จะดำเนินงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีขั้นตอน วิธีการและเครื่องมือการทำงานที่ชัดเจน มีครูที่ปรึกษาเป็นบุคลากรหลักในการดำเนินงาน โดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 หมวด 1 มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569-2570 ข้อที่ 2 การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุ่งช่วงวัย ข้อ 2.3 ปรับปรุงสถานศึกษาให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนและสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างรอบด้าน โดยกำหนดให้มีแผนเผชิญเหตุในภาวะวิกฤตที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ปัญหายาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า ความรุนแรง และภัยพิบัติทุกรูปแบบ อีกทั้งสอดคล้องกับประกาศนโยบายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ ข้อที่ 2 Zero Dropout โอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ข้อ 2.1 พัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเชิงรุก
โรงเรียนหนองทะเลวิทยา มีเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพตามมาตรฐานการศึกษาได้จัดทำแผนพัฒนาการศึกษา ปีงบประมาณ 2567-2570 ซึ่งกำหนดพันธกิจ (Mission) ข้อที่ 5 สร้างลักษณะนิสัยผู้เรียนนำไปสู่นโยบายสถานศึกษาสีขาว เพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงคุณโทษของอบายมุข จึงได้ดำเนินการตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569-2567 และประกาศนโยบายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ และแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนหนองทะเลวิทยา ด้วยนวัตกรรมดูแลนักเรียนเชิงรุกเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังปัญหา ยาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยใช้รูปแบบ CARE 4D Model ซึ่งได้อาศัยความร่วมมือจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนในสถานศึกษาที่เป็นกำลังสำคัญในการดูแลนักเรียนในโรงเรียนให้พ้นจากภัยของยาเสพติดและมีความปลอดภัย ในชีวิต เพื่อที่จะให้นักเรียนเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาบ้านเมือง เติบโตด้วยชีวิตที่งดงามและเป็นบุคคลที่มีคุณค่าของสังคม ซึ่งการพัฒนานักเรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา มีความรู้ความสามารถ และมีคุณธรรมจริยธรรม ดำเนินชีวิตที่เป็นสุขตามที่สังคมมุ่งหวัง โดยผ่านกระบวนการทางการศึกษาที่เน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ นอกจากจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนได้รับกระบวนการเรียนรู้ การป้องกันและการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงรอบสถานศึกษาที่มีพฤติกรรมไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอบายมุข ต้องเข้าไปช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาไม่ให้มีพฤติกรรมเสี่ยง เป็นการสร้างนิสัยใหนักเรียนมีนิสัยใฝ่เรียนรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม และสามารถดูแลตนเองในสังคมได้ เมื่อนักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรมก็จะนำความรูไปใชในทางที่ดี ไม่สร้างความเดือดร้อน เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข พร้อมรับตอการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและสังคมโลก
จากสภาพปัญหาดังกล่าว โรงเรียนหนองทะเลวิทยาได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการดูแลนักเรียน เชิงรุกเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ปลอดจากปัญหายาเสพติดควบคู่กับการเสริมสร้างค่านิยมและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์แก่ผู้เรียนอย่างเป็นระบบ โรงเรียนจึงได้พัฒนานวัตกรรมภายใต้แนวคิด นวัตกรรมดูแลนักเรียนเชิงรุกเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังปัญหา ยาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยใช้รูปแบบ CARE 4D Model โดยกำหนดนโยบายโรงเรียนอย่างชัดเจน ครอบคลุมผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนรู้และปลอดจากปัจจัยเสี่ยง อันเป็นรากฐานสำคัญของการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้เรียนอย่างยั่งยืนนอกจากนี้ โรงเรียนยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักเรียนในการร่วมรณรงค์และสร้างภูมิคุ้มกันเกี่ยวกับยาเสพติด โดยการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนร่วมกับผู้ปกครองและชุมชน ตลอดจนการติดตาม ประเมินผล และปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โรงเรียนหนองทะเลวิทยาสามารถขับเคลื่อนการเป็นสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
|
โพสต์โดย Nat : [20 มี.ค. 2569 (15:08 น.)] อ่าน [71] ไอพี : 171.97.251.241
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 14,817 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,425 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,314 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 24,943 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,838 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,183 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,648 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,207 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,550 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 36,745 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,486 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 4,116 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,154 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,155 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 773 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 602,409 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,432 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 51,833 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 70,920 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,687 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|