ชื่อเรื่อง การพัฒนาระบบการบริหารการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครู
ในการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความเป็นนวัตกรผู้เรียน โรงเรียนท่าเรือพิทยาคม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี
ผู้วิจัย นายพจนรินทร์ เหลืองอรัญนภา
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ
สถานที่ทำงาน โรงเรียนท่าเรือพิทยาคม
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี
ปีที่พิมพ์ 2568
บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนาเรื่อง การพัฒนาระบบการบริหารการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูในการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความเป็นนวัตกรผู้เรียน โรงเรียนท่าเรือพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น รวมทั้งองค์ประกอบของระบบการบริหารการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม 2) สร้างและตรวจสอบความเหมาะสมของระบบที่พัฒนาขึ้น 3) ทดลองใช้ระบบในบริบทของสถานศึกษา และ 4) ปรับปรุงและประเมินผลการพัฒนาระบบ การวิจัยดำเนินการตามระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูผู้สอนโรงเรียนท่าเรือพิทยาคม จำนวน 26 คน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม แบบประเมิน แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ บันทึกการสนทนากลุ่ม และการประชุมอิงผู้เชี่ยวชาญ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI Modified) การทดสอบค่าทีแบบ Dependent และการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยปรากฏ ดังนี้
1) ระบบการบริหารการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูในการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความเป็นนวัตกรผู้เรียน ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า (Inputs) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Outputs) ผลลัพธ์ (Outcomes) และข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) โดยสภาพปัจจุบันของการพัฒนาสมรรถนะครูอยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด และมีความต้องการจำเป็นสูงในด้านการพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี การพัฒนาหลักสูตร และการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงนวัตกรรม
2) ผลการสร้างและตรวจสอบระบบพบว่า ระบบที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด โดยได้รับการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งสะท้อนว่าระบบมีความถูกต้องทางวิชาการ สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา และสามารถนำไปใช้เป็นกลไกในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3) ผลการทดลองใช้ระบบพบว่า หลังการพัฒนาครูมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมสูงกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 60 เป็นร้อยละ 85 ครูสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงนวัตกรรม บูรณาการสื่อและเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ และใช้กระบวนการสะท้อนคิดร่วมกับชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) ส่งผลให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
4) ผลการปรับปรุงและประเมินระบบพบว่า ระบบการบริหารการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมมีคุณภาพ ความเป็นประโยชน์ และความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ทั้งในมุมมองของครูและผู้เรียน สะท้อนให้เห็นว่าระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถเสริมสร้างสมรรถนะครูในการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ และส่งผลต่อการพัฒนาคุณลักษณะความเป็นนวัตกรของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำสำคัญ: การบริหารแบบมีส่วนร่วม, สมรรถนะครู, นวัตกรรมการเรียนรู้, นวัตกรผู้เรียน