ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมภาษาต่างประเทศ  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

การฝึกทักษะการพูดและฟังภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพ


ภาษาต่างประเทศ เปิดอ่าน : 23,135 ครั้ง
การฝึกทักษะการพูดและฟังภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

ก่อนอื่นผมอยากให้ลองสังเกตดูนะครับว่าเด็กไทยเรานั้นจะเก่งภาษาอังกฤษทางด้าน Gramma หรือไวยากรณ์  ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้ศึกษาในชั้นเรียนกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เนื่องจากโอกาสที่เราจะได้ใช้ภาษาอังกฤษมีจำกัด เพราะเราคงไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับฝรั่งหรือชาวต่างชาติทุกวัน สิ่งนี้จึงเป็นเหตุที่อาจจะทำให้เรามีปัญหาในการสื่อสารหรือพูดคุยกับชาวต่างชาติ

ก่อนอื่นต้องบอกท่านผู้อ่านก่อนว่า โดยพี้นฐานแล้วผมเป็นคนที่เรียนอังกฤษอยู่ในระดับปานกลาง และผมได้มีโอกาสไปศึกษายังประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งในการไปเรียนในต่างประเทศในช่วงแรกนั้นผมก็ได้ประสบปํญหาเป็นอย่างมากในการสื่อสาร

1. เตรียมอาวุธ 


จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ผมได้พยายามหาทางที่จะหาวิธีสื่อสารให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งก็ได้แนวความคิดมาว่า การที่เราจะสื่อสารกับคนอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น เราต้องฟังสิ่งที่ผู้พูดให้เข้าใจเสียก่อนจึงจะสามารถตอบโต้ได้ดี การฟังก็คงจะเปรียบเสมือนอาวุธ ถ้าไม่มีอาวุธก็คงจะต่อสู้อย่างไร้ชัยชนะ ดังนั้นในช่วงสามเดือนแรก ผมจึงใช้เวลาอยู่หน้าจอทีวีเป็นเวลากว่าสามชั่วโมง ผมพยายามดูทุกรายการให้หลากหลาย ทั้งเกมส์โชว์ หนัง และละคร ซึ่งการดูโทรทัศน์ทำให้ผมได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะได้รับฟังสำเนียงภาษาอังกฤษแล้วเรายังสามารถเดาเรื่องราวต่างๆจากภาษากายอีกด้วย 

ในช่วงแรกของการดูโทรทัศน์นั้น ต้องยอมรับว่าดูไม่รู้เรื่องจริงๆครับ คำที่สามารถจับได้บางคำคือ I, he, she, has, have และคำง่ายๆที่เราได้เรียนมา แต่จากการที่เราได้ฟังบ่อยๆแล้วล่ะก็ เราก็จะเริ่มคุ้นเคยและสามารถฟังและสามารถจับศัพท์ได้มากยิ่งขึ้น  คุณอาจจะจับใจความยังไม่ค่อยได้  ในช่วงแรกผมได้ทดลองดูละครซีรี่ดังเรื่อง “Friends” กับเพื่อนฝรั่ง ละครเรื่องนี้เป็นละครแนวตลก แต่ในสองคนที่นั่งดู คงมีแต่เพื่อนผมเท่านั้นที่นั่งหัวเราะ มีแต่เพียงผมซึ่งนั่งงงว่าเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้จึงอาจจะเป็นจุดที่ทำให้คนหลายๆคนยกเลิกการฝึกพูดและฟังภาษาอังกฤษ เพราะท้อ เนื่องจากไม่เข้าใจสิ่งที่ฟัง และอึดอัดที่ไม่รู้เรื่อง แต่โชคดีที่สถานการณ์บังคับ(เนื่องจากที่นั่นคงไม่มีทีวีเป็นภาษาไทยเป็นแน่) จึงทำให้ผมได้ฝึกทำต่อ 

และแล้วมันก็ได้ผลจริงๆครับ ช่วงเวลาในสามสี่เดือน เราก็จะเริ่มฟังรู้เรื่องขึ้น เข้าใจมากขึ้น แต่ก็ยังมีหลายครั้งที่ฟังไม่เข้าใจ แต่ก็อาศัยการเดาเนื้อเรื่องซึ่งก็ถูกบ้างผิดบ้าง ในช่วงเวลานี้และหลังจากนี้เราก็อาจจะได้รับบางสิ่งเพิ่มเติมเช่น สำนวน การเรียงคำในประโยค อาธิเช่น ผมดูบาสเกตบอลบ่อยๆจนสามารถจับได้ว่า การชู๊ตลูกบาส “จากเส้นสามแต้ม” ฝรั่งเขาเรียกว่า  from downtown หรือ beyond NewYork  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะเปรียบเสมือนอาวุธเพิ่มเติมซึ่งสามารถเก็บไว้ใช้ต่อสู้ หรือเก็บเอาไว้ใช้เวลาที่เราจะพูดเพื่อทำให้ภาษาเราดูมีสีสันมากขึ้นนอกจากประโยชน์เรียบๆ

2. ใช้อาวุธ 


ในช่วงเวลาที่ผมฝึกฟังนั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมได้เรียนภาษาที่โรงเรียนสอนภาษาไปด้วย เพราะฉะนั้นการฝึกพูดของผมก็จะเป็นการพูดหน้าชั้น พูดกับอาจารย์ และการพูดในหัวข้อที่ถูกกำหนดมา ซึ่งมีส่วนช่วยผมในเรื่องความกล้าพูดได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งความกล้าที่จะพูดนี้ก็เป็นอีกอุปสรรคสำคัญของการฝึกพูด ถ้าเราไม่กล้าพูดกับชาวต่างชาติแน่นอนครับบทสนทนาก็จะไม่เกิด บางทีอาจจะมาจากกลัวพูดไม่รู้เรื่อง หรือ กลัวพูดผิด หรือกลัวว่าสำเนียงจะไม่ดี  แต่ผมอยากบอกว่าต้องกล้าครับ พูดไปเลยไม่ต้องกลัว ฝรั่งเค้าจะไม่สนใจไวยากรณ์มากนัก

หลังจากที่ผมฝึกฟังจนคล่องและประจวบกับพอดีกับคอร์สของการเรียนภาษาได้จบลง คราวนี้ก็ถึงคราวที่ผมต้องเผชิญกับโลกภายนอกด้วยตัวเองแล้ว ช่วงนั้นยอมรับว่ากลัวเหมือนกันครับ แต่ก็อีกเหมือนเดิมว่าสถานการณ์บังคับอีก เพราะฉะนั้นต้องพูด

การพูดในช่วงแรกของผมนั้น ผมจะชอบการพูดตัวต่อตัวมากที่สุด ถามว่าทำไม
เนื่องจากการพูดตัวต่อตัวนั้นแน่นอนครับ ถ้าเราพูดคุยกันไม่รู้เรื่องก็สามารถที่จะถามหรือใช้ภาษากายแทนได้ ช่วงแรกๆ บางทีภาษากายของผมนั้นจะถูกใช้มากกว่าการพูดอีก เนื่องจากไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ช่วงนี้ก็เป็นช่วงตะกุกตะกักพอสมควร 
ในช่วงนี้ผมว่าทุกคนอาจจะประสบปัญหานี้เป็นแน่แท้ นั่นคือส่วนใหญ่มักจะคิดเป็นภาษาไทยก่อน แล้วค่อยพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษ แน่นอนครับผมก็คือหนึ่งในคนกลุ่มนี้ เมื่อผู้พูดพูดผมก็มักจะต้องแปลออกมาเป็นภาษาไทยก่อน แล้วค่อยคิดการโต้ตอบออกมาเป็นภาษาไทย แล้วค่อยแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วพูดออกไป

ในบางครั้งที่ผมจะไปพบกับฝรั่งบางคนก็อุตส่าห์เตรียมคำถามล่วงหน้าของเรื่องที่จะพูด แต่พอถึงเหตุการณ์จริงๆ กลับไม่ได้ใช้เลย เล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกัน แต่ปัญหาเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้นมาถ้าเราพูดบ่อยๆขึ้น การโต้ตอบก็จะดีขึ้น ในบางครั้งอาจจะไม่ต้องแปลเป็นภาษาไทย เวลาและความอดทนครับที่จะทำให้การพูดนั้นดีขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อคล่องดีแล้ว ขั้นต่อไปขอแนะนำให้ทดลองพูดทางโทรศัพท์ครับ เพราะการพูดทางโทรศัพท์นั้นแน่นอน เราก็ไม่สามารถใช้ภาษากายได้ คงต้องเป็นการฟังและการพูดอย่างเดียวเท่านั้น ผมจำได้กับประสบการณ์แรกๆที่ลองพูดทางโทรศัพท์ ก็เล่นทำให้ผมหมดความมั่นใจไประยะหนึ่ง เรื่องก็มีอยู่ว่า ตอนย้ายจากโรงเรียนสอนภาษาใหม่ๆ เพื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ผมต้องหาที่พักด้วยตัวเอง และ apartment ที่ต่างประเทศต้องบอกว่า เป็น apartment โล่งๆ ไม่มีอะไรเลยแม้กระทั่งไฟฟ้า เราต้องโทรไปติดต่อให้เค้าต่อไฟฟ้ามาที่ apartment เราเอง (สายไฟต่อมาที่ apartment เราเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่มีไฟมา) นั่นจึงต้องเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องโทรไปบริษัทไฟฟ้า การพูดคุยในครั้งนั้นตะกุกตะกักมาก เพราะผมฟังไม่รู้เรื่องเลย เป็นศัพท์เฉพาะเกี่ยวกับไฟฟ้า ผมจึงต้องคอยขอร้องให้เขาได้อธิบายสิ่งที่เขาพูดมาใหม่ตลอดเวลา โดยใช้คำพูดว่า Excuse me ? และ I am sorry (พูดคล้ายประโยคคำถาม)  และ Could you repeat that again? 

ชาวอเมริกันเป็นประเทศที่เวลานั้นเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อผมถามเค้าบ่อยๆ เขาเลยตัดปัญหาด้วยการโอนสายผมไปอีกบริษัทหนึ่งที่ช่วยแปลสิ่งที่ผมพูดเป็นภาษาไทยให้เป็นภาษาอังกฤษให้กับพนักงานบริษัทไฟฟ้าฟัง และช่วยแปลภาษาอังกฤษของพนักงานไฟฟ้าให้เป็นภาษาไทย หลังจากนั้นผมจึงสามารถทำให้ไฟที่ apartment ของผมติดได้ แต่นั่นก็ทำให้ความมั่นใจของผมลดฮวบเลยทีเดียว เพราะทางบริษัทโอนสายไปให้บริษัทแปลช่วย นั่นแสดงว่าผมยังคงพูดไม่รู้เรื่อง แต่ผมก็ไม่ท้อก็พยายามพูดเรื่อยๆมาจนตอนนี้ก็จัดว่าพอใช้ได้ในระดับหนึ่ง

มีเทคนิคในการพูดที่ผมอยากจะแนะนำเป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆเพิ่มเติม นั่นก็คือในบางครั้งเราอาจจะคิดศัพท์ไม่ออก เราก็อาจจะเลี่ยงโดยการพูดอ้อมๆ อาธิเช่น เราจำคำว่า Monkey ไม่ได้ ก็อาจจะเลี่ยงโดยพูดว่า an animal that likes banana. และท้ายที่สุดก็คือ อย่างกังวลเกี่ยวกับไวยากรณ์เวลาพูดนะครับ เพราะจะทำให้เรากังวล มีหลายครั้งในช่วงแรกที่ผม ใช้ I does หรือ I go to the supermarket yesterday(ผิด tense).

ในบทความต่อไปผมอาจจะขอแนะนำการฝึกภาษาอังกฤษในเมืองไทยนะครับ โปรดติดตาม

_________________
http://sdiff99.hi5.com


การฝึกทักษะการพูดและฟังภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

หลักการใช้ Verb to have

หลักการใช้ Verb to have


เปิดอ่าน 84,115 ครั้ง
Verb Tenses Continuous/Non-continuous Verbs

Verb Tenses Continuous/Non-continuous Verbs


เปิดอ่าน 38,191 ครั้ง
ภาษาฝรั่งเศส

ภาษาฝรั่งเศส


เปิดอ่าน 26,908 ครั้ง
Nouns เอกพจน์/พหูพจน์ (Singular/Plural)

Nouns เอกพจน์/พหูพจน์ (Singular/Plural)


เปิดอ่าน 297,518 ครั้ง
Verbs: Active/Passive Voices

Verbs: Active/Passive Voices


เปิดอ่าน 38,352 ครั้ง
Verbs  Tenses

Verbs Tenses


เปิดอ่าน 45,797 ครั้ง
Adjectives ( articles -a/an )

Adjectives ( articles -a/an )


เปิดอ่าน 85,475 ครั้ง
Adjectives (Articles - the )

Adjectives (Articles - the )


เปิดอ่าน 36,956 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

Adjectives การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ ( Comparison of Adjectives )

Adjectives การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ ( Comparison of Adjectives )

เปิดอ่าน 322,270 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
รายการคำทับศัพท์รวบรวมจากการสะกดตามราชบัณฑิตยสถาน
รายการคำทับศัพท์รวบรวมจากการสะกดตามราชบัณฑิตยสถาน
เปิดอ่าน 286,389 ☕ คลิกอ่านเลย

กลยุทธ์ในการเรียนภาษาให้ดี
กลยุทธ์ในการเรียนภาษาให้ดี
เปิดอ่าน 35,182 ☕ คลิกอ่านเลย

ความถี่และความบ่อย(ภาษาอังกฤษ)
ความถี่และความบ่อย(ภาษาอังกฤษ)
เปิดอ่าน 261,573 ☕ คลิกอ่านเลย

แชร์ประสบการณ์หัดพูด อังกฤษ ฉบับ Advance ได้ผลจริง
แชร์ประสบการณ์หัดพูด อังกฤษ ฉบับ Advance ได้ผลจริง
เปิดอ่าน 22,726 ☕ คลิกอ่านเลย

ภาษาน่ารู้ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาดัตช์ ภาษาอิตาเลียน
ภาษาน่ารู้ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาดัตช์ ภาษาอิตาเลียน
เปิดอ่าน 38,693 ☕ คลิกอ่านเลย

Verbs  Tenses
Verbs Tenses
เปิดอ่าน 45,797 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

การออกกำลังของผู้ที่มีโรคหัวใจ
การออกกำลังของผู้ที่มีโรคหัวใจ
เปิดอ่าน 14,120 ครั้ง

ประโยชน์จากฟักเขียว
ประโยชน์จากฟักเขียว
เปิดอ่าน 20,023 ครั้ง

Scribble นวัตกรรมปากกา 16 ล้านสีในแท่งเดียว
Scribble นวัตกรรมปากกา 16 ล้านสีในแท่งเดียว
เปิดอ่าน 9,353 ครั้ง

วิธีทำให้ความจำดีขึ้น
วิธีทำให้ความจำดีขึ้น
เปิดอ่าน 14,350 ครั้ง

 ปิดเทอมนี้ให้ลูกวัยรุ่นทำอะไรดีนะ/ดร.แพง ชินพงศ์
ปิดเทอมนี้ให้ลูกวัยรุ่นทำอะไรดีนะ/ดร.แพง ชินพงศ์
เปิดอ่าน 21,638 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ