ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) CORE Model พัฒนารากฐานชีวิตที่มั่นคง ประเภทสถานศึกษาต้นแบบรายด้าน จากพระบมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ สู่การปฏิบัติ ข้อที่ ๒ มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง-คุณธรรม

วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) CORE Model พัฒนารากฐานชีวิตที่มั่นคง

ประเภทสถานศึกษาต้นแบบรายด้าน จากพระบมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ ๑๐

สู่การปฏิบัติ ข้อที่ ๒ มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง-คุณธรรม

๑. ความเป็นมาและความสำคัญวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)

โรงเรียนบ้านเชิงทะเล (ตันติวิท) ตั้งอยู่ในเขตตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ด้วยเขตพื้นที่ตั้ง ตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงจากการท่องเที่ยวและการลงทุนสูง โดยเฉพาะจากต่างชาติ ครั้งเมื่อปี ๒๕๕๘ จังหวัดภูเก็ตได้รับคัดเลือกให้เป็นเมืองนำร่องแห่งแรกในโครงการพัฒนา Smart City ภายใต้นโยบายการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล การพัฒนาที่ต่อเนื่องจนปัจจุบัน ทำให้นักท่องเที่ยว นักลงทุน หลั่งไหล มายังจังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมาก ทำให้มีบุคคลในทุกภาคของประเทศหลั่งไหลมาอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตอำเภอถลาง ซึ่งเป็นปกติที่จะมีอาชีพใหม่ ๆ อัตราการจ้างงานที่เพิ่มขั้นและหลากหลาย ทั้งนี้การเติบโตของเมืองที่รวดเร็ว แต่คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ยังมีความเหลื่อมล้ำกัน หรือมีภูมิคุ้มกันที่ดี ทำให้เกิดปัญหามากมายตามมา จากการเก็บข้อมูลภูมิลำเนาเดิมของนักเรียนบ้านเชิงทะเล (ตันติวิท) คิดเป็น ๘๗.๖๕ เป็นคนต่างจังหวัด ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง ทำให้มีเวลาน้อยมากในการอบรมสั่งสอนบุตรหลาน และปล่อยให้เด็กอยู่ตามลำพัง จึงทำให้มีปัญหาตามมา เช่น ปัญหาด้านคุณธรรม จริยธรรมในผู้เรียนปัจจุบัน (Gen Z และ Gen Alpha) มีความซับซ้อนกว่าในอดีต สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากการขาดการ อบรมสั่งสอน เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก ความขัดแย้งของชุดข้อมูล ที่เด็กได้รับ ระหว่างสิ่งที่โรงเรียนสอน กับสิ่งที่เขาเห็นในโลกความเป็นจริงและโลกออนไลน์ จากการเก็บข้อมูลของผู้เรียนจากการเยี่ยมบ้าน และการคัดกรอง พบปัญหา ดังนี้ ลำดับแรก สาเหตุเกิดจากปัจจัยครอบครัว "รากฐานที่เปราะบาง" ครอบครัวเป็นสถาบันแรกที่ปลูกฝังจริยธรรม แต่ปัจจุบันเราพบปัญหาเชิงโครงสร้าง ดังนี้ ภาวะความยากจนทางเวลา ผู้ปกครองต้องดิ้นรนทางเศรษฐกิจ ทำให้เวลาที่มีคุณภาพ ในการพูดคุยหรือเป็นแบบอย่างให้ลูกลดลง การเลี้ยงดูด้วยวัตถุ การชดเชยเวลาที่หายไปด้วยเงินหรือสิ่งของ ทำให้เด็กยึดติดกับวัตถุนิยมมากกว่าคุณค่าทางจิตใจ การขาดความสม่ำเสมอ กฎเกณฑ์ในบ้านไม่ชัดเจน พ่อแม่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ทำให้เด็กสับสนเรื่อง "ถูก-ผิด" ลำดับที่สอง สาเหตุจากสื่อและเทคโนโลยี เป็น ดาบสองคม นี่คือปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงสุดในยุคนี้ Social Media มักป้อนเนื้อหาที่เด็กชอบซ้ำๆ หากเด็กสนใจเนื้อหาที่มีความรุนแรงหรือค่านิยมผิดๆ ระบบจะป้อนสิ่งนั้นจนเด็กเชื่อว่าเป็นเรื่องปกติ Influencer หรือเน็ตไอดอลบางกลุ่มได้รับความนิยมจากการทำพฤติกรรมก้าวร้าว พูดคำหยาบ หรืออวดร่ำอวยรวยโดยไม่สนวิธีการได้มา ซึ่งสร้างค่านิยมใหม่ว่า เลวแล้วดัง ดีกว่าทำดีแล้วไม่มีใครรู้จัก การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ลดทอนความเห็นอกเห็นใจ เพราะไม่เห็นสีหน้าคู่กรณี ทำให้ความยับยั้งชั่งใจต่ำลง ลำดับที่สาม สาเหตุจากระบบการศึกษา กับดักของการวัดผล โรงเรียนอาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาโดยไม่รู้ตัว จริยธรรมแบบท่องจำ การสอนคุณธรรมยังเน้นการท่องจำศีลธรรมหรือหลักการ แต่ขาดการฝึกปฏิบัติจริงในสถานการณ์ขัดแย้ง การแข่งขันสูง ระบบแพ้คัดออกและการเน้นเกรดเฉลี่ย ทำให้เด็กมองเพื่อนเป็น คู่แข่ง มากกว่า กัลยาณมิตร ส่งผลให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ลดลง ภาระงานครู ครูมีภาระงานเอกสารมาก จนขาดเวลาในการทำหน้าที่ครูแนะแนวชีวิต หรือสังเกตพฤติกรรมเด็กเป็นรายบุคคลอย่างลึกซึ้ง ลำดับที่สี่ สาเหตุจากบริบททางสังคม Social Context ความจริงที่ขัดแย้ง เด็กเกิดความสับสนเมื่อสิ่งที่เรียนขัดแย้งกับสังคมจริง ระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา เด็กเห็นผู้ใหญ่ที่ทุจริตแต่ยังคงมีหน้ามีตาในสังคม ความเหลื่อมล้ำ ความรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรมในสังคม ทำให้เด็กบางกลุ่มเลือกที่จะละเมิดกฎ เพราะรู้สึกว่าทำตามกฎแล้วเสียเปรียบ จากปัญหาดังกล่าวที่กล่าวมานั้น ล้วนแล้วเกิดจากสภาพสังคม ที่เราควรยอมรับความจริงได้ว่า เราเพียงกลุ่มเดียว ไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่จะเป็นได้คือการปรับทัศนคติ ของผู้เรียนในโรงเรียน การปลูกฝังผู้เรียนให้มีความแกร่งจากภายใน มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีในการใช้ทักษะชีวิตในสังคมปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นแก่นแท้ในรากฐานชีวิตที่มั่นคง ในอนาคต CORE Model พัฒนารากฐานชีวิตที่มั่นคง แนวคิดนี้มุ่งเน้นการสร้าง”ความแกร่งจากภายใน” (Inner Strength) สร้างนิสัยแห่งความดี ผ่านประสบการณ์ตรง ควบคู่ไปกับ”เข็มทิศจริยธรรม” (Ethical Compass) โดยมีกิจกรรมเป็นตัวเชื่อมโยงความรู้ ทัศนคติ เจตคติ ปลูกฝังผู้เรียนผ่านกิจกรรมทั้งในโรงเรียน บ้าน วัด ชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด – ชอบ/ชั่ว-ดี ปฏิบัติแต่สิ่งที่ถูกต้องดีงาม ปฏิเสธสิ่งที่ผิด ไม่หลงไปในสิ่งที่ไม่เหมาะสม เป็นคนดี เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคมให้กับบ้านเมือง

๒. วัตถุประสงค์และเป้าหมายวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ

๒.๑ วัตถุประสงค์วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ

๑. เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักรู้ในตนเอง เกี่ยวกับคุณธรรมที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ

๒. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้สึกมีคุณค่า และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

๓. เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ ในการใช้ชีวิตที่มั่นคงแม้ในยามวิกฤติ

๔. เพื่อสร้างมาตรฐานทางศีลธรรมผ่านการเลียนแบบพฤติกรรม

๒.๒ เป้าหมายวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ

เชิงปริมาณ

๑. ร้อยละ ๘๐ ของผู้เรียนสามารถระบุคุณธรรมที่ใช้ในกิจกรรมนั้น ๆ ได้อย่างน้อย ๒ ข้อ

๒. จำนวนชั่วโมงการทำกิจกรรมจิตอาสาหรือเวรประจำวันครบถ้าน ๑๐๐ % ตามเกณฑ์สถานศึกษากำหนด

๓. ร้อยละ ๙๐ ของผู้เรียนผ่านแบบประเมินดัชนีพลังสุขภาพจิต (RQ) ในระดับ “ปกติ”ขึ้นไป

๔. อัตราการทำผิดระเบียบหรือพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในสถานศึกษาลดลงร้อยละ ๒๐ ต่อปีการศึกษา

เชิงคุณภาพ

๑. ผู้เรียนมีทักษะ Self-Reflection สามารถอธิบายความรู้สึกและเหตุผลของการกระทำตนเองได้

๒. ผู้เรียนแสดงออกถึง Service Mind โดยไม่ต้องมีคนสั่ง และเกิดความภูมิใจเมื่อเห็นผลลัพธ์ของส่วนรวมดีขึ้น

๓. ผู้เรียนมีทักษะ Problem-Solving สามารถรักษาสมดุลทางอารมณ์และมองหาทางเลือกใหม่ ๆ เมื่อเผชิญอุปสรรค

๔. เกิด Positive Peer Influence หรือวัฒนธรรม “ไอดอลเชิงบวก” ที่เด็กยกย่องเพื่อนที่ทำดีมากกว่าทำตามกระแสที่ไม่เหมาะสม

๓. กระบวนการของวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)

๓.๑ กระบวนการของวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ

๑. ออกแบบวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศหรือแนวคิดที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้

C- Conscious Awareness ( ตระหนักรู้และตื่นรู้)

เป้าหมาย: สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อที่ ๑ (ตระหนักรู้ในตนเอง)

กิจกรรม: ใช้กิจกรรม “ Check-in ใจ” หรือ สุนทรีสนทนา ก่อนเริ่มการเรียนรู้ ดังนี้ สมาธิก่อนเรียน

ตอนเช้า-บ่าย ถาม-ตอบตัวเอง วันนี้เราทำอะไร ได้คุณธรรมข้อใดในสิ่งที่ทำ เกิดประโยชน์

อย่างไรกับตนเองและคนรอบข้าง เพื่อให้ผู้เรียนสังเกตอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง

กระบวนการ:หลังจากปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ให้ใช้เทคนิค ARR (After Action Review ) โดยเน้น

คำถามว่า “ เราเห็นคุณธรรมข้อไหนในตัวเองขณะที่ทำสิ่งนี้? เช่น ความอดทน ความซื่อสัตย์

หรือความเมตตา

O-Others-Oriented Responsibility (รับผิดชอบต่อส่วนรวม)

เป้าหมาย: สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ (ความรู้สึกมีคุณค่าและรับผิดชอบต่อส่วนรวม)

กิจกรรม: กิจกรรมแยกขยะตามหลัก ๓ R (จิตอาสาที่เชื่อมโยงกับการเรียนรู้) กิจกรรม ติดทองหลังพระ

กระบวนการ: ให้ผู้เรียนระบุปัญหาในโรงเรียน ในชุมชน และร่วมกันวางแผนแก้ไข เพื่อให้เด็กได้เห็นว่า

“ สิ่งที่ตนลงมือปฏิบัตินั้นมีประโยชน์ต่อผู้อื่น “ จะสร้างความภาคภูมิใจและตระหนักถึงคุณค่า

ในตัวเอง

R-Resilience & Inner Strength (สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ)

เป้าหมาย: สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อที่ ๓ (ภูมิคุ้มกันทางใจในยามวิกฤติ)

กิจกรรม: การใช้” Case-based Simulation” (สถานการณ์จำลอง) บีบคั้นเล็กน้อยเพื่อให้เด็กได้ฝึกการควบคุมอารมณ์ในพื้นที่ปลอดภัย ดังนี้ แผนการจัดการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระ ที่มีการจัดกิจกรรมสร้างสถานการณ์พร้อมๆ กับได้รับความรู้ตามตัวชี้วัด

กระบวนการ: จำลองสถานการณ์วิกฤติหรือความผิดหวังเพื่อให้ผู้เรียนฝึกการคิดแบบยืดหยุ่น (Growth

Mindset) สอนให้รู้จักการเผชิญหน้ากับความล้มเหลว (Resilience Training) และการจัดการ

อารมณ์ผ่านสติ (Mindfulness) เพื่อให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน

E-Exemplary Modeling (การเป็นต้นแบบและการเลียนแบบ)

เป้าหมาย: สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อที่ ๔ (มาตรฐานศีลธรรมผ่านการเลียนแบบ)

กิจกรรม: ระบบ”Mentoring & Peer Support “ ( พี่เลี้ยงและเพื่อนช่วยเพื่อน ) โครงงานคุณธรรม

ห้องเรียน (นักเรียน) เพื่อค้นหาทูตคนดีของห้องเรียน และ โครงงาน ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่า

คำสอน (ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา)

กระบวนการ: สร้างวัฒนธรรมการยกย่องพฤติกรรมเชิงบวก (Positive Reinforcement) ครูต้องทำหน้าที่

เป็น Role Model ที่มีชีวิต และคัดเลือก “ทูตคนดีของห้องเรียนจากการปฏิบัติโครงงาน

คุณธรรมห้องเรียน”จากกลุ่มนักเรียนเอง เพราะเด็กจะเลียนแบบพฤติกรรมจากบุคคลที่เขา

ใกล้ชิดและเชื่อถือ

ตารางสรุปความสอดคล้อง

ขั้นตอนของ CORE Model วัตถุประสงค์ที่สอดคล้อง ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Outcome)

Conscious Awareness ตระหนักรู้และตื่นรู้ ผู้เรียนเห็นคุณค่าในความดีที่ตนเองลงมือทำ

Others-Oriented Responsibility รับผิดชอบต่อส่วนรวม เกิดความเสียสละและลดการยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง

Resilience & Inner Strength สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ มีสติและปัญญาในการแก้ปัญหาเมื่อเจอวิกฤติ

Exemplary Modeling การเป็นต้นแบบและการเลียนแบบ เกิดมาตรฐานทางศีลธรรมที่จับต้องได้ในสังคมโรงเรียน

โพสต์โดย Tay : [25 มี.ค. 2569 (09:56 น.)]
อ่าน [66] ไอพี : 203.172.187.2
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 16,663 ครั้ง
โรคตาแดง
โรคตาแดง

เปิดอ่าน 23,231 ครั้ง
เกมส์ทําอาหาร
เกมส์ทําอาหาร

เปิดอ่าน 10,273 ครั้ง
เชื้อ "ดื้อยา" อันตรายใกล้ตัว
เชื้อ "ดื้อยา" อันตรายใกล้ตัว

เปิดอ่าน 12,602 ครั้ง
เหนือกว่า
เหนือกว่า 'กิมจิฟีเวอร์' 'ศัลยกรรมไทย'

เปิดอ่าน 13,411 ครั้ง
ดูให้ชัด รัฐธรรมนูญ ม.286 ให้มีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนแน่ หรือ?
ดูให้ชัด รัฐธรรมนูญ ม.286 ให้มีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนแน่ หรือ?

เปิดอ่าน 17,578 ครั้ง
ประโยชน์ของโยเกิร์ต
ประโยชน์ของโยเกิร์ต

เปิดอ่าน 41,546 ครั้ง
จัดโต๊ะทำงาน ตามฮวงจุ้ย
จัดโต๊ะทำงาน ตามฮวงจุ้ย

เปิดอ่าน 15,104 ครั้ง
วิธีล้างคราบน้ำชาที่ติดแก้ว
วิธีล้างคราบน้ำชาที่ติดแก้ว

เปิดอ่าน 14,519 ครั้ง
"เลี้ยงลูกยิ่งใหญ่" ของขวัญปีใหม่ของพ่อแม่
"เลี้ยงลูกยิ่งใหญ่" ของขวัญปีใหม่ของพ่อแม่

เปิดอ่าน 13,611 ครั้ง
เปิดปูม"สินค้า"อวดอ้าง รักษาโรคครอบจักรวาล
เปิดปูม"สินค้า"อวดอ้าง รักษาโรคครอบจักรวาล

เปิดอ่าน 215,608 ครั้ง
ธรรมคุณ 6
ธรรมคุณ 6

เปิดอ่าน 26,375 ครั้ง
ความเข้าใจเรื่องแผ่นดินไหว: ประเทศไทยกับ 3 รอยเลื่อนมีพลัง และพื้นที่เสี่ยงภัย 5 ระดับ
ความเข้าใจเรื่องแผ่นดินไหว: ประเทศไทยกับ 3 รอยเลื่อนมีพลัง และพื้นที่เสี่ยงภัย 5 ระดับ

เปิดอ่าน 54,104 ครั้ง
ข้าราชการ เกษียณแล้ว.....ได้อะไรบ้างนะ?
ข้าราชการ เกษียณแล้ว.....ได้อะไรบ้างนะ?

เปิดอ่าน 13,939 ครั้ง
เยือน "ศูนย์จราจรอัจฉริยะไทย" ที่ บก.02
เยือน "ศูนย์จราจรอัจฉริยะไทย" ที่ บก.02

เปิดอ่าน 20,969 ครั้ง
ไขข้อข้องใจ เรื่องริดสีดวงทวาร
ไขข้อข้องใจ เรื่องริดสีดวงทวาร

เปิดอ่าน 11,716 ครั้ง
วิธีตรวจเช็คระบบไฟฟ้า-อาคาร หลังน้ำลด
วิธีตรวจเช็คระบบไฟฟ้า-อาคาร หลังน้ำลด
เปิดอ่าน 19,150 ครั้ง
จวกยับเนื้อหาวิชาสังคมฯ ม.4-6 ไม่ตรงข้อเท็จจริง
จวกยับเนื้อหาวิชาสังคมฯ ม.4-6 ไม่ตรงข้อเท็จจริง
เปิดอ่าน 29,919 ครั้ง
 กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน พ.ศ.2551
กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน พ.ศ.2551
เปิดอ่าน 315,582 ครั้ง
อาณาเขตประเทศไทย
อาณาเขตประเทศไทย
เปิดอ่าน 14,709 ครั้ง
การค้ำประกันสัญญาอนุญาตให้ ขรก.ลาศึกษาต่อ ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฯ ฉบับใหม่
การค้ำประกันสัญญาอนุญาตให้ ขรก.ลาศึกษาต่อ ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฯ ฉบับใหม่

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ