การเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมหรือผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข โรงเรียนบ้านตัวอย่าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๒
1. ความเป็นมาและความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ
การพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่มีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องสร้างภูมิคุ้มกันทั้งด้านสติปัญญาและจิตใจ โรงเรียนบ้านตัวอย่างน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานแก่คณะกรรมการสภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๑๖ ความตอนหนึ่งว่า "...การส่งเสริมที่จะไปเอาใจใส่เยาวชนผู้ที่ได้กระทำผิดและโดยเฉพาะผู้ที่เป็นเหยื่อของยาเสพติด ก็เป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้บ้านเมืองมีความผาสุกได้... พยายามรักษาส่วนรวมของเราด้วยวิธีที่ประเสริฐที่สุด คือวิธีของพุทธศาสนา... เป็นสิ่งที่จะทำให้เรามีชีวิตได้..." จากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดและพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ต้องใช้หลักความเมตตา การดูแลเอาใจใส่ และการใช้หลักธรรมนำความรู้ เพื่อสร้างวิถีการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องแก่เยาวชน
รัฐบาลจึงกำหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น "วาระแห่งชาติ" โดยมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลักในการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ต้นทาง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันภัยคุกคามได้ทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่ยาเสพติดชนิดดั้งเดิม แต่ยังรวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ ภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ และพฤติกรรมความรุนแรง ซึ่งขยายตัวลุกลามเข้าสู่รั้วสถานศึกษา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยและสุขภาวะของนักเรียน หากขาดการป้องกันที่เข้มแข็ง ปัญหาเหล่านี้จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และความมั่นคงของชาติ
เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๒ ที่เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาและการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โรงเรียนบ้านตัวอย่างจึงมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตนักเรียนผ่านโครงการ "สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข" โดยมีหัวใจสำคัญคือการให้ครูทำหน้าที่เป็นผู้แนะแนวทางและดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายชุมชนเพื่อให้เกิดการเฝ้าระวังอย่างเป็นรูปธรรม
ด้วยเหตุผลและความจำเป็นข้างต้น โรงเรียนบ้านตัวอย่างจึงได้สร้างสรรค์นวัตกรรมวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ภายใต้ชื่อ "การเสริมสร้างความรู้คู่คุณธรรม สู่สถานศึกษาสีขาว ด้วยรูปแบบ TUAYANG Model" โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA เป็นฐานในการดำเนินงาน นวัตกรรมนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) บูรณาการความรู้ด้านพิษภัยยาเสพติดเข้ากับหลักคุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้นักเรียนมีทักษะชีวิต สามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะ และปฏิเสธสิ่งมอมเมาได้ด้วยตนเอง
๒. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
๒.๑ วัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน
๑) เพื่อสร้างความรู้และทักษะชีวิตให้นักเรียนสามารถป้องกันตนเองจากยาเสพติดและอบายมุขทุกรูปแบบ
๒) เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและระเบียบวินัย ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมตามรูปแบบ TUAYANG Model
๓) เพื่อพัฒนาระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างปลอดภัย
๒.๒ เป้าหมายของการดำเนินงาน
เชิงปริมาณ
1) นักเรียน ร้อยละ 80 ผ่านการคัดกรองและได้รับการดูแลตามระบบช่วยเหลือผู้เรียน
2) นักเรียนกลุ่มเสี่ยง ร้อยละ 80 ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในปีการศึกษา ๒๕๖8 มีจำนวนลดลงเมื่อเทียบกับปีการศึกษา ๒๕๖7
เชิงคุณภาพ
๑) นักเรียนโรงเรียนบ้านตัวอย่าง ร้อยละ 80 มีความรู้ ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดและอบายมุข มีทักษะและวิธีการป้องกันให้ห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุข อยู่ในระดับ ดีมาก
๒) นักเรียนโรงเรียนบ้านตัวอย่าง ร้อยละ 80 มีคุณธรรมจริยธรรมและระเบียบวินัย มีภูมิคุ้มกันที่ดีต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาและชุมชน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่สถานศึกษาจัดขึ้น อยู่ในระดับ ดีมาก
๓) นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเกณฑ์ที่กำหนด
๓. ขั้นตอนการดำเนินงาน
๓.๑ กระบวนการการดำเนินงาน
โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ของโรงเรียนบ้านตัวอย่าง ได้ดำเนินการตามกระบวนการบริหารจัดการที่ปรับประยุกต์ขึ้น โดยใช้นวัตกรรมการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) คือ การเสริมสร้างความรู้คู่คุณธรรม สู่สถานศึกษาสีขาว ด้วยรูปแบบ TUAYANG Model ด้วยจากสถานการณ์ปัจจุบันที่เด็ก เยาวชน และนักเรียน มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดหรือสิ่งยั่วยุต่าง ๆ ทั้งในและนอกสถานศึกษา โรงเรียนบ้านตัวอย่างจึงได้กำหนดแนวทางการป้องกันและพัฒนาคุณภาพชีวิตและทักษะของนักเรียนโดยใช้วงจร PDCA ในการพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพของการดำเนินงาน ดังนี้
๑. จัดตั้งคณะทำงานโรงเรียนสีขาว โดยมีตัวแทนจากครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน
2. โรงเรียนบ้านตัวอย่าง ชุมชน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และกลุ่มภาคีเครือข่าย ร่วมกันวิเคราะห์สภาพปัญหาและสถานการณ์ยาเสพติด ความรุนแรง อาชญากรรม หรือปัจจัยเสียง เพื่อสร้างความตระหนักของปัญหาและร่วมกันหาแนวทางการแก้ไข
3. โรงเรียนศึกษานโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านการศึกษาของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติที่มีความสอดคล้องตามแนวคิดการจัดการศึกษาแผนการศึกษาแห่งชาติ นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานต้นสังกัด ประชุมชี้แจงคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน เพื่อรับทราบนโยบายการดำเนินโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ภายใต้นวัตกรรม "การเสริมสร้างความรู้คู่คุณธรรม สู่สถานศึกษาสีขาว ด้วยรูปแบบบ TUAYANG Model "
4. ดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมลงสู่ตัวนักเรียนตามขั้นตอนของนวัตกรรมที่ออกแบบไว้ โดยเน้นนักเรียนได้ลงมือปฏิบัติเป็นสำคัญ
5. ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครู ดำเนินการตามนโยบายที่วางแผนไว้อย่างเป็นระบบ โดยประชุมคำสั่งและแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบส่วนต่าง ๆ การดำเนินกิจกรรม การติดตามผลและประเมินผล ตลอดจนการสรุปผลการดำเนินกิจกรรม/โครงการ และรายงานผลการปฏิบัติต่อผู้บริหารทราบ จัดประชุมรายงานผลการดำเนินงานและเสนอแนะปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินกิจกรรม เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการแก้ไขและพัฒนากิจกรรม/โครงการ ของปีการศึกษาถัดไป
6. คณะกรรมการดำเนินงานจัดสถานที่ กิจกรรม และบุคลากร ตามหลักเกณฑ์เพื่อรับการประเมิน
สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข เช่น คลินิกเสมารักษ์ ชมรมเด็กดีศรีตัวอย่าง
7. สถานศึกษาจัดให้มีการอบรมและพัฒนาความรู้ของครูและบุคลากร นักเรียนแกนนำ ให้มีความรู้ตามกรอบการดำเนินงาน ขยายองค์ความรู้สู่นักเรียนทุกคนในโรงเรียนตามนวัตกรรมการเสริมสร้างความรู้คู่คุณธรรม สู่สถานศึกษาสีขาว ด้วยรูปแบบ TUAYANG Model
8. ติดตามผล ประเมินผล วิเคราะห์ผล และอภิปรายผลจากการดำเนินงานระหว่างครู บุคลากร และนักเรียนแกนนำ โดยนำปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินกิจกรรมมาอภิปราย สู่การพัฒนา ปรับปรุง และแก้ไขตามลำดับ
๓.๒ ขั้นตอนการดำเนินงาน/กระบวนการพัฒนา
โรงเรียนบ้านตัวอย่างได้ขับเคลื่อนโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข โดยใช้นวัตกรรม "TUAYANG Model" ภายใต้กระบวนการบริหารจัดการด้วยวงจรคุณภาพ PDCA เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ดังนี้
๑. การวางแผนการดำเนินงาน (P : Plan)
ในขั้นตอนนี้เน้นการสร้างรากฐานที่เข้มแข็งและการทำความเข้าใจบริบทของปัญหา ประกอบด้วย ๒ องค์ประกอบหลักของโมเดล คือ
T - Togetherness (ร่วมใจภาคี) โรงเรียนดำเนินการประชุมภาคีเครือข่าย ๔ ฝ่าย (คณะครู, คณะกรรมการสถานศึกษา, ผู้ปกครอง และผู้นำชุมชน) เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายร่วมกันในการสร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อแสดงเจตนารมณ์เชิงประจักษ์ในการต่อต้านยาเสพติดและอบายมุข
U - Understanding (เข้าใจปัญหา) ดำเนินการวิเคราะห์สภาพปัญหาและคัดกรองนักเรียนรายบุคคลผ่านเครื่องมือมาตรฐาน (SDQ) และการเยี่ยมบ้าน ๑๐๐% เพื่อจัดกลุ่มนักเรียน (กลุ่มปกติ, กลุ่มเสี่ยง, กลุ่มมีปัญหา) ทำให้โรงเรียนสามารถออกแบบกิจกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดตามความต้องการจริงของนักเรียน
๓.๒.๒ การปฏิบัติงานตามแผน (D : Do)
เป็นขั้นตอนการนำแผนไปสู่การปฏิบัติเชิงรุกเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้นักเรียน ประกอบด้วย ๓ องค์ประกอบหลัก คือ
A - Awareness (ตระหนักรู้ภัย) สร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาผ่านการให้ความรู้ที่ทันสมัยเกี่ยวกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น บุหรี่ไฟฟ้าและการพนันออนไลน์ ผ่านบอร์ดนิเทศดิจิทัล กิจกรรมหน้าเสาธง เดินรณรงค์และการสอดแทรกในรายวิชาต่างๆ เพื่อให้นักเรียน "รู้เท่าทัน" ก่อนจะเผชิญกับสถานการณ์จริง
Y - Youth Empowerment (เยาวชนนำทาง) ส่งเสริมบทบาทของสภานักเรียนและนักเรียนแกนนำ "ห้องเรียนสีขาว" ให้เป็นผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมด้วยตนเอง (Change Agents) เช่น การจัดกิจกรรมพี่สอนน้อง การรณรงค์ภายในโรงเรียน และการเป็นหูเป็นตาเพื่อเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงภายในกลุ่มเพื่อน
A - Action & Integration (ปฏิบัติเชิงรุก) บูรณาการโครงการย่อยทั้ง ๑๐ โครงการของโรงเรียน (เช่น โครงการโรงเรียนคุณธรรม, โครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน, โครงงานพัฒนาจิตเจริญปัญญา ฯลฯ) เข้าสู่ตารางกิจกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง มีทักษะชีวิต และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ดูรูปกิจกรรม (หน้า 14 ถึง 24)
๓.๒.๓ การตรวจสอบและประเมินผล (C : Check)
ขั้นตอนนี้เป็นการตรวจสอบความสำเร็จและค้นหาจุดที่ต้องพัฒนาต่อยอด ประกอบด้วย ๑ องค์ประกอบหลัก คือ
N - Networking (เชื่อมโยงเครือข่าย) ใช้กลไกเครือข่ายภายนอก ได้แก่ รพ.สต.บึงเจริญ และสถานีตำรวจภูธรบ้านกรวด ในการเข้ามาช่วยประเมินผลและติดตามผลเชิงเทคนิค การร่วมประเมินห้องเรียนสีขาวและการให้คำปรึกษาเชิงวิชาการ เพื่อให้การประเมินผลมีความน่าเชื่อถือและเป็นไปตามมาตรฐานสถานศึกษา สีขาว
๓.๒.๔ การปรับปรุงและพัฒนา (A : Act)
ขั้นตอนการสรุปผลและสร้างมาตรฐานความยั่งยืน ประกอบด้วย ๑ องค์ประกอบหลัก คือ:
G - Goal Achievement (เป้าหมายยั่งยืน) การสรุปและรายงานผลการดำเนินงานต่อผู้เกี่ยวข้อง นำผลการประเมินมาปรับปรุงแผนพัฒนาในปีการศึกษาถัดไป พร้อมทั้งยกย่องเชิดชูเกียรตินักเรียนและห้องเรียนที่เป็นแบบอย่าง (Best Practice) เพื่อสร้างแรงจูงใจในการรักษามาตรฐานสถานศึกษาสีขาวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โรงเรียนได้รับรางวัลเชิงประจักษ์ ผลการประเมินโรงเรียนสุจริต ๑๐๐ คะแนนเต็ม
๓.๓ ขั้นตอนการพัฒนา
โรงเรียนบ้านตัวอย่างได้ดำเนินการพัฒนานวัตกรรม "TUAYANG Model" เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข โดยเน้นการสร้าง "ภูมิคุ้มกันทางปัญญา" และการปลูกฝัง "ความรู้คู่คุณธรรม" อย่างเป็นระบบ ผ่านการบูรณาการร่วมกับยุทธศาสตร์ ๕ ด้าน ได้แก่ ด้านการป้องกัน ด้านการค้นหา ด้านการรักษา ด้านการเฝ้าระวัง และด้านการบริหารจัดการ ดังนี้
ขั้นตอนการพัฒนาโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข
๔. ผลการดำเนินงาน/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ
๔.๑ ผลสำเร็จของการดำเนินงานที่เกิดจากการนำไปใช้
๑) โรงเรียนบ้านตัวอย่างสามารถดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ๕ ด้าน ได้อย่างครบถ้วน ๑๐๐% ผ่านกลไก TUAYANG Model
๒) นักเรียนกลุ่มเสี่ยงมีอัตราการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และนักเรียนส่วนใหญ่มีผลการประเมินพฤติกรรมและทักษะชีวิตอยู่ในระดับ ดีมาก
๔.๒ ประโยชน์ที่ได้รับจากผลงาน
๑) โรงเรียนบ้านตัวอย่างได้รับความร่วมมือและมีเครือข่ายในการร่วมกันเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุข ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นผู้นำชุมชน ตัวแทนผู้เครือข่ายผู้ปกครองนักเรียน โดยใช้รูปแบบการดำเนินงาน "การเสริมสร้างความรู้คู่ คุณธรรม สู่สถานศึกษาสีขาว ด้วยรูปแบบ TUAYANG Model
๒) โรงเรียนมีแบบแผนและขั้นตอนในการบริหารจัดการโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เกิดการสรสร้างนวัตกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนกระบวนการดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
๓) นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ มีความรู้และความเข้าใจจากการเข้าร่วมและลงมือปฏิบัติกิจกรรมในโครงการต่าง ๆ ของโรงเรียนในรูปแบบที่หลากหลาย ฝึกกระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม การอยู่ร่วมกันกันในสังคมการเฝ้าระวัง และการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด จนสามารถดำเนินโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการดำเนินงานตามกระบวนการเสริมสร้างความรู้คู่คุณธรรม สู่สถานศึกษาสีขาว ด้วยรูปแบบ TUAYANG Model ภายใต้กระบวนการวงจรคุณภาพ หรือ PDCA
4) นักเรียนทุกคนมีบทบาหน้าที่ในการร่วมกันเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุขในสถานศึกษาและมีจิตสำนึกในการดูแลชุมชนของตนเองให้ห่างไกลจากยาเสพติดและบายมุขร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ จนนักเรียนทุกคนมีความรู้คู่คณธรรรม สู่สถานศึกษาสีขาวและมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดีเกิดขึ้นกับตัวนักเรียน
5) นักเรียนนำความรู้และทักษะที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการ ต่อยอดเป็นความสามารถของนักเรียนเองและเผยแพร่ความรู้ความสามารถจนเป็นที่ประจักษ์และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียนในโรงเรียนได้ เช่น กิจกรรมโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข โครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรม การแข่งขันประกวดมารยาทไทย
๖) คณะครูและบุคลากรโรงเรียนบ้านตัวอย่างได้ร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาตนเอง จากการร่วมกันสร้างนวัตกรรมที่ใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาและพัฒนานักเรียนในโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอด ยาเสพติดและอบายมุข จนเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับมากมาย เช่น รางวัลคุรุชนคนคุณธรรม รางวัลนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี โครงการโรงเรียนสุจริต ได้คะแนน 98.46 อยู่ในระดับดีเยี่ยม่าเด
๗) ผู้บริหาร คณะครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนบ้านตัวอย่าง มีกระบวนการดำเนินการในการพัฒนาสถานศึกษาและวางรากฐานให้กับนักเรียนอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน จนเป็นที่ยอมรับของชุมชนโดยรอบและสังคม โดยใช้กระบวนการพัฒนางานอย่างมีคุณภาพตามวงจรคุณภาพ PDCA มีการกำกับ นิเทศ และติดตามการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ
๕. ปัจจัยความสำเร็จ
การดำเนินการโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจำปีการศึกษา 2568 ของโรงเรียนบ้านตัวอย่างนั้น เกิดจากการพัฒนารูปแบบและวิธีการโดยการศึกษาข้อมูล เก็บรวบรวม วิเคราะห์และสังเคราะห์ จนได้เป็นนวัตกรรม "การเสริมสร้างความรู้คู่คุณธรรม สู่สถานศึกษาสีขาว ด้วยรูปแบบ TUAYANG Model" ที่คณะครูและบุคลากรร่วมกันออกแบบกิจกรรม/โครงการให้มีความหลากหลายโดยนักเรียนทุกคนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการแสดงออกอย่างอิสระและสร้างสรรค์ สอดดล้องกับ ความสนใจ ความถนัด และความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียนทุกคนส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และรอบรู้จากกิจกรรม/โครงการหรือสื่อการเรียนรู้จากแหล่งต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ครูและบุคลากรจึงมีบทบาทที่สำคัญในการช่วยเหลือ สนับสนุน และกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อการนำความรู้ที่ได้รับนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน สื่อสารและเผยแพร่แก่บุคคลอื่น ๆ ได้
การจัดกิจกรรม/ใครงการภายใต้นวัตกรรม การเสริมสร้างความรู้คู่คณธธรรม สู่สถานศึกษาสีขาว ด้วยรูปแบบ TUAYANG Model นั้น ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือ สนับสนุน และคำแนะนำจากหน่วยงานต่าง ๆ
๕.๑ โรงเรียนบ้านตัวอย่างมีความตระหนักและมีความกังวลถึงเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติและเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศที่อาจมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติดและอบายมขจึงมีนโยบายที่จะดำเนินการโครงการ/กิจกรรมที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษาโดยการจัดกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบวงจรคุณภาพ TUAYANG Model
๕.๒ สถานศึกษาได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินโครงการ/กิจกรรม กำกับ นิเทศติดตามและตรวจเยี่ยมการดำเนินงานภายในสถานศึกษา ได้รับการสนับสนุนในการอบรม พัฒนาบุคลากรและการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2 โดยนายณัฐนนท์ วิทยาประโคน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2 รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2 ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ผู้อำนวยกายกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา และบุคลากรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ให้การช่วยเหลือ สนับสนุนและคำแนะนำในการดำเนินการโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขของโรงเรียนบ้านตัวอย่าง
๕.๓ การได้รับการสนับสนุนวิทยากรและผู้มีความรู้ ในการดำเนินการด้านสุขภาพอนามัยอย่างถูกสุขลักษณะในด้านการคัดกรองและการค้นหากลุ่มเสียงต่าง ๆ จากผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบึงเจริญ ในการสนับสนุนสุนบุคลากรผู้มีความรู้เข้าร่วมดำเนินโครงการ และนักเรียนโรงเรียนบ้านตัวอย่างยังได้รับการปลูกฝั่งความรู้ ทักษะ และวิธีป้องการกันตนเองจากยาเสพติดและอบายมุขจากวิทยากรผู้มีความรู้จากหน่วยงานภาครัฐ คือ สถานีตำรวจภูธรบ้านกรวดและครู DARE
๕.๔ การได้รับความเห็นชอบในการนำนโยบายและแนวทางการดำเนินโครงการ/กิจกรรมนำไปสู่การปฏิบัติจากผู้อำนวยการสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขันพื้นฐาน ผู้นำชมชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการผู้รับผิดชอบในส่วนต่าง ๆ
๕.๕ การได้รับความร่วมมือจากนักเรียนโรงเรียนวัดบางหญ้าแพรกทุกคนในการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเต็มที่ ตามแนวทางและแผนการดำเนินงานที่ได้วางไว้ รวมทั้งคณะครูและบุคลากรทุกท่านที่ช่วยกันระดมความคิดเมื่อเกิดปัญหา เพื่อการดำเนินกิจกรรมดำเนินต่อเนื่องและบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้
๕.๖ การนำกระบวนการติดตามผล ประเมินผล วิเคราะห์ และอภิปรายผลข้อมูลที่ได้จากการประเมินผลการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้รูปแบบ TUAYANG Model ร่วมกับฝ่ายบริหาร คณะครู บุคลากร และนักเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้และข้อคิดเห็นต่าง ๆสำหรับใช้ในการพัฒนาโครงการ/กิจกรรมในครั้งต่อไป
๖. บทเรียนที่ได้รับ
๖.๑ ข้อสรุป
การดำเนินโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ด้วยการบูรณาการกิจกรรมที่เสริมสร้างความรู้คู่คุณธรรรม ให้นักเรียนมีทักษะและการป้องกันตนเอง มีความรู้เรื่องยาเสพติด รู้จักการป้องกันหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ รวมทั้งความรนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติกิจกรรมที่สร้างสรรค์ตามความถนัดและความสนใจของนักเรียน สร้างความเป็นผู้นำ กล้าคิดกล้าทำและกล้าตัดสินใจ เลือกปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้องที่สอดคล้องกับวัยของนักเรียน รู้จักคิดและแก้ไขปัญหาด้วยตัวนักเรียนเอง
ในการปฏิบัติกิจกรรม/โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข โดยการเสริมสร้างความรู้คู่คุณธรรม ด้วยรูปแบบ TUAYANG Model เป็นการเสริมสร้างความรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้เข้าใจตนเอง และยอมรับผู้อื่น มีทักษะและพฤติกรรมอันพึงประสงค์ที่ดีเกิดขึ้นกับตัวนักเรียน โดยเน้นกิจกรรมที่เสริมสร้างทักษะให้นักเรียนมีส่วนร่วมและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การใช้กิจกรรมถือเป็นการจัดการเรียนการสอนที่ทำให้นักเรียนเกิดการเรียบรู้ที่ดีดีอีกวิธีหนึ่ง เพราะนักเรียนจะเกิดการเรียนรู้และได้แสดงออกทางพฤติกรรมและความคิดอย่างสร้างสรรค์จากการพัฒนานวัตกรรมทางการเรียนรู้ที่เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างสูงสุด
๖.๒ ข้อเสนอแนะ
๑) สถานศึกษาต้องพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ส่งเสริมให้บุคลากรเข้ารับการอบรม มีความรู้ที่ทันต่อ
เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของสังคม
๒) มีการดำเนินการกิจกรรม/โครงการอย่างเป็นระบบ หมั่นตรวจสอบ ติดตามผล และประเมินผล
อย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำข้อผิดพลาดมาปรับใช้ในการกิจกรรม/โครงการในครั้งต่อไป
๓) ส่งเสริมให้คณะครูผู้สอนนำกิจกรรมการเรียนรู้ไปบูรณาการและปรับใช้กับการจัดการเรียนการ
สอนในห้องเรียนในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้สอดคล้องกับระดับชั้นการศึกษาของนักเรีย
4) การนำความรู้ไปเผยแพร่ต่อสังคมและชมชนที่เกี่ยวข้องที่เป็นประโยชน์ต่อบุคคลอื่น เพื่อการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความรู้ใหม่ ๆ ตามการเปลี่ยนแปลงและทันต่อสังคมปัจจุบัน