พระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐ การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน ๔ ด้าน มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ข้อนี้มีคำขยายว่า ต้องมีความรู้ความเข้าใจที่มีต่อชาติบ้านเมือง ยึดมั่นในศาสนา มั่นคงในสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชุมชนของตน มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม ข้อนี้มีคำขยายว่า ให้รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด-ที่ถูก สิ่งชั่ว-สิ่งดี เพื่อปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบที่ดีงาม ปฏิเสธสิ่งที่ผิดที่ชั่ว เพื่อสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง มีงานทำ มีอาชีพ ข้อนี้มีคำขยายว่า ต้องให้เด็กรักงาน สู้งาน ทำงานจนสำเร็จ อบรมให้เรียนรู้การทำงาน ให้สามารถเลี้ยงตัวและเลี้ยงครอบครัวได้ เป็นพลเมืองดี ข้อนี้มีคำขยายว่า การเป็นพลเมืองดีเป็นหน้าที่ของทุกคน สถานศึกษาและสถานประกอบการต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทำหน้าที่พลเมืองดี การเป็นพลเมืองดีหมายถึงการมีน้ำใจ มีความเอื้ออาทร ต้องทำงานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญประโยชน์ เห็นอะไรที่จะทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ พระบรมราโชบายทั้งหมดนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินกว่าครูจะทำและสั่งสอนศิษย์ให้ทำได้ หากครูตั้งใจสร้างศิษย์ให้ได้ผลตามพระบรมราโชบายทั้ง ๔ ข้อนี้ก็จะทำให้ชาติบ้านเมืองเจริญ ไม่มีคนที่นิ่งดูดายปล่อยให้เกิดความชั่ว ความไม่ดีในบ้านเมือง ที่สำคัญประการหนึ่งคือ การรู้จักแยกแยะสิ่งที่ถูกที่ผิด สิ่งที่ดีที่ชั่ว และเลือกรับเลือกทำแต่ทางที่ถูกที่ดี เด็กไทยควรรู้จักใช้วิจารณญาณของตน ไม่ตามแฟชั่นตามสังคมโดยไร้สติ อีกประการหนึ่งที่ควรน้อมนำมาใส่เกล้าฯ คือ พระบรมราโชบายที่ว่า เห็นอะไรที่ควรทำเพื่อบ้านเมืองก็ต้องทำ คนไทยเห็นอะไรที่ควรทำเพื่อบ้านเมืองก็ต้องลงมือทำ ไม่ปล่อยให้ผ่านไปด้วยความคิดว่า ธุระไม่ใช่
พระบรมราโชวาทอันแสดงถึงพระราชปณิธานที่จะพัฒนาพลเมืองให้มีคุณภาพ สามารถพึ่งพาตนเองได้ ด้วยการให้การศึกษานี้ นับเป็นแนวทางปฏิบัติทั้งในการให้การศึกษาและทำงานอย่างครบถ้วน ก่อให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาการศึกษา ทั้งในระบบโรงเรียนและการศึกษานอกโรงเรียน
โครงการน้อมนำพระบรมราโชบายดานการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์สู่การบูรณาการเพื่อจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษา มุ่งเน้นใหผู้เรียนมีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบานเมือง มีหลักคิดที่ถูกต้อง และเป็นพลเมืองดี ของชาติ มีคุณธรรม จริยธรรม มีค่านิยมที่พึงประสงค์ มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบตอสังคมและผู้อื่น ซื่อสัตย์ สุจริต มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม สงผลให้ประเทศชาติมีความมั่นคง ด้วยการธำรงไว้ซึงสถาบันหลักที่สำคัญของชาติ ความหมายที่สำคัญของการศึกษาคือกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาวิชาการและประสบการณ์แก่ผู้เรียนให้มีความรู้ ความคิด สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสงบสุข และแก้ปัญหาได้ และการศึกษามิได้เกิดขึ้นเฉพาะในโรงเรียน หากแต่ขยายวงกว้างออกไปสู่การจัดโครงการต่างๆ ด้วยวิธีการและจุดประสงค์ที่สอดคล้องกับความต้องการของชีวิต การศึกษาเช่นนี้เป็นของแท้ที่เกิดจากความเมตตาและห่วงใยของครูผู้มุ่งช่วยเหลือศิษย์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตาหาวิธีถ่ายทอดสรรพวิทยาการที่ครอบคลุมหลายสาขาผ่านโครงการตามพระราชประสงค์ที่ได้ทรงศึกษาข้อมูลทุกด้านไว้แล้วอย่างรอบคอบ ด้วยการทรงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และสาธิตให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในปัญหา และวิธีการแก้ไขที่ถูกต้องอันจะทำให้ทุกคนสามารถพึ่งตัวเองได้อย่างยั่งยืน ดังพระบรมราโชวาท ความรู้นั้นสำคัญยิ่งใหญ่ เพราะเป็นปัจจัยให้เกิดความฉลาดสามารถ และความเจริญก้าวหน้า มนุษย์จึงใฝ่ศึกษากันอย่างไม่รู้จบสิ้น แต่เมื่อพิเคราะห์ดูแล้ว การเรียนความรู้แม้มากมายเพียงใด บางที่ก็ไม่ช่วยให้ฉลาดหรือเจริญได้เท่าไรนัก ถ้าหากเรียนไม่ถูกถ้วน ไม่รู้จริงแท้ การศึกษาหาความรู้จึงสำคัญตรงที่ว่า ต้องศึกษาเพื่อให้เกิด ความฉลาดรู้ คือรู้แล้วสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงๆ โดยไม่เป็นพิษ เป็นโทษ การศึกษาเพื่อความฉลาดรู้ มีข้อปฏิบัติที่น่าจะยึดเป็นหลักอย่างน้อยสองประการ ประการแรกเมื่อจะศึกษาสิ่งใดเรื่องใดให้รู้จริง ควรจะได้ศึกษาให้ตลอดครบถ้วน ทุกแง่ทุกมุม ไม่ใช่เรียนรู้แต่เพียงบางส่วนบางตอน หรือเพ่งเล็งเฉพาะแต่เพียงบางแง่บางมุม อีกประการหนึ่งซึ่งจะต้องปฏิบัติประกอบพร้อมกันไปด้วยเสมอ คือต้องพิจารณาศึกษาเรื่องนั้น ๆ ด้วยความคิดจิตใจที่ตั้งมั่นเป็นปรกติ และเที่ยงตรง เป็นกลาง ไม่ยอมให้รู้เห็นและเข้าใจตามอำนาจ ความเหนี่ยวนำของอคติ ไม่ว่าจะเป็นอคติฝ่ายชอบหรือฝ่ายชัง มิฉะนั้นความรู้ที่เกิดขึ้นจะไม่เป็นความรู้แท้ หากแต่เป็นความรู้ที่ถูกอำพรางไว้ หรือที่คลาดเคลื่อนวิปริตไปต่างๆ จะนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์จริงๆ โดยปราศจากโทษไม่ได้
การศึกษาเป็นกระบวนการที่มุ่งพัฒนาบุคคลให้มีความเจริญงอกงามตามทิศทางที่สังคมปรารถนาโดยพยายามเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของสังคม เพราะการศึกษาเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศชาติต่อไป การศึกษาจะต้องสร้างคนให้เป็นคนดี คนเก่ง และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข นั่นคือ ทำให้คนไทยมีคุณภาพที่พึงประสงค์ โดยจะต้องเป็นผู้ที่มีความใฝ่รู้ รักที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต รู้จักคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ มีเหตุผล มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พุทธศักราช 2545 โดยหมวดที่ 6 มาตรา 47 กล่าวไว้ว่า ให้มีระบบประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับประกอบด้วย ระบบประกันคุณภาพภายในและระบบประกันคุณภาพภายนอก ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และมาตรา 48 เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก
โรงเรียนบ้านปาโจเป็นโรงเรียนขนาดกลาง จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา(อนุบาล) ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนแต่ละปีประมาณ 18๒ คน มีครูและบุคลากรทางการศึกษา 20 คน ผลการจัดการศึกษาที่ผ่านมาคุณภาพโดยทั่วไปอยู่ในระดับ ดี อย่างไรก็ตามจากการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกปีการศึกษา 2567 มีผลการประเมินในรายงานการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของโรงเรียนบ้านปาโจในรอบที่ 4 ได้ให้ข้อเสนอแนะโรงเรียนไว้ว่า ควรจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา และแผนปฏิบัติการประจำปีอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา กำหนดแผนงาน โครงการ/กิจกรรมในการพัฒนา โดยกำหนดเป้าหมาย ระบุวิธีการดำเนินงาน วิธีการประเมินผลและสรุปผลการดำเนินงาน โดยเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับเป้าหมายตามแผนที่วางไว้ว่าเป็นไปตามแผน หรือสูงกว่าแผน หรือต่ำกว่าแผน โดยการนำผลจากการประเมินในปีที่ผ่านมา หรือผลการประเมินคุณภาพภายนอก หรือผลจากการชี้แนะในการกำกับ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาใช้พัฒนาคุณภาพสถานศึกษา และการรายงานผลการดำเนินงานของสถานศึกษาให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ เช่น การประชุมครู หรือผู้ปกครอง หรือการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา เป็นต้น
ความสำคัญประการแรกของนวัตกรรมนี้อยู่ที่การมุ่งเน้นการสร้างทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ซึ่งถือเป็นรากแก้วของความเป็นไทย โดยการปลูกฝังให้นักเรียนทั้ง ๑๘๒ คน มีความเข้าใจในสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การเรียนรู้ไม่ได้เป็นเพียงการท่องจำประวัติศาสตร์ แต่เป็นการสร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง SUK 5E SMART Model นวัตกรรมการเรียนรู้เชิงรุก ปลูกรากฐานพลเมืองดี ตามรอยพระบรมราโชบายสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน ได้เปลี่ยนห้องเรียนให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความกตัญญูต่อแผ่นดินและมีจิตสำนึกในการรักษาสมบัติของชาติ การที่เด็กประถมศึกษาได้รับฟังและซึมซับพระบรมราโชบายผ่านกิจกรรมที่สนุกสนานและเหมาะสมกับวัย จะช่วยให้พวกเขามีทัศนคติที่มั่นคง ไม่โอนอ่อนไปตามกระแสทางสังคมที่อาจบิดเบือนความจริง
เมื่อนักเรียนมีทัศนคติที่ถูกต้องแล้ว นวัตกรรมนี้ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงและมีคุณธรรม ซึ่งเป็นเกราะป้องกันภัยจากอบายมุขและสิ่งยั่วยุต่างๆ ในสังคม การน้อมนำพระบรมราโชบายมาสู่การปฏิบัติทำให้สถานศึกษาแห่งนี้เน้นการสอนให้นักเรียนรู้จักแยกแยะสิ่งที่ถูก-ผิด สิ่งที่ดี-ชั่ว ครูทั้ง ๑๕ คนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผู้สอน แต่ทำหน้าที่เป็น "แบบอย่าง" หรือ Mentor ที่คอยชี้แนะและส่งเสริมให้นักเรียนเลือกปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบและสิ่งที่ดีงาม ความมั่นคงในจิตใจนี้เองที่จะกลายเป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญที่สุดในการก้าวข้ามอุปสรรคในอนาคต นวัตกรรม SUK 5E SMART Model นวัตกรรมการเรียนรู้เชิงรุก ปลูกรากฐานพลเมืองดี ตามรอยพระบรมราโชบายสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน จึงเปรียบเสมือนการหล่อหลอมคุณลักษณะนักเรียนให้มีวินัยในตนเอง มีความซื่อสัตย์ และมีความเพียรพยายาม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข ในส่วนของการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีงานทำและมีอาชีพ นวัตกรรมนี้ได้เปลี่ยนมุมมองของการเรียนรู้จากการศึกษาเพื่อสอบแข่งขัน เป็นการศึกษาเพื่อการมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ การปลูกฝังให้เด็กรักงาน สู้งาน และทำงานจนสำเร็จถือเป็นเป้าหมายสำคัญ ครูได้ออกแบบกิจกรรมบูรณาการที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นพบศักยภาพของตนเองผ่านทักษะอาชีพเบื้องต้น การที่เด็กๆ ได้ฝึกฝนการทำงานอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากกระบวนการคิด การวางแผน และการลงมือทำด้วยตนเอง จะช่วยให้พวกเขารู้สึกถึงคุณค่าของเงินและหยาดเหงื่อแรงงาน สิ่งนี้สอดคล้องกับแนวทางการน้อมนำพระบรมราโชบายที่มุ่งหวังให้สถานศึกษาเป็นโรงเรียนที่สร้างอาชีพ และเตรียมความพร้อมให้กับผู้เรียนให้สามารถเลี้ยงตัวและดูแลครอบครัวได้ในวันข้างหน้า นวัตกรรมนี้จึงไม่ได้เพียงสอนให้เด็กเก่งวิชาการ แต่สอนให้เด็ก "เก่งงาน" และ "รักการทำงาน" อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ความเป็นพลเมืองดีถือเป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่นวัตกรรม SUK 5E SMART Model นวัตกรรมการเรียนรู้เชิงรุก ปลูกรากฐานพลเมืองดี ตามรอยพระบรมราโชบายสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน ให้ความสำคัญอย่างเข้มข้น การเป็นพลเมืองดีไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม นวัตกรรมนี้ได้ปลูกฝังให้นักเรียน ๑๘๒ คนมีจิตอาสาและจิตสาธารณะ ผ่านกิจกรรมการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสถานศึกษาและชุมชนรอบข้าง การที่เด็กๆ ได้เห็นรอยยิ้มจากการเป็นผู้ให้ จะช่วยสร้างความตระหนักว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่มีหน้าที่ต้องดูแลรับผิดชอบร่วมกัน ครูทั้ง 15 คนได้ร่วมกันออกแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีอย่างสร้างสรรค์ เช่น การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน หรือการเป็นมัคคุเทศก์น้อยแนะนำประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเจ้าเมืองยาลอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการน้อมนำพระบรมราโชบายสู่การปฏิบัติที่เห็นผลเป็นรูปธรรม บทบาทของครูทั้ง ๑๕ คนในโรงเรียนวิชาการสำหรับครูมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของนวัตกรรมนี้ การขับเคลื่อนงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจและการทำงานเป็นทีม การที่ครูทุกคนเข้าใจในเป้าหมายเดียวกันคือการพัฒนาศิษย์ให้บรรลุตามพระบรมราโชบายทั้ง ๔ ด้าน ทำให้เกิดการแบ่งปันความรู้และการวิเคราะห์แนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับวัยของนักเรียน การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรและกิจกรรมบูรณาการจึงมีความหลากหลายและไม่ซ้ำซาก นวัตกรรม SUK 5E SMART Model นวัตกรรมการเรียนรู้เชิงรุก ปลูกรากฐานพลเมืองดี ตามรอยพระบรมราโชบายสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน จึงไม่ได้เป็นเพียงแผนงานในกระดาษ แต่เป็นวิธีปฏิบัติจริงที่เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำมีอาชีพและการเป็นพลเมืองดียิ่งขึ้นต่อไป
วัตถุประสงค์และเป้าหมายวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ
๑) เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำมีอาชีพและเป็นพลเมืองดี
๒) เพื่อให้ชุมชนบ้านปาโจมีความรู้ความเข้าใจและทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมืองมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำมีอาชีพและเป็นพลเมืองดี
เป้าหมาย
เชิงปริมาณ
๑) นักเรียนร้อยละ ๘๐ มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำมีอาชีพและเป็นพลเมืองดี
๒) ผู้ปกครองนักเรียน เยาวชนบ้านปาโจ ร้อยละ ๘๐ มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำมีอาชีพและเป็นพลเมืองดี
เชิงคุณภาพ
๑) นักเรียนมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำมีอาชีพและเป็นพลเมืองดี
๒) ผู้ปกครองนักเรียน เยาวชนบ้านปาโจ มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำมีอาชีพและเป็นพลเมืองดี