ปัญหาการทุจริตเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในทุกมิติ การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ถูกต้องให้แก่ผู้เรียนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สถานศึกษามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความซื่อสัตย์สุจริต และไม่ยอมรับการทุจริต
จากวิเคราะสภาพปัญหาและอุปสรรคของโรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง(ไสวราษฎร์อุปถัมภ์) พบว่า
ด้านครูผู้สอนร้อยละ 77.27 ครูยังขาดความเข้าใจในเนื้อหา ต้านทุจริตศึกษาอย่างแท้จริง ครูร้อยละ 56.81 ใช้วิธีการสอนแบบบรรยาย เน้นท่องจำ มากกว่าการเน้นการสอนที่สร้างทักษะและพฤติกรรมคุณธรรม ครูขาดทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ครูส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ การนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้จัดการเรียนการสอนอย่างเป็นรูปธรรม ด้านนักเรียน นักเรียนส่วนใหญ่มองว่าเรื่องทุจริตเป็นเรื่องไกลตัวจึงไม่เห็นความสำคัญของการเรียนเรียนรู้ นักเรียนขาดการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และเนื้อหาที่เรียนไม่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ข้าพเจ้าในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง(ไสวราษฎร์อุปถัมภ์) จึงนำข้อมูลดังกล่าวที่ได้ผ่านการวิเคราะห์และสังเคราะห์มาจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุก โดยใช้หลักการมีส่วนร่วมและนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ร่วมกับแนวความคิด ในการบริหารสถานศึกษาและแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองคุณภาพ ให้เหมาะสมกับนักเรียนและสถานการณ์โลกในยุคปัจจุบัน ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงได้พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองคุณภาพ SAWAIRAT MODEL เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการที่เป็นระบบ มีความชัดเจน และสามารถนำไปใช้ได้จริงในสถานศึกษา โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การจัดการเรียนรู้เชิงรุก การบูรณาการหลักสูตรและการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และไม่ยอมรับการทุจริตโดยมี
วัตถุประสงค์เพื่อ
1. เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะ 5 ประการของโรงเรียนสุจริต
2 เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครู
3. เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
รูปแบบการบริหารจัดการหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองคุณภาพ มีขั้นตอนการขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมรูปแบบการบริหารจัดการหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองคุณภาพ
ขั้นตอนที่ 2 การสร้างนวัตกรรมรูปแบบการบริหารจัดการหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองคุณภาพ SAWAIRAT MODEL
S = Stakeholder Participation หมายถึง การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารและจัดการเรียนรู้ที่ประกอบด้วย ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมวางแผน การดำเนินงานและการประเมินผล
A = Awareness & Attitude หมายถึง การสร้างจิตสำนึกและเจตคติที่ดีต่อการต่อต้านการทุจริต เสริมสร้างวินัย ความซื่อสัตย์สุจริต การกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องฝึกให้นักเรียนตัดสินใจอย่างมีจริยธรรม
W = Work Process (PDCA) หมายถึง การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย การวางแผนหลักสูตร/กิจกรรม ดำเนินการจัดการเรียนรู้ ประเมินผล ปรับปรุงพัฒนา
A = Active Learning หมายถึง การจัดการเรียนรู้เชิงรุก ใช้การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน การจัดกิจกรรมสถานการณ์จำลอง ฝึกคิดวิเคราะห์ แยกแยะถูก-ผิด เน้น ลงมือทำจริง
I = Integration หมายถึง การบูรณาการหลักสูตร เชื่อมโยงกับทุกกลุ่มสาระ บูรณาการกับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
และเรียนรู้แบบเชื่อมโยงชีวิตจริง
R = Reinforcement หมายถึง การเสริมแรงและสร้างพฤติกรรมที่ยั่งยืนโดยการเชื่อมโยงกับการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
A = Assessment หมายถึง การวัดและประเมินผลในด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ ใช้แบบประเมินพฤติกรรมจริงและมีการสะท้อนผล
T = Technology & Transparency หมายถึง การใช้เทคโนโลยีและความโปร่งใส โดยการใช้สื่อดิจิทัลในการเรียนรู้และส่งเสริม Digital Citizenship
ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้นวัตกรรมการบริหารจัดการหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองคุณภาพ SAWAIRAT MODEL
ขั้นตอนที่ 4การรับรองนวัตกรรม การนำรูปแบบไปใช้จริงและขยายผลเผยแพร่ผลงาน
ผลการประเมินผลลัพธ์เชิงพฤติกรรมและผลลัพธ์เชิงวัฒนธรรมองค์กร โดยการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามจำนวน 20 ข้อ จากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2568 รวมจำนวน 635 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวม 48 คน รวมผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 683 คน โดยมีผลการประเมินดังนี้
1 การเปลี่ยนแปลงทางด้านความรู้ ความเข้าใจ ความคิด มีผลการประเมินคิดเป็นร้อยละ 95.16
2 การเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ ความรู้สึก ทัศนคติ ค่านิยม มีผลการประเมินคิดเป็นร้อยละ 92.97
3 การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม มีผลการประเมินคิดเป็นร้อยละ 98.53