ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาทักษะการทำงานตามขั้นตอนและความสามารถในการอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงานของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการการจัดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับ KARN Model ผ่านกิจกรรมการจัดสวนถาดแบบชื้น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดหินลาด

รายงานผลแบบวิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practice)

……………………………………………….

ชื่อผลงาน การพัฒนาทักษะการทำงานตามขั้นตอนและความสามารถในการอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงานของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการการจัดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับ KARN Model ผ่านกิจกรรมการจัดสวนถาดแบบชื้น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดหินลาด

ชื่อผู้เสนอผลงาน นายณัฐวรรธน์ คุ้มคำ

ตำแหน่ง ครูชำนาญการ โรงเรียนวัดหินลาด

ประเภทผลงาน/นวัตกรรม

( ) การบริหารด้านการจัดการศึกษา.....................................................

() การจัดการเรียนรู้ การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4-6

1. สภาพปัจจุบัน/ปัญหา

1.1 สภาพปัจจุบัน/ปัญหา

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มุ่งเน้นให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ โดยยึดหลักว่าผู้เรียนมีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้แตกต่างกัน อีกทั้งหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง การลงมือปฏิบัติ และการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะการทำงานร่วมกัน การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการจัดการตนเอง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับผู้เรียนทุกกลุ่ม รวมถึงนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disabilities : LD) มักประสบปัญหาในด้านการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ การจดจำ รวมถึงการวางแผนและการจัดระบบความคิด ส่งผลให้การเรียนรู้ในชั้นเรียนปกติเป็นไปอย่างล่าช้า ขาดความมั่นใจในตนเอง และไม่กล้าแสดงออกทางความคิด สอดคล้องกับแนวคิดของ Kirk and Gallagher ที่กล่าวว่า ผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ต้องได้รับการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับศักยภาพ เน้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง และการใช้สื่อหรือกิจกรรมที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะทางวิชาการและทักษะชีวิตได้อย่างเหมาะสม

จากการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน พบว่า ผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้มักมีข้อจำกัดด้านสมาธิ ความสามารถในการคิดเชื่อมโยง การวางแผนการทำงาน และการสื่อสารอธิบายขั้นตอนของตนเอง อีกทั้งยังมีปัญหาในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เช่น การแบ่งหน้าที่ ความรับผิดชอบ และการช่วยเหลือกันภายในกลุ่ม ส่งผลให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบเดิมซึ่งเน้นการอธิบายเชิงทฤษฎีเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing) ของ John Dewey ที่กล่าวว่า ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายเมื่อได้ลงมือปฏิบัติจริงผ่านประสบการณ์ตรง รวมทั้งแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) ของ Jean Piaget ซึ่งเชื่อว่าผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ได้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและประสบการณ์รอบตัว นอกจากนี้ Lev Vygotsky ยังได้เสนอแนวคิดเรื่องการเรียนรู้ทางสังคม (Social Constructivism) ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือจากเพื่อนหรือครู ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดทำจึงเห็นความสำคัญของการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติจริง ผ่าน “กิจกรรมการจัดสวนถาดแบบชื้น” ในรายวิชาการงานอาชีพ เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการทำงานอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผน การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ การออกแบบ การลงมือปฏิบัติ การดูแลรักษา ตลอดจนการอธิบายขั้นตอนการทำงานของตนเอง อีกทั้งยังส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม การช่วยเหลือกัน และการสร้างความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

นอกจากนี้ กิจกรรมการจัดสวนถาดแบบชื้นยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ และการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข ลดความตึงเครียด และสามารถพัฒนาทักษะชีวิตได้อย่างเหมาะสมตามศักยภาพของแต่ละบุคคล อันเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เกิดทักษะการทำงานและสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

ดังนั้น ผู้จัดทำจึงมีความสนใจพัฒนารูปแบบวิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practice) เพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมการจัดสวนถาดแบบชื้นเป็นฐานในการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการทำงานตามขั้นตอน ความสามารถในการอธิบายขั้นตอนการทำงาน และทักษะการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดหินลาด ให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนต่อไป

1.2 แนวทางการแก้ปัญหา/พัฒนา

จากสภาพปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disabilities : LD) ซึ่งพบว่าผู้เรียนมีข้อจำกัดด้านการทำงานตามลำดับขั้นตอน การอธิบายกระบวนการทำงาน และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ผู้จัดทำจึงได้พัฒนาแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ KARN Model ร่วมกับกิจกรรม “การจัดสวนถาดแบบชื้น” ในรายวิชาการงานอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดหินลาด เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง สามารถเรียนรู้ได้ตามศักยภาพ และเกิดพัฒนาการด้านทักษะการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม

KARN Model เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกระบวนการปฏิบัติ การมีส่วนร่วม และการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ช่วยลดความซับซ้อนของเนื้อหา ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ทีละขั้นตอนอย่างชัดเจน เข้าใจง่าย และเกิดความภาคภูมิใจในตนเองจากการสร้างชิ้นงานจริง

แนวทางการดำเนินงานตาม KARN Model

K : Knowledge Learning

(การเรียนรู้จากความรู้และประสบการณ์)

ครูจัดกิจกรรมกระตุ้นความสนใจเกี่ยวกับการจัดสวนถาดแบบชื้น โดยใช้ภาพ ตัวอย่างผลงานจริง และการสาธิตขั้นตอนอย่างง่าย เพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ วิธีการจัดสวน และประโยชน์ของการทำงานเป็นขั้นตอน พร้อมทั้งใช้คำถามกระตุ้นการคิดและเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมของผู้เรียน

ในขั้นนี้ ครูจะใช้วิธีอธิบายแบบสั้น กระชับ ชัดเจน และแบ่งเนื้อหาเป็นลำดับขั้น เพื่อช่วยให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้สามารถจดจำและเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น ส่งผลให้นักเรียนเกิดความพร้อมก่อนลงมือปฏิบัติจริง

ผลที่เกิดขึ้น

นักเรียนเริ่มเข้าใจขั้นตอนการทำงาน กล้าซักถาม และสามารถบอกวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดสวนถาดแบบชื้นได้อย่างถูกต้อง

A : Action Learning

(การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ)

นักเรียนลงมือปฏิบัติการจัดสวนถาดแบบชื้นด้วยตนเอง โดยครูแบ่งขั้นตอนการทำงานอย่างชัดเจน เช่น การเตรียมดิน การเลือกต้นไม้ การจัดวางองค์ประกอบ และการดูแลรักษา พร้อมใช้ใบงานภาพประกอบและการสาธิตซ้ำในจุดที่นักเรียนยังไม่เข้าใจ

ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก และช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ทำให้นักเรียนเกิดทักษะการทำงานจากประสบการณ์ตรง

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดของ John Dewey ที่เชื่อว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุดเกิดจากการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing)

ผลที่เกิดขึ้น

นักเรียนสามารถปฏิบัติงานตามขั้นตอนได้ดีขึ้น มีสมาธิในการทำงาน และเกิดความภาคภูมิใจเมื่อสามารถสร้างผลงานของตนเองได้สำเร็จ

R : Relationship Learning

(การเรียนรู้ผ่านความสัมพันธ์และการทำงานร่วมกัน)

ครูจัดกิจกรรมให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม ฝึกการแบ่งหน้าที่ การช่วยเหลือกัน และการสื่อสารภายในกลุ่ม เช่น การช่วยกันเลือกต้นไม้ การตกแต่งสวน และการดูแลความเรียบร้อยของผลงาน

นักเรียนได้เรียนรู้การยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น ฝึกความรับผิดชอบ และสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนในชั้นเรียน ซึ่งเหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ที่มักขาดความมั่นใจในการเข้าสังคม

แนวคิดนี้สอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมของ Lev Vygotsky ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์และการช่วยเหลือกันในสังคม

ผลที่เกิดขึ้น

นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีขึ้น กล้าแสดงความคิดเห็น มีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อน และมีความสุขในการเรียนรู้ร่วมกัน

N : Network and Reflection

(การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้และการสะท้อนผล)

หลังเสร็จกิจกรรม นักเรียนร่วมกันนำเสนอผลงาน อธิบายขั้นตอนการจัดสวนถาดแบบชื้น และสะท้อนสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้จากการทำกิจกรรม ครูใช้คำถามง่าย ๆ เพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถสรุปขั้นตอนการทำงานและปัญหาที่พบระหว่างการปฏิบัติงานได้

นอกจากนี้ ครูยังเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง ชุมชน หรือครูในโรงเรียนร่วมชื่นชมผลงานของนักเรียน เพื่อสร้างกำลังใจและเสริมแรงทางบวกแก่ผู้เรียน

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดการสะท้อนผลการเรียนรู้ (Reflection) ที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการคิดทบทวนและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ผลที่เกิดขึ้น

นักเรียนสามารถอธิบายขั้นตอนการทำงานของตนเองได้ชัดเจนขึ้น มีความมั่นใจในการสื่อสาร และเห็นคุณค่าในผลงานของตนเอง

ผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

หลังจากนำ KARN Model มาใช้ร่วมกับกิจกรรมการจัดสวนถาดแบบชื้น พบว่า นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่

1. นักเรียนสามารถปฏิบัติงานตามลำดับขั้นตอนได้ดีขึ้น

2. นักเรียนสามารถอธิบายขั้นตอนการทำงานของตนเองได้

3. นักเรียนมีสมาธิและความรับผิดชอบในการทำงานมากขึ้น

4. นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับเพื่อนได้อย่างมีความสุข

5. นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้

6. ผลงานของนักเรียนมีความสมบูรณ์และสร้างสรรค์มากขึ้น

ส่งผลให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาการงานอาชีพมีประสิทธิภาพ สามารถพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสมตามศักยภาพ และเป็นแนวทางที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้อื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสม

3. ใช้กระบวนการ PDCA ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้จัดทำได้นำวงจรคุณภาพ PDCA มาใช้ในการบริหารจัดการ ดังนี้

P : Plan (วางแผน)

• ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของผู้เรียน

• วิเคราะห์ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

• ออกแบบกิจกรรมการจัดสวนถาดแบบชื้นโดยใช้ KARN Model

• จัดเตรียมสื่อ วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือวัดประเมินผล

D : Do (ดำเนินการ)

• จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามขั้นตอนของ KARN Model

• ส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Active Learning

• ฝึกผู้เรียนให้ลงมือปฏิบัติจริงผ่านกิจกรรมกลุ่ม

• ครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

C : Check (ตรวจสอบ)

• ประเมินผลการพัฒนาทักษะการจัดการในการทำงาน

• สังเกตพฤติกรรมการทำงานร่วมกันของผู้เรียน

• ประเมินชิ้นงานและกระบวนการทำงาน

• สะท้อนผลการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างครูและผู้เรียน

A : Act (ปรับปรุงพัฒนา)

• นำผลการประเมินมาปรับปรุงกิจกรรมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

• พัฒนาสื่อและวิธีการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน

• ขยายผลการดำเนินงานสู่ระดับชั้นอื่นหรือกิจกรรมอื่นในโรงเรียน

4. ส่งเสริมแรงเสริมทางบวกและความภาคภูมิใจในตนเอง

ครูใช้การเสริมแรงทางบวก เช่น คำชมเชย การแสดงผลงาน และการมอบเกียรติบัตร เพื่อสร้างกำลังใจและความภาคภูมิใจในตนเองให้แก่ผู้เรียน ช่วยให้นักเรียนเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ กล้าแสดงออก และมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น

5. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ

โรงเรียนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างครู ผู้ปกครอง และชุมชน ในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ การร่วมให้กำลังใจผู้เรียน และการเผยแพร่ผลงานของนักเรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในและนอกห้องเรียน

สรุปแนวทางการแก้ปัญหา/การพัฒนา

การพัฒนาผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้โดยใช้ KARN Model ผ่านกิจกรรมการจัดสวนถาดแบบชื้น เป็นแนวทางที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้ฝึกทักษะการจัดการในการทำงาน การคิดวางแผน และการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านทักษะชีวิต ทักษะสังคม และความภาคภูมิใจในตนเองเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่สามารถประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผู้เรียนกลุ่มอื่นได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

โพสต์โดย ครูกานต์ : [3 มิ.ย. 2569 (09:10 น.)]
อ่าน [96] ไอพี : 49.237.111.15
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 47,828 ครั้ง
พรหมวิหาร 4
พรหมวิหาร 4

เปิดอ่าน 34,994 ครั้ง
คู่มือประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนฯ ตามหลักสูตรแกนกลางฯ 2551 ชั้นม. 6
คู่มือประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนฯ ตามหลักสูตรแกนกลางฯ 2551 ชั้นม. 6

เปิดอ่าน 4,382 ครั้ง
Computer Graphic คืออะไร
Computer Graphic คืออะไร

เปิดอ่าน 16,647 ครั้ง
ติดพนันเสียคนตอนแก่เนื่องมาจากเป็นเพราะสมองเสื่อมโทรม
ติดพนันเสียคนตอนแก่เนื่องมาจากเป็นเพราะสมองเสื่อมโทรม

เปิดอ่าน 17,416 ครั้ง
อวัยวะภายนอกและการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
อวัยวะภายนอกและการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

เปิดอ่าน 20,546 ครั้ง
พระลักษมี
พระลักษมี

เปิดอ่าน 29,406 ครั้ง
ดอกไม้ ประจำวันเกิด
ดอกไม้ ประจำวันเกิด

เปิดอ่าน 12,077 ครั้ง
ตูนส์ศึกษา : หลักฐานยอดฮิต ที่แสดงว่าเด็กไทยคิดเป็น
ตูนส์ศึกษา : หลักฐานยอดฮิต ที่แสดงว่าเด็กไทยคิดเป็น

เปิดอ่าน 12,349 ครั้ง
"เดอะ เกรท ไฟร์วอลล์" กรณีศึกษา "อินเทอร์เน็ต เกตเวย์" จากจีน
"เดอะ เกรท ไฟร์วอลล์" กรณีศึกษา "อินเทอร์เน็ต เกตเวย์" จากจีน

เปิดอ่าน 58,957 ครั้ง
ดวงอาทิตย์ ส่องแสงได้อย่างไร
ดวงอาทิตย์ ส่องแสงได้อย่างไร

เปิดอ่าน 32,717 ครั้ง
กินให้ผอมใน 14 วัน! ลองทำดูสิ
กินให้ผอมใน 14 วัน! ลองทำดูสิ

เปิดอ่าน 198,238 ครั้ง
ตำนาน บ้านบางระจัน
ตำนาน บ้านบางระจัน

เปิดอ่าน 17,011 ครั้ง
ปลูกมะนาว 10 ไร่ รายได้ 1.8 ล้านบาทต่อปี
ปลูกมะนาว 10 ไร่ รายได้ 1.8 ล้านบาทต่อปี

เปิดอ่าน 32,325 ครั้ง
ชมกันหรือยัง? เทคนิคการสอน ห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom)
ชมกันหรือยัง? เทคนิคการสอน ห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom)

เปิดอ่าน 16,138 ครั้ง
เชื้อรา และผื่นเรื่องต้องระวังเมื่อถึงหน้าร้อน
เชื้อรา และผื่นเรื่องต้องระวังเมื่อถึงหน้าร้อน

เปิดอ่าน 14,377 ครั้ง
สภาวะการศึกษาไทย ปี 2557/2558 จะปฏิรูปการศึกษาไทยให้ทันโลกในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร
สภาวะการศึกษาไทย ปี 2557/2558 จะปฏิรูปการศึกษาไทยให้ทันโลกในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร
เปิดอ่าน 13,251 ครั้ง
วิธีลดความมันบริเวณรอบจมูก
วิธีลดความมันบริเวณรอบจมูก
เปิดอ่าน 40,523 ครั้ง
ความรู้พื้นฐานที่นักถ่ายรูปทุกคนควรทราบ
ความรู้พื้นฐานที่นักถ่ายรูปทุกคนควรทราบ
เปิดอ่าน 30,214 ครั้ง
เทคโนโลยี 3G คืออะไร
เทคโนโลยี 3G คืออะไร
เปิดอ่าน 11,323 ครั้ง
สตอเรจแก้วเก็บข้อมูลได้หลายร้อยล้านปี
สตอเรจแก้วเก็บข้อมูลได้หลายร้อยล้านปี

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ