ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ประจำปีการศึกษา 2568 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน O-NET วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วย SMART Science Model ร่วมกับชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัด

1. สภาพปัจจุบัน/ ปัญหา

1.1 สภาพปัจจุบัน ปัญหา

วิทยาศาสตร์เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เนื่องจากวิทยาศาสตร์มิได้เป็นเพียงความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ สิ่งมีชีวิต สาร พลังงาน โลกและอวกาศเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล การตั้งคำถาม การสืบเสาะหาความรู้ การใช้หลักฐานประกอบการอธิบาย การแก้ปัญหา และการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลอย่างรอบคอบ การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในระดับประถมศึกษาจึงควรมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทั้งความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะการคิดวิเคราะห์ และเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้

จากประสบการณ์การจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของข้าพเจ้า พบว่า ผู้เรียนส่วนหนึ่งสามารถจดจำเนื้อหาหรือคำสำคัญทางวิทยาศาสตร์ได้ แต่เมื่อเผชิญกับโจทย์ที่เป็นสถานการณ์ โจทย์ที่มีภาพประกอบ ตาราง กราฟ แผนภาพ หรือโจทย์ที่ต้องเชื่อมโยงความรู้หลายเรื่องเข้าด้วยกัน ผู้เรียนยังไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและเลือกคำตอบได้อย่างมั่นใจ ปัญหาที่พบอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การอ่านโจทย์ไม่ครบถ้วน การจับประเด็นคำถามไม่ได้ การแยกข้อมูลสำคัญออกจากข้อมูลประกอบไม่ได้ การตีความข้อมูลจากตารางและกราฟคลาดเคลื่อน และการไม่สามารถอธิบายเหตุผลประกอบคำตอบทางวิทยาศาสตร์ได้ชัดเจน เมื่อนำผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการทดสอบก่อนเรียน และผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (2567, สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ) มาวิเคราะห์ พบว่า ผู้เรียนยังมีผลการเรียนรู้ในบางสาระและบางตัวชี้วัดไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด โดยเฉพาะตัวชี้วัดที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์ การแปลความหมายข้อมูล การเปรียบเทียบ การอธิบายปรากฏการณ์ และการนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ แสดงให้เห็นว่า ปัญหาสำคัญของผู้เรียนไม่ได้อยู่ที่การขาดความรู้เนื้อหา แต่เกี่ยวข้องกับทักษะการคิด การอ่านโจทย์ การเชื่อมโยงความรู้ และการใช้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ ลักษณะของข้อสอบ O-NET วิชาวิทยาศาสตร์ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มักเป็นข้อสอบที่วัดความเข้าใจและการประยุกต์ใช้ความรู้มากกว่าการจำคำตอบโดยตรง ผู้เรียนจึงจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนให้สามารถอ่านสถานการณ์ วิเคราะห์ข้อมูล และพิจารณาคำตอบอย่างมีเหตุผล หากการจัดการเรียนรู้ยังคงเน้นการบรรยาย การท่องจำ หรือการฝึกทำข้อสอบโดยไม่วิเคราะห์ตัวชี้วัดอย่างเป็นระบบ อาจไม่สามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนได้อย่างยั่งยืน

1.2 แนวทางการพัฒนา

จากการวิเคราะห์ปัญหาและข้อมูลผู้เรียน ข้าพเจ้าได้กำหนดแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้ SMART Science Model เป็นกระบวนการหลักในการพัฒนา โดยออกแบบให้เป็นรูปแบบการดำเนินงานที่เข้าใจง่าย ปฏิบัติได้จริง และครอบคลุมกระบวนการพัฒนาผู้เรียนตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การวางแผน การจัดกิจกรรม การเสริมทักษะ การประเมินผล และการปรับปรุงต่อเนื่อง ทั้งนี้ SMART Science Model ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ Scan, Map, Active Learning, Reinforce และ Track & Transform ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

ขั้นแรก คือ Scan เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลและค้นหาจุดอ่อนของผู้เรียน ข้าพเจ้านำข้อมูลจากผล O-NET ย้อนหลัง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการทดสอบก่อนเรียน ผลการทำแบบฝึก และการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ มาวิเคราะห์เพื่อค้นหาว่าผู้เรียนมีข้อจำกัดในสาระ มาตรฐาน หรือตัวชี้วัดใด และข้อจำกัดนั้นเกิดจากสาเหตุใด เช่น ขาดความรู้พื้นฐาน อ่านโจทย์ไม่เข้าใจ วิเคราะห์ข้อมูลไม่ได้ หรือไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้ข้าพเจ้าทราบปัญหาที่แท้จริงของผู้เรียน และสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนพัฒนาได้อย่างตรงจุด

ขั้นที่สอง คือ Map เป็นการเชื่อมโยงตัวชี้วัดที่ต้องพัฒนากับเนื้อหา กิจกรรมการเรียนรู้ ชุดฝึกคิดวิเคราะห์ และวิธีวัดผล ข้าพเจ้านำผลจากการวิเคราะห์ในขั้น Scan มาจัดทำแผนเชื่อมโยงว่า ตัวชี้วัดใดควรพัฒนาด้วยกิจกรรมใด ใช้ชุดฝึกหรือสื่อประเภทใด และจะประเมินผลด้วยวิธีใด การดำเนินการในขั้นนี้ช่วยให้กิจกรรมการเรียนรู้มีเป้าหมายชัดเจน ไม่เป็นการสอนเสริมแบบทั่วไป แต่เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบให้สัมพันธ์กับปัญหาและความต้องการจำเป็นของผู้เรียนอย่างแท้จริง

ขั้นที่สาม คือ Active Learning เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ข้าพเจ้าออกแบบกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ลงมือคิด ทดลอง วิเคราะห์ อภิปราย และอธิบายเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้สถานการณ์ใกล้ตัว ภาพ ตาราง กราฟ แผนภาพ และคำถามกระตุ้นการคิดเป็นสื่อกลางในการเรียนรู้ ผู้เรียนจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความรู้จากครู แต่ได้ฝึกกระบวนการคิด ฝึกการใช้เหตุผล และฝึกการเชื่อมโยงความรู้กับสถานการณ์จริง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของการเรียนวิทยาศาสตร์และการทดสอบ O-NET

ขั้นที่สี่ คือ Reinforce เป็นการเสริมทักษะด้วยชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัด ข้าพเจ้าใช้ชุดฝึกดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการฝึกผู้เรียนอย่างต่อเนื่องและมีเป้าหมาย โดยชุดฝึกเน้นให้ผู้เรียนอ่านโจทย์ วิเคราะห์ข้อมูลจากสถานการณ์ ภาพ ตาราง กราฟ และแผนภาพ ตลอดจนฝึกตอบคำถามพร้อมอธิบายเหตุผลประกอบคำตอบ การ Reinforce ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกซ้ำในประเด็นที่ตนเองยังไม่มั่นคง เกิดความคุ้นเคยกับลักษณะโจทย์แนว O-NET และสามารถพัฒนาความมั่นใจในการคิดวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ได้ดีขึ้น

ขั้นสุดท้าย คือ Track & Transform เป็นการติดตามผล วิเคราะห์พัฒนาการของผู้เรียน แบ่งกลุ่มซ่อมเสริม ปรับปรุงกิจกรรม และพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง หลังจากจัดกิจกรรมและใช้ชุดฝึกแล้ว ข้าพเจ้าประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน นำคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน ผลการทำชุดฝึก และพฤติกรรมการเรียนรู้มาวิเคราะห์เป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม เพื่อจำแนกผู้เรียนเป็นกลุ่มเก่ง กลุ่มกลาง และกลุ่มต้องเร่งพัฒนา จากนั้นจึงวางแผนซ่อมเสริมและส่งเสริมให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้งนำผลการประเมินไปปรับปรุงกิจกรรมและชุดฝึกในรอบต่อไป

นอกจากนี้ ข้าพเจ้าได้ออกแบบและพัฒนา ชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัด วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนควบคู่กับ SMART Science Model โดยชุดฝึกดังกล่าวจัดทำขึ้นจากการวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระสำคัญของหลักสูตร และแนวทางการวัดผลที่สอดคล้องกับการทดสอบ O-NET วิชาวิทยาศาสตร์ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดอย่างเป็นระบบ เป็นการฝึกอ่านโจทย์ วิเคราะห์สถานการณ์ แปลความหมายข้อมูล และอธิบายเหตุผลประกอบคำตอบ ประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ได้แก่ แบบฝึกวิเคราะห์สถานการณ์ทางวิทยาศาสตร์ แบบฝึกอ่านและแปลความหมายข้อมูลจากภาพ ตาราง กราฟ และแผนภาพ แบบฝึกเชื่อมโยงความรู้กับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน แบบฝึกเลือกคำตอบพร้อมให้เหตุผล และแบบทดสอบย่อยตามแนว O-NET ซึ่งแต่ละชุดฝึกออกแบบให้มีระดับความยากง่ายเหมาะสมกับผู้เรียน เริ่มจากการทบทวนความรู้พื้นฐาน ไปสู่การคิดวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การจำแนก การสรุปความ และการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์ใหม่ การใช้ชุดฝึกดังกล่าวดำเนินการอย่างต่อเนื่องหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก โดยให้ผู้เรียนฝึกทำเป็นรายบุคคล รายคู่ หรือรายกลุ่มตามความเหมาะสม จากนั้นร่วมกันตรวจสอบคำตอบ อภิปรายเหตุผล วิเคราะห์ข้อผิดพลาด และสรุปแนวคิดสำคัญร่วมกัน ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง เข้าใจวิธีคิดในการทำโจทย์วิทยาศาสตร์มากขึ้น และสามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ได้อย่างเป็นลำดับขั้น

แนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนาด้วย SMART Science Model ร่วมกับชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัด ดังกล่าวมีความสอดคล้องกับปัญหาของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษา เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน ใช้ข้อมูลจริงของผู้เรียนเป็นฐาน มีขั้นตอนการดำเนินงานชัดเจน ใช้เครื่องมือไม่มากเกินไป แต่สามารถครอบคลุมการวิเคราะห์ การพัฒนา การประเมินผล และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ข้าพเจ้าเห็นว่า จุดเด่นของแนวทางนี้คือ การเปลี่ยนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ O-NET จากการสอนเสริมเพื่อทำข้อสอบ ไปสู่การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และความมั่นใจในการเรียนวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างมีคุณภาพ

วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน O-NET วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ SMART Science Model ร่วมกับชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัด

2. เพื่อพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ SMART Science Model ร่วมกับชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัด

3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ กล้าแสดงความคิดเห็น มีความมั่นใจในการเรียนรู้ และเห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน

เป้าหมาย

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนวัดเหล่าขวัญ (จ่างอนุเคราะห์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 จำนวน 10 คน

เป้าหมายเชิงปริมาณ

1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดเหล่าขวัญ (จ่างอนุเคราะห์) จำนวน 10 คน ได้รับการพัฒนาด้วย SMART Science Model ร่วมกับชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัดครบทุกคน

2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีทักษะทางวิทยาศาสตร์ อยู่ในระดับดีขึ้นไป

3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีความพึงพอใจต่อการเรียนวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับมากขึ้นไป

เป้าหมายเชิงคุณภาพ

1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) วิชาวิทยาศาสตร์เฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ

2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีทักษะทางวิทยาศาสตร์ดีขึ้น สามารถสังเกต เปรียบเทียบ จำแนก วิเคราะห์ข้อมูลจากภาพ ตาราง กราฟ แผนภาพ และอธิบายคำตอบโดยใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ได้เหมาะสมกับระดับชั้น

3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ เห็นว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต และสามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

3. ผลสำเร็จ และประโยชน์ที่ได้รับ

3.1 ผลสำเร็จ

การดำเนินงานตามผลงาน การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน O-NET วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วย SMART Science Model ร่วมกับชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัด ส่งผลให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ดังนี้

1. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน O-NET วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ SMART Science Model ร่วมกับชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัด

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดเหล่าขวัญ (จ่างอนุเคราะห์) จำนวน 10 คน ได้รับการพัฒนาด้วย SMART Science Model ร่วมกับชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัดครบทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100 ทำให้มีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) วิชาวิทยาศาสตร์เฉลี่ย 40.50 คะแนน สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประเทศที่มีคะแนนอยู่ที่ 35.43 คะแนน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การดำเนินงานตาม SMART Science Model ร่วมกับชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัด สามารถช่วยยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนได้ (ภาคผนวกหน้า......)

2. เพื่อพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ SMART Science Model ร่วมกับชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัด

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีทักษะทางวิทยาศาสตร์ อยู่ในระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 100 แสดงให้เห็นว่า นักเรียนมีความช่างสังเกต สามารถเปรียบเทียบ จำแนก วิเคราะห์ข้อมูลจากภาพ ตาราง กราฟ แผนภาพ และอธิบายคำตอบโดยใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ได้เหมาะสมกับระดับชั้น (ภาคผนวกหน้า......)

3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ กล้าแสดงความคิดเห็น มีความมั่นใจในการเรียนรู้ และเห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน

ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ พบว่า นักเรียนร้อยละ 100 มีความพึงพอใจต่อการเรียนวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับมากที่สุด แสดงให้เห็นว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย SMART Science Model ร่วมกับชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัด ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ มีความสนใจในการเรียนมากขึ้น และมีความมั่นใจในการฝึกคิด วิเคราะห์ และอธิบายเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ (ภาคผนวกหน้า......)

3.2 ประโยชน์ที่ได้รับ

การดำเนินงานตามผลงาน การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน O-NET วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วย SMART Science Model ร่วมกับชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัด ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน ครู สถานศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้

3.2.1 ประโยชน์ต่อผู้เรียน

ผู้เรียนได้รับการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการคิดวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ สามารถอ่านโจทย์เชิงสถานการณ์ได้รอบคอบขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลจากภาพ ตาราง กราฟ และแผนภาพได้ดีขึ้น รวมทั้งสามารถอธิบายเหตุผลประกอบคำตอบทางวิทยาศาสตร์ได้ชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการทดสอบ O-NET วิชาวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น และผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ มีความมั่นใจ กล้าคิด กล้าตอบ กล้าแสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากขึ้น ผู้เรียนได้ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น การรับฟังความคิดเห็นของเพื่อน และการสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญต่อการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น

3.2.2 ประโยชน์ต่อครู

ข้าพเจ้าได้รับแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เป็นระบบมากขึ้น สามารถใช้ข้อมูลผล O-NET ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และผลการประเมินผู้เรียนเป็นฐานในการวางแผนการสอนได้ตรงจุด มีเครื่องมือในการวิเคราะห์จุดอ่อนของผู้เรียน ออกแบบกิจกรรมตามตัวชี้วัด และติดตามผลการพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคลและรายกลุ่มได้ชัดเจนขึ้น และยังได้พัฒนาทักษะด้านการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ การสร้างชุดฝึกคิดวิเคราะห์ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง และการนำผลการประเมินมาปรับปรุงการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

3.2.3 ประโยชน์ต่อสถานศึกษา

สถานศึกษาได้รับประโยชน์จากการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีแนวทางการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน O-NET วิชาวิทยาศาสตร์ที่เป็นระบบ ชัดเจน และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ผ่านกระบวนการ SMART Science Model ร่วมกับชุดฝึกคิดวิเคราะห์ตามตัวชี้วัด ซึ่งช่วยให้การพัฒนาผู้เรียนเป็นไปอย่างตรงจุด ตั้งแต่การวิเคราะห์จุดอ่อนรายตัวชี้วัด การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก การติดตามผล และการซ่อมเสริมผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลจากการดำเนินงานส่งผลให้ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET วิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดเหล่าขวัญ (จ่างอนุเคราะห์) มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา และแสดงให้เห็นว่าสถานศึกษามีระบบการพัฒนาผู้เรียนที่สามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โพสต์โดย ครูพิน พิษณุโลก : [7 มิ.ย. 2569 (18:50 น.)]
อ่าน [48] ไอพี : 171.97.193.46
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 16,707 ครั้ง
4 ท่าบริหาร เพื่อหน้าท้องเพรียวสวย
4 ท่าบริหาร เพื่อหน้าท้องเพรียวสวย

เปิดอ่าน 29,056 ครั้ง
ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากการเก็บข้อมูลของการวิจัย
ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากการเก็บข้อมูลของการวิจัย

เปิดอ่าน 19,919 ครั้ง
ทำไมหนังสือที่เก็บไว้นาน ๆ กระดาษมักกลายเป็นสีเหลือง
ทำไมหนังสือที่เก็บไว้นาน ๆ กระดาษมักกลายเป็นสีเหลือง

เปิดอ่าน 16,442 ครั้ง
วิธีการชมฝนดาวตกเจมินิดส์
วิธีการชมฝนดาวตกเจมินิดส์

เปิดอ่าน 13,827 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา : มุ่งการขยายโครงสร้าง คือเลือกทางสู่ความล้มเหลว โดย ประเสริฐ ตันสกุล
ปฏิรูปการศึกษา : มุ่งการขยายโครงสร้าง คือเลือกทางสู่ความล้มเหลว โดย ประเสริฐ ตันสกุล

เปิดอ่าน 15,596 ครั้ง
น้ำตกแปลก แหวกแนว มหัศจรรย์ลีลาแห่งสายน้ำ
น้ำตกแปลก แหวกแนว มหัศจรรย์ลีลาแห่งสายน้ำ

เปิดอ่าน 91,381 ครั้ง
เทคนิคพิเศษในการระบายสี
เทคนิคพิเศษในการระบายสี

เปิดอ่าน 9,103 ครั้ง
การศึกษาในศตวรรษที่ 21 รร.ต้องร่างหลักสูตรให้เด็กเป็นผู้บริหาร
การศึกษาในศตวรรษที่ 21 รร.ต้องร่างหลักสูตรให้เด็กเป็นผู้บริหาร

เปิดอ่าน 15,252 ครั้ง
8 วิธีสร้างความมั่นคงทางการเงินก่อนถึงวัยเกษียณ
8 วิธีสร้างความมั่นคงทางการเงินก่อนถึงวัยเกษียณ

เปิดอ่าน 43,847 ครั้ง
การจัดการศึกษาในโรงเรียนแบบเชิญชวน
การจัดการศึกษาในโรงเรียนแบบเชิญชวน

เปิดอ่าน 15,613 ครั้ง
ชีวิตหลังเกษียณ (1)
ชีวิตหลังเกษียณ (1)

เปิดอ่าน 31,059 ครั้ง
SCORM (Shareable Content Object Reference Model)
SCORM (Shareable Content Object Reference Model)

เปิดอ่าน 30,692 ครั้ง
 กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน พ.ศ.2551
กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน พ.ศ.2551

เปิดอ่าน 37,846 ครั้ง
สรรพคุณของ "ปวยเล้ง"
สรรพคุณของ "ปวยเล้ง"

เปิดอ่าน 10,386 ครั้ง
คนไทยกับ "วิกฤติหนี้สิน" "การศึกษา" ถึงเวลาปฏิรูป
คนไทยกับ "วิกฤติหนี้สิน" "การศึกษา" ถึงเวลาปฏิรูป

เปิดอ่าน 3,989 ครั้ง
CBD และ THC ในพืชกัญชา คืออะไร?
CBD และ THC ในพืชกัญชา คืออะไร?
เปิดอ่าน 42,854 ครั้ง
ทำไมต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญตรวจรับบ้าน?
ทำไมต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญตรวจรับบ้าน?
เปิดอ่าน 42,196 ครั้ง
แนะครูกระตุ้นเด็กขี้สงสัย
แนะครูกระตุ้นเด็กขี้สงสัย
เปิดอ่าน 33,293 ครั้ง
หลักสูตรการสอบภาค ข ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหนังสือ ว14/2558
หลักสูตรการสอบภาค ข ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหนังสือ ว14/2558
เปิดอ่าน 22,146 ครั้ง
อียิปต์เผยร่างจริง "ตุตันคาเมน" ต่อสาธารณชน
อียิปต์เผยร่างจริง "ตุตันคาเมน" ต่อสาธารณชน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ