1. สภาพปัจจุบัน/ปัญหา
1.1 สภาพปัจจุบัน/ปัญหา
พลานามัยสมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจเป็นตัวจักรสำคัญในการหมุนฟันเฟืองทางสังคมให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในสังคมยุคโลกาภิวัตน์ การส่งเสริมด้านการกีฬาของประเทศจึงถูกจัดเป็นกลไกสำคัญประการหนึ่งในการเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ทำให้นักเรียนมีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงไม่มั่วสุมในอบายมุขและยาเสพติด การส่งเสริมด้านการกีฬาอาจแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ กีฬาเพื่อความเป็นเลิศและกีฬาเพื่อสุขภาพพลานามัย กีฬาฟุตบอลถูกจัดเป็นกีฬาที่สามารถสร้างกระแสความนิยมได้อย่างกว้างขวางโดยที่ทีมกีฬาฟุตบอลที่ดีจะกระตุ้นให้นักเรียนหันมาสนใจเล่นและฝึกซ้อมกีฬาตามอย่างวีรบุรุษกีฬาของแต่ละคนได้เป็นจำนวนมาก การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าเป็นวิธีการสร้างเสริมสุขภาพทั้งกาย และจิตใจให้สมบูรณ์แข็งแรง การเล่นกีฬายังได้รับการสนับสนุนให้ฝึกฝนจนมีความสามารถในการแข่งขันกันและสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่สถาบันหรือประเทศชาติของตนได้
โรงเรียนนครไทยวิทยาคมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในข้อนี้ จึงได้ทำการส่งเสริมให้ผู้เรียนออกกำลังกายโดยการเล่นฟุตบอลอย่างต่อเนื่องตลอดปีการศึกษา โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนมีนิสัยรักการออกกำลังกาย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมกับสนับสนุนให้ผู้เรียนได้แสดงความสามารถทางด้านกีฬาฟุตบอล ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้ผู้เรียนที่มีทักษะความสามารถพิเศษทางด้านกีฬาฟุตบอลได้พัฒนาทักษะของตนเองให้มีความชำนาญในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพต่อไปในอนาคต
จากการสำรวจพบว่านักเรียนมีความสนใจด้านกีฬาฟุตบอลเป็นจำนวนมาก แต่ยังขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จึงได้จัดทำแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เรื่อง "การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาฟุตบอลสู่ความเป็นเลิศ" ขึ้น
1.2 แนวทางการแก้ปัญหา/พัฒนา
โรงเรียนนครไทยวิทยาคม สนับสนุนนักเรียนให้มีการแสดงความสามารถทางด้านกีฬาฟุตบอล จึงได้จัดทีมกีฬานครไทยวิทยาคม ขึ้น โดยให้ผู้เรียนได้ฝึกซ้อมเพื่อให้เกิดความแข็งแรงและมีทักษะทางด้านกีฬาฟุตบอลที่ดี เพื่อผู้เรียนจะได้มีความสามารถที่จะแสดงออกต่อสาธารณะชน มีความชำนาญมากยิ่งขึ้นและการเล่นกีฬายังช่วยพัฒนาทักษะทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้เรียนสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
1.3 จุดประสงค์
1. เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาของนักเรียน
2. เพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
3. เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในการเล่นกีฬาฟุตบอลและพัฒนาไปสู่ระดับที่สูงขึ้น
4. เพื่อช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกายและจิตใจ
5. เพื่อช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านสุขภาพและพลานามัย
1.4 เป้าหมาย
เป้าหมายเชิงปริมาณ
นักกีฬาฟุตบอลโรงเรียนนครไทยวิทยาคม ร้อยละ 80 มีสมาธิ กล้าแสดงออกและมีพัฒนาศักยภาพทางฟุตบอลได้มากยิ่งขึ้น
เป้าหมายเชิงคุณภาพ
- นักเรียนมีความสุขในการเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจอย่างมีความสุขเพื่อเตรียมพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21
- นักเรียนมีสมาธิและพัฒนาศักยภาพทางกีฬาฟุตบอลได้มากยิ่งขึ้น
- นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองและกล้าแสดงมากขึ้น
2. ขั้นตอนการดำเนินงาน
2.1 การออกแบบผลงาน/นวัตกรรม
ผู้สอนได้ออกแบบนวัตกรรมการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาฟุตบอลสู่ความเป็นเลิศ โดยใช้รูปแบบ "FOOTBALL Excellence Model
2.1.1 การออกแบบงาน/นวัตกรรม โดยออกแบบพัฒนาตาม Flow Chart ดังนี้
การออกแบบนวัตกรรม FOOTBALL Excellence Model
F = Fundamental Skills (พัฒนาทักษะพื้นฐาน)
กิจกรรม
ทดสอบสมรรถภาพทางกาย
ฝึกการส่งบอล
ฝึกการเลี้ยงบอล
ฝึกการยิงประตู
ฝึกการครองบอล
ผลที่คาดหวัง
นักเรียนมีทักษะพื้นฐานฟุตบอลตามเกณฑ์มาตรฐาน
O = Opportunity Development (สร้างโอกาสในการพัฒนา)
กิจกรรม
คัดเลือกนักกีฬาที่มีศักยภาพ
จัดแข่งขันภายในโรงเรียน
ส่งเข้าร่วมการแข่งขันภายนอก
เข้าค่ายฝึกซ้อม
ผลที่คาดหวัง
นักเรียนได้รับประสบการณ์การแข่งขันจริง
O = Organization Management (การบริหารจัดการ)
กิจกรรม
จัดทำแผนพัฒนาทีม
แต่งตั้งคณะกรรมการ
จัดสรรงบประมาณ
จัดหาอุปกรณ์กีฬา
ผลที่คาดหวัง
ระบบบริหารทีมฟุตบอลมีประสิทธิภาพ
T = Training System (ระบบการฝึกซ้อม)
กิจกรรม
วางโปรแกรมฝึกซ้อมรายวัน
ฝึกตามตำแหน่ง
โปรแกรมเสริมสมรรถภาพ
โปรแกรมโภชนาการ
ผลที่คาดหวัง
นักกีฬามีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง
B = Building Teamwork (สร้างทีมสู่ความสำเร็จ)
กิจกรรม
Team Building
กิจกรรมผู้นำทีม
การสื่อสารในทีม
การสร้างแรงจูงใจ
ผลที่คาดหวัง
นักกีฬามีความสามัคคีและทำงานเป็นทีม
A = Assessment & Analytics (การประเมินและวิเคราะห์ผล)
กิจกรรม
ประเมินทักษะรายบุคคล
วิเคราะห์สถิติการแข่งขัน
ติดตามพัฒนาการรายเดือน
จัดทำแฟ้มสะสมผลงาน
ผลที่คาดหวัง
ทราบจุดเด่นและจุดที่ต้องพัฒนา
L = Learning Network (เครือข่ายการเรียนรู้)
กิจกรรม
สร้างเครือข่ายกับโรงเรียนอื่น
แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสโมสร
เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ
ศึกษาดูงาน
ผลที่คาดหวัง
นักเรียนได้รับองค์ความรู้ใหม่ ๆ
L = Leadership to Excellence (ภาวะผู้นำสู่ความเป็นเลิศ)
กิจกรรม
พัฒนาผู้นำทีม
ฝึกความรับผิดชอบ
สร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ปลูกฝังน้ำใจนักกีฬา
2.2 การดำเนินงานตามกิจกรรม
การดำเนินงานตามรูปแบบ FOOTBALL Excellence Model เป็นกระบวนการพัฒนานักเรียนด้านกีฬาฟุตบอลอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การค้นหาศักยภาพ การฝึกซ้อม การแข่งขัน การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการติดตามประเมินผล เพื่อยกระดับนักกีฬาฟุตบอลสู่ความเป็นเลิศ โดยมีขั้นตอนดำเนินงาน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการ (Analysis)
1. ศึกษาสภาพปัจจุบันด้านกีฬาฟุตบอลของโรงเรียน
2. วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)
3. สำรวจความสนใจและความสามารถของนักเรียน
4. กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ
ผลที่ได้รับ
ทราบข้อมูลพื้นฐานของนักเรียน
กำหนดแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจน
ขั้นตอนที่ 2 วางแผนพัฒนาตามรูปแบบ FOOTBALL Excellence Model
F = Finding Talent (การค้นหาและคัดเลือกนักกีฬาที่มีศักยภาพ)
จัดกิจกรรมทดสอบสมรรถภาพทางกาย
คัดเลือกนักเรียนที่มีความสามารถด้านฟุตบอล
จัดทำฐานข้อมูลนักกีฬา
O = Opportunity (การสร้างโอกาสในการพัฒนา)
ส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมฟุตบอล
สนับสนุนการเข้าร่วมการแข่งขันทุกระดับ
จัดหาสนาม อุปกรณ์ และงบประมาณ
O = Organization (การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ)
แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน
จัดทำแผนพัฒนาฟุตบอลประจำปี
กำหนดบทบาทหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
T = Training System (การฝึกซ้อมอย่างมีระบบ)
จัดโปรแกรมฝึกซ้อมตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา
ฝึกทักษะพื้นฐาน เทคนิค และแท็กติก
พัฒนาสมรรถภาพทางกายและจิตใจ
B = Building Network (การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ)
ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง
ร่วมมือกับสโมสรฟุตบอลและชุมชน
เชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้
A = Assessment (การวัดและประเมินผล)
ประเมินทักษะฟุตบอลรายบุคคล
ประเมินสมรรถภาพทางกาย
ประเมินผลการแข่งขัน
L = Learning Community (การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้)
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักกีฬา
จัดกิจกรรมศึกษาดูงาน
ใช้สื่อเทคโนโลยีในการเรียนรู้
L = Leadership (การพัฒนาภาวะผู้นำ)
ส่งเสริมบทบาทกัปตันทีม
ฝึกการทำงานเป็นทีม
พัฒนาความรับผิดชอบและวินัย
ขั้นตอนที่ 3 ดำเนินกิจกรรมพัฒนา
จัดการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาและกิจกรรมชุมนุมฟุตบอล ตั้งแต่เปิดเทอมภาคเรียนที่ 1 และคัดเลือกเรียนที่มีความสามารถทางด้านกีฬาฟุตบอลเพื่อการจัดกิจกรรมฝึกซ้อมฟุตบอลทุกวันจันทร์-ศุกร์ ในช่วงเวลา 16.30 -18.00 น. โดยเริ่มต้นจากการฝึกความแข็งแรง ความอดทน ความคล่องแคล่วว่องไว ฝึกทักษะทางด้านกีฬาฟุตบอล ฝึกการเล่นทีม
นอกจากนี้การส่งเข้าร่วมแข่งขันกระชับมิตรกับโรงเรียนในเครือข่าย เพื่อยกระดับความสามารถและศักยภาพของนักกีฬาฟุตบอล ฝึกฝนให้ผู้เรียนคุ้นชินกับการลงแข่งในสนามจริง
ขั้นตอนที่ 4 นิเทศ กำกับ ติดตาม
การวัดและวิเคราะห์ความสามารถและศักยภาพของนักกีฬาฟุตบอลนั้น ครูผู้ฝึกสอนได้มีการนำเสนอ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถและศักยภาพของนักกีฬาฟุตบอลโรงเรียนนครไทยวิทยาคมมีการส่งเข้าประกวดแข่งขันในรายการต่างๆที่มีการจัดการแข่งขันขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนกล้าแสดงออกและเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง และนำความสามารถที่ตนมีนำไปต่อยอดในระดับมัธยมได้
ขั้นตอนที่ 5 สรุปผลและเผยแพร่
1. สรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด
2. จัดทำรายงานผล Best Practice
3. เผยแพร่ผลงานผ่านเว็บไซต์และสื่อออนไลน์
4. ขยายผลสู่โรงเรียนและเครือข่ายอื่น
2.3 ประสิทธิภาพของการดำเนินงาน
การจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา อย่างสมดุล เต็มศักยภาพโดยความร่วมมือของพ่อแม่และครอบครัว ชุมชนและผู้เกี่ยวข้อง สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง จัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้โดยเด็กมีส่วนร่วม ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย ครูประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม นำผลการประเมินที่ได้ไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์และพัฒนาผู้เรียน
2.4 การมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
- ได้รับการส่งเสริม สนับสนุนด้านการจัดการการเรียนการสอนจากผู้บริหาร และคณะครู
- ด้านการจัดการเรียนการสอน ได้รับการส่งเสริมจากเพื่อนร่วมงาน เป็นที่ปรึกษา คอยให้กำลังใจและให้คำแนะนำในการออกแบบการจัดการเรียนการสอนพลศึกษา
- ได้รับความร่วมมือจากเด็ก ผู้ปกครอง และชุมชนเป็นอย่างดี เด็กสนใจและมีความสุขในการทำกิจกรรมเรียนการสอนการฝึกซ้อมฟุตบอลและการเข้าร่วมการแข่งขัน ในด้านผู้ปกครองและชุมชนให้การสนับสนุนจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา (ชุดการแข่งขัน,ลูกฟุตบอล)
3. ผลสำเร็จและประโยชน์ที่ได้รับ
3.1 ผลสำเร็จ
3.1.1 นักเรียนได้ฝึกทักษะทางด้านกีฬาฟุตบอลโดยเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกซ้อมเพื่อนำไปสู่
การแข่งขัน
3.2.2 นักเรียนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ไม่มียุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและอบายมุข
3.3.3 นักเรียนมีประสบการณ์ในกีฬาฟุตบอลจากการเข้าร่วมการแข่งขันในระดับต่างๆ
3.4.4 นักเรียนมีสมาธิ มีการพัฒนาทักษะทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สติปัญญา
และสังคม
3.2 ประโยชน์ที่ได้รับ
3.1 การจัดการเรียนการสอนพลศึกษา ช่วยปลูกฝังทักษะพื้นฐานทางกีฬาฟุตบอลทั้งการปฏิบัติและทฤษฎีให้แก่นักเรียน
3.2 การจัดการเรียนการสอนพลศึกษา ช่วยในการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ของนักเรียนในระดับปฐมวัยและประถมศึกษาได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย ด้านจิตใจและอารมณ์ ด้านสติปัญญา ด้านสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยส่งเสริมทักษะด้านกีฬาฟุตบอล
จะเห็นได้ว่า สิ่งที่เด็กจะได้รับจากการจัดการเรียนการสอนพลศึกษา เด็กจะได้ทักษะพื้นฐานทางกีฬาฟุตบอลและกีฬาอื่นๆ ยังช่วยพัฒนาทักษะด้านต่างๆของนักเรียนไม่ว่าจะเป็น ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์และจิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา สามารถนำไปต่อยอดและใช้ในชีวิตประจำวันได้
4. ปัจจัยความสำเร็จ
4.1 ได้รับการส่งเสริม สนับสนุนด้านการจัดการการเรียนการสอนจากผู้บริหาร และคณะครู
4.2 ด้านการจัดการเรียนการสอน ได้รับการส่งเสริมจากเพื่อนร่วมงาน เป็นที่ปรึกษา คอยให้กำลังใจและให้คำแนะนำในการออกแบบการจัดการเรียนการสอนพลศึกษา
4.3 ได้รับความร่วมมือจากเด็ก ผู้ปกครอง และชุมชนเป็นอย่างดี เด็กสนใจและมีความสุขในการทำกิจกรรมเรียนการสอนการฝึกซ้อมฟุตบอลและการเข้าร่วมการแข่งขัน ในด้านผู้ปกครองและชุมชนให้การสนับสนุนจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา (ชุดการแข่งขัน, ลูกฟุตบอล)
5. บทเรียนที่ได้รับ
5.1 สรุปผลการประเมินการใช้นวัตกรรมการเรียนรู้
การดำเนินงานตามรูปแบบ FOOTBALL Excellence Model ส่งผลให้การพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านกีฬาฟุตบอลเป็นไปอย่างมีระบบและต่อเนื่อง ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้านทักษะกีฬา สมรรถภาพทางกาย คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะชีวิต โดยมีผลสำเร็จที่เกิดขึ้น ดังนี้
1. ผลสำเร็จเชิงปริมาณ
1.1 นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมฟุตบอลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนเข้าถึงการฝึกซ้อมและการแข่งขันอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาฟุตบอลระดับรากหญ้า (Grassroots) ที่มุ่งสร้างโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงกีฬาฟุตบอลอย่างเท่าเทียม
1.2 นักเรียนมีผลการทดสอบทักษะฟุตบอลสูงขึ้น โดยเฉพาะทักษะการส่งลูกฟุตบอล การครอบครองบอล และการเล่นเป็นทีม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่พบว่าการฝึกอย่างเป็นระบบช่วยพัฒนาทักษะฟุตบอลได้อย่างมีนัยสำคัญ
1.3 นักเรียนได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนโรงเรียนเข้าร่วมการแข่งขันในระดับต่าง ๆ มากขึ้น และสามารถสร้างผลงานด้านกีฬาให้กับสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
1.4 โรงเรียนมีจำนวนนักกีฬาฟุตบอลแกนนำเพิ่มขึ้นในทุกระดับชั้น ทำให้เกิดระบบสืบทอดนักกีฬาอย่างต่อเนื่อง
2. ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ
2.1 นักเรียนมีทักษะฟุตบอลดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งด้านเทคนิค (Technical) แทคติก (Tactical) สมรรถภาพทางกาย (Physical) และด้านจิตวิทยาการกีฬา (Psychological) จากการฝึกซ้อมที่เป็นระบบและเหมาะสมกับช่วงวัย
2.2 นักเรียนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีสมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้น และมีพฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
2.3 นักเรียนมีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา และมีน้ำใจนักกีฬา สามารถควบคุมอารมณ์และปฏิบัติตามกติกาได้อย่างเหมาะสม
2.4 นักเรียนเกิดภาวะผู้นำและทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น สามารถสื่อสาร วางแผน และแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ดี ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาที่พบว่าการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมฟุตบอลช่วยส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.5 โรงเรียนได้รับการยอมรับจากชุมชนและเครือข่ายด้านกีฬาในฐานะแหล่งพัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอลของท้องถิ่น