1. สภาพปัจจุบัน/ ปัญหา
1.1 สภาพปัจจุบัน/ ปัญหา
ในปัจจุบันการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นให้สถานศึกษาพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะ รอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการคิด การสื่อสาร การใช้เทคโนโลยี และการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ครูผู้สอนจำเป็นต้องพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน รวมถึงต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา วางแผน และพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกันของครูในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้และยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน โดยงานวิจัยของทองพรรณ ปัญญาอุดมกุล (2563) พบว่า กระบวนการ PLC ช่วยให้ครูสามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสะท้อนผล และการร่วมกันแก้ปัญหาในการจัดการเรียนการสอน นอกจากนี้ บทความวิชาการเกี่ยวกับการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพยังระบุว่า PLC เป็นกลไกสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันของครู ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืน และช่วยลดปัญหาการทำงานแบบต่างคนต่างทำภายในสถานศึกษา
นอกจากนี้ ภารกิจงานด้านต่าง ๆ ของครูที่มีจำนวนมาก ทั้งงานวิชาการ งานธุรการ งานโครงการ และงานดูแลช่วยเหลือนักเรียน ทำให้ครูมีเวลาจำกัดในการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือสะท้อนผลการจัดการเรียนการสอนร่วมกัน การแก้ไขปัญหาของผู้เรียนจึงมักเป็นการดำเนินงานเฉพาะบุคคล ขาดการใช้ข้อมูลร่วมกันในการพัฒนา ส่งผลให้แนวทางการจัดการเรียนรู้บางส่วนยังไม่สามารถตอบสนองต่อศักยภาพและความต้องการของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งการเชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างระดับชั้นและระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ยังขาดความต่อเนื่อง ทำให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในภาพรวมยังไม่บรรลุตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดไว้
โรงเรียนบ้านแยงเป็นโรงเรียนขยายโอกาสขนาดกลาง เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งมีความหลากหลายทั้งด้านช่วงวัยของผู้เรียน เนื้อหารายวิชา และบริบทการจัดการเรียนรู้ จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าครูผู้สอนในแต่ละระดับชั้นยังขาดเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เกิดการทำงานแบบต่างคนต่างทำ (Isolation) ขาดการบูรณาการและเชื่อมโยงหลักสูตรระหว่าง ช่วงชั้น รวมถึงปัญหาด้านการจัดการเรียนรู้บางประการไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที เนื่องจากข้อจำกัดด้านภาระงานและเวลา นอกจากนี้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในบางรายวิชายังต่ำกว่าเป้าหมายที่โรงเรียนกำหนด ผู้เรียนบางส่วนขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง โรงเรียนจึงเห็นความสำคัญของการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) เพื่อเป็นกลไกในการพัฒนาครู ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป
1.2 แนวทางการแก้ปัญหา / พัฒนา
จากสภาพปัญหาดังกล่าว โรงเรียนบ้านแยงจึงได้กำหนดแนวทางการพัฒนาโดยมุ่งเน้นการสร้าง ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) ให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรของสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมให้ครูผู้สอนเกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สะท้อนผลการจัดการเรียนการสอน และร่วมกันแก้ปัญหาผู้เรียน โดยโรงเรียนได้พัฒนานวัตกรรม การขับเคลื่อนชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยใช้รูปแบบ BY-PLC Model เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนบ้านแยง ขึ้น เพื่อใช้เป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา
นวัตกรรม BY-PLC Model เป็นรูปแบบการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของครูและบุคลากรทางการศึกษาในการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมสะท้อนผล และร่วมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการ PLC อย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปัญหาของผู้เรียน และบริบทของโรงเรียนเป็นฐานในการวิเคราะห์และออกแบบแนวทางการพัฒนา เพื่อให้การจัดการเรียนรู้สามารถตอบสนองต่อศักยภาพและความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม
โรงเรียนได้ดำเนินการขับเคลื่อน BY-PLC Model ผ่านกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การจัดประชุม PLC ในระดับกลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับช่วงชั้น และระดับสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง การนิเทศภายในแบบกัลยาณมิตร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคนิคการสอน การร่วมกันออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การพัฒนาสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ รวมถึงการสะท้อนผลหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (Reflection) เพื่อนำผลไปปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ผู้บริหารสถานศึกษายังมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำทางวิชาการ (Instructional Leadership) โดยสนับสนุนการดำเนินงาน PLC อย่างจริงจัง ทั้งด้านนโยบาย เวลา งบประมาณ และการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครู ส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ร่วมกันภายในองค์กร ลดปัญหาการทำงานแบบต่างคนต่างทำ (Isolation) และสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน (Learning Organization)
จากการดำเนินงานตามนวัตกรรม การขับเคลื่อนชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยใช้รูปแบบ BY-PLC Model เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนบ้านแยง ส่งผลให้ครูมีการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียนรู้ สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแก้ปัญหาผู้เรียนร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการเรียนรู้ด้วยตนเองดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการให้แก่สถานศึกษา และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนต่อไป
1.3 จุดประสงค์
1) เพื่อพัฒนากระบวนการทำงานร่วมกันของครูผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยใช้รูปแบบ BY-PLC Model อย่างเป็นระบบ
2) เพื่อส่งเสริมให้ครูพัฒนาการจัดการเรียนรู้และนวัตกรรมที่สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของผู้เรียน
3) เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการคิดวิเคราะห์ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์สูงขึ้น
1.4 เป้าหมาย
1.4.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ
1) ครูและบุคลากรทางการศึกษาร้อยละ 100 เข้าร่วมกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
(PLC) โดยใช้รูปแบบ BY-PLC Model อย่างต่อเนื่อง
2) ครูผู้สอนร้อยละ 90 สามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรม/สื่อการเรียนรู้ที่
สอดคล้องกับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3) ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิดวิเคราะห์สูงขึ้นตามเป้าหมาย
ที่สถานศึกษากำหนด
1.4.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ
1) ครูมีวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาวิชาชีพผ่านกระบวนการ
PLC อย่างเป็นระบบ
2) ครูสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และใช้นวัตกรรมในการพัฒนาผู้เรียน
ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา
3) ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และ
สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ