โรงเรียนบ้านใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2
ชื่อผลงาน BANYAI ONE Model พลิกโฉมการบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล ด้วยนวัตกรรมฐานข้อมูลกลาง หนึ่งระบบ หนึ่งฐานข้อมูล หนึ่งเป้าหมาย
หลักการและเหตุผล
กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำหนดนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษา โดยมุ่ง ปรับ ลด ปลดล็อก ลดภาระครู สู่คุณภาพผู้เรียน เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีเวลาในการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งลดภาระงานด้านเอกสาร การรายงานข้อมูล และการประเมินที่ซ้ำซ้อน โดยส่งเสริมการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการสถานศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2569)
จากการดำเนินงานของโรงเรียนบ้านใหญ่ พบว่า การจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนในอดีตมีลักษณะกระจัดกระจายอยู่ในหลายระบบ หลายแฟ้มข้อมูล และหลายผู้รับผิดชอบ ส่งผลให้ครูและบุคลากรต้องบันทึกข้อมูลซ้ำซ้อนในหลายรูปแบบ ใช้เวลาในการรวบรวม ค้นหา และจัดทำรายงานเป็นจำนวนมาก ข้อมูลบางส่วนมีความคลาดเคลื่อนหรือไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้เกิดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนโดยตรง และส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการของสถานศึกษา
สอดคล้องกับแนวทางของ สพฐ. ที่มุ่งลดการจัดเก็บข้อมูลซ้ำซ้อน ลดการรายงานหลายระบบ และส่งเสริมการใช้ข้อมูลชุดเดียวร่วมกันทั้งองค์กร เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2569) นอกจากนี้ สพฐ. ยังได้ยกเลิกและลดภาระการรายงานและการประเมินจำนวนหลายโครงการ เพื่อคืนเวลาให้ครูได้ปฏิบัติหน้าที่หลักในการพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพ
จากสภาพปัญหาและนโยบายดังกล่าว โรงเรียนบ้านใหญ่จึงได้พัฒนา BANYAI ONE Model : นวัตกรรมฐานข้อมูลกลาง หนึ่งระบบ หนึ่งฐานข้อมูล หนึ่งเป้าหมาย พลิกโฉมการบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล ขึ้น โดยใช้แนวคิด ONE ประกอบด้วย O = One Data (ฐานข้อมูลเดียว) N = No Duplicate Work (ไม่ทำงานซ้ำ) และ E = Easy Management (บริหารจัดการง่าย) เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางของโรงเรียนให้เป็นแหล่งข้อมูลเดียวที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลทุกฝ่ายเข้าสู่ระบบเดียวกัน ลดการบันทึกข้อมูลซ้ำซ้อน ลดภาระงานเอกสารของครูและบุคลากร เพิ่มความสะดวกในการสืบค้นข้อมูล และสนับสนุนการบริหารจัดการด้วยข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้องและทันสมัย
ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินงานตาม BANYAI ONE Model คือ ครูและบุคลากรมีภาระงานด้านเอกสารลดลง สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและใช้ข้อมูลร่วมกันทั้งโรงเรียน ผู้บริหารสามารถติดตาม ตรวจสอบ และใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ในการดำเนินงาน อันจะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด คือ ครูลดงานซ้ำซ้อน ข้อมูลเป็นระบบ บริหารงานคล่องตัว มุ่งสู่คุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด หนึ่งระบบ หนึ่งฐานข้อมูล หนึ่งเป้าหมาย
วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางของโรงเรียนบ้านใหญ่ให้เป็นแหล่งข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลของทุกฝ่ายเข้าสู่ระบบเดียวกัน (One Data)
2. เพื่อลดภาระงานด้านเอกสารและการบันทึกข้อมูลซ้ำซ้อนของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้ข้อมูลชุดเดียวร่วมกันในการปฏิบัติงานและการจัดทำรายงาน (No Duplicate Work)
3. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา โดยพัฒนาระบบสืบค้น ติดตาม และรายงานผลข้อมูลสารสนเทศที่สะดวก รวดเร็ว และนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผน ตัดสินใจ และพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิผล (Easy Management)
เป้าหมาย
เชิงปริมาณ
1. โรงเรียนบ้านใหญ่พัฒนาฐานข้อมูลกลาง (One Data) ครอบคลุมข้อมูลการบริหารงานทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ งานวิชาการ งานงบประมาณ งานบริหารงานบุคคล และงานบริหารทั่วไป คิดเป็นร้อยละ 100 ของข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริหารจัดการสถานศึกษา
2. ครูและบุคลากรทางการศึกษาร้อยละ 100 ใช้งานระบบฐานข้อมูลกลางในการบันทึก ค้นหา และรายงานข้อมูล โดยลดการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อนอย่างน้อยร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับรูปแบบการดำเนินงานเดิม
3. ระยะเวลาในการจัดทำรายงานและสืบค้นข้อมูลของครูและบุคลากรลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจได้แบบ Real-Time ร้อยละ 100
เชิงคุณภาพ
1. โรงเรียนมีระบบฐานข้อมูลกลางที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และมีมาตรฐานเดียวกัน สามารถเชื่อมโยงข้อมูลทุกฝ่ายเข้าสู่ระบบเดียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีขึ้นไป
2. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีภาระงานด้านเอกสารและการรายงานข้อมูลลดลง สามารถนำเวลาไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียนได้มากขึ้น อยู่ในระดับคุณภาพ ดีขึ้นไป
3. ผู้บริหารสามารถบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้ข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ ส่งผลให้การวางแผน การกำกับติดตาม และการตัดสินใจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืน อยู่ในระดับคุณภาพ ดีขึ้นไป
วิธีการดำเนินงาน
โรงเรียนบ้านใหญ่ได้พัฒนา BANYAI ONE Model นวัตกรรมฐานข้อมูลกลาง หนึ่งระบบ หนึ่งฐานข้อมูล หนึ่งเป้าหมาย พลิกโฉมการบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนนโยบายลดภาระงานครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยประยุกต์ใช้แนวคิด InputProcessOutputFeedback ร่วมกับวงจรคุณภาพ PDCA (Plan-Do-Check-Act) เป็นกรอบในการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศที่เป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา
1. ขั้นวางแผน (Plan : Input) โรงเรียนศึกษานโยบายลดภาระงานครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการในการบริหารจัดการข้อมูลของโรงเรียนบ้านใหญ่ พบว่ามีการจัดเก็บข้อมูลหลายระบบ ข้อมูลซ้ำซ้อน และใช้เวลามากในการจัดทำรายงาน จึงกำหนดแนวทางพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางของโรงเรียน โดยมีปัจจัยนำเข้า (Input) ประกอบด้วย นโยบายลดภาระงานครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนบ้านใหญ่ บุคลากรครูและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โปรแกรมหรือแพลตฟอร์มสำหรับจัดเก็บข้อมูลกลาง คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน ความร่วมมือจากผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครอง
2. ขั้นดำเนินการ (Do : Process) โรงเรียนดำเนินงานตาม BANYAI ONE Model ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ดังนี้
2.1 O = One Data : ฐานข้อมูลเดียว มุ่งสร้างฐานข้อมูลกลางของโรงเรียนให้เป็นแหล่งข้อมูลเดียวที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน โดยดำเนินการดังนี้ สำรวจและรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริหารจัดการสถานศึกษา จัดหมวดหมู่ข้อมูลด้านวิชาการ งบประมาณ บุคลากร และงานบริหารทั่วไป ออกแบบและพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางของโรงเรียน กำหนดมาตรฐานการบันทึกข้อมูลในรูปแบบเดียวกันทั้งโรงเรียนเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกฝ่ายเข้าสู่ระบบเดียว (One Data Platform)
2.2 N = No Duplicate Work : ไม่ทำงานซ้ำมุ่งลดภาระงานเอกสารและการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อนของครูและบุคลากร โดยดำเนินการดังนี้ วิเคราะห์กระบวนการทำงานที่มีการใช้ข้อมูลซ้ำหลายครั้ง ปรับปรุงรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลให้บันทึกเพียงครั้งเดียวและสามารถนำไปใช้ได้หลายงาน กำหนดผู้รับผิดชอบข้อมูลแต่ละส่วนอย่างชัดเจน พัฒนาระบบการดึงข้อมูลอัตโนมัติเพื่อใช้ในการจัดทำรายงาน ส่งเสริมการใช้ข้อมูลชุดเดียวร่วมกันทั้งองค์กร
2.3 E = Easy Management : บริหารจัดการง่าย มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้วยข้อมูลสารสนเทศ โดยดำเนินการดังนี้ พัฒนาระบบสืบค้นข้อมูลที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่าย จัดทำ Dashboard สรุปข้อมูลสำคัญของโรงเรียน ติดตาม ตรวจสอบ และรายงานผลการดำเนินงานแบบ Real-Time นำข้อมูลสารสนเทศไปใช้ในการวางแผน กำกับ ติดตาม และตัดสินใจเชิงบริหาร สนับสนุนการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
3. ขั้นตรวจสอบและประเมินผล (Check : Output) โรงเรียนติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน โดยพบว่าโรงเรียนมีฐานข้อมูลกลางที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และเป็นระบบเดียวกันทั้งโรงเรียน ครูและบุคลากรลดภาระงานด้านเอกสารและการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน สามารถสืบค้นและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานมีความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้
4. ขั้นปรับปรุงและพัฒนา (Act : Feedback) โรงเรียนนำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการดังนี้ ประเมินความพึงพอใจของครูและบุคลากรที่ใช้งานระบบ เปรียบเทียบระยะเวลาในการปฏิบัติงานก่อนและหลังการใช้นวัตกรรม ตรวจสอบความถูกต้อง ความครบถ้วน และความเป็นปัจจุบันของข้อมูล รับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานทุกฝ่าย ประชุมสรุปผลการดำเนินงานทุกภาคเรียน พัฒนาฐานข้อมูลและกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องตามวงจร PDCA
ผลจากการดำเนินงานตาม BANYAI ONE Model ส่งผลให้เกิดการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ ลดภาระงานซ้ำซ้อนของครู เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงาน และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืน ภายใต้เป้าหมาย ครูลดงานซ้ำซ้อน ข้อมูลเป็นระบบ บริหารงานคล่องตัว มุ่งสู่คุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืน