ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางคณิตศาสตร์ ด้วย Enjoy kids Model ร่วมกับชุดแบบฝึกเสริมทักษะ “สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์” ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

1.สภาพปัจจุบัน/ปัญหา

1.1 สภาพปัจจุบัน/ปัญหา

คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหาและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (กรมวิชาการ 2551: น.1) จึงถือได้ว่าคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่สำคัญและจำเป็นมากต่อทุกคน ซึ่งนโยบายกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งเน้น "เรียนดี มีความสุข" โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ลดภาระของครูและเดินหน้ายกระดับคุณภาพการศึกษาไปด้วยกัน ซึ่งการเรียนการสอนจำเป็นต้องเริ่มจากความสุขทั้งผู้เรียน ผู้สอน และผู้ปกครอง เมื่อมีความสุขจะส่งผลให้การเรียนดีขึ้น เมื่อการเรียนดีขึ้นจะส่งผลกลับไปทำให้ มีความสุขมากยิ่งขึ้น

การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถ คิดคำนวณและแก้โจทย์ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ โดยเฉพาะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหาร ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของคณิตศาสตร์และจำเป็นต่อการเรียนรู้ในระดับชั้นที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลการทดสอบ (Pre - Test) ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ยังมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับควรปรับปรุง โดยเฉพาะในเรื่องการแก้โจทย์ปัญหาระคนที่ต้องใช้การคำนวณหลายขั้นตอน ซึ่งการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผ่านการสอบ NT เป็นหนึ่งในเครื่องมือ ที่สำคัญในการสะท้อนคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะด้านคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นทักษะหลักที่ส่งผลต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง การพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน จึงเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ด้านคณิตศาสตร์ของผู้เรียน เพื่อให้สามารถวิเคราะห์โจทย์ปัญหา และเลือกวิธีการคำนวณที่เหมาะสม นำไปสู่การหาคำตอบได้อย่างถูกต้องและมีเหตุผล อีกทั้งยังส่งเสริมความมั่นใจและทัศนคติที่ดีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ด้วย

สภาพปัญหาปัจจุบัน จากการวิเคราะห์ผลการทดสอบของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ผู้เรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะการแก้โจทย์ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยมีปัญหาสำคัญ ได้แก่ การตีความและวิเคราะห์โจทย์ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้เลือกวิธีการคำนวณไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของโจทย์ เกิดความสับสนเมื่อต้องใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์หลายขั้นตอนร่วมกัน รวมทั้งขาดความมั่นใจและแรงจูงใจในการเรียนรู้ ส่งผลให้ไม่สามารถแก้โจทย์ปัญหาได้ถูกต้องตามหลักการทางคณิตศาสตร์

อย่างไรก็ตาม จากการนำนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้ Enjoy Kids Model ร่วมกับ ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ “สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์” มาใช้ในการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาของผู้เรียน พบว่า ผู้เรียนมีผลการประเมิน NT ด้านคณิตศาสตร์ ปีการศึกษา 2567 มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80.33 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศร้อยละ 25.92 (ที่มา : รายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน NT ปีการศึกษา 2567) สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิผลของนวัตกรรมดังกล่าวในการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนั้น ในปีการศึกษา 2568 ครูผู้สอนจึงได้นำนวัตกรรมดังกล่าวมาพัฒนาต่อยอด โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะการแก้โจทย์ปัญหาระคน ซึ่งเป็นเนื้อหาสำคัญที่สะท้อนความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียน จึงมีความจำเป็นต้องจัดหาแนวทางและเครื่องมือที่ช่วยพัฒนาทักษะดังกล่าวอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้น

1.2 แนวทางการแก้ปัญหา/พัฒนา

จากการวิเคราะห์ผลการทดสอบก่อนเรียนในรายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านน้ำภาคน้อย ปีการศึกษา 2568 พบว่า ผลการทดสอบ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับ ควรปรับปรุง สะท้อนให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะในการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา การวางแผน และการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ไม่สามารถเลือกวิธีการคำนวณที่เหมาะสมและหาคำตอบได้อย่างถูกต้อง ดังนั้น เพื่อพัฒนาทักษะการคิดคำนวณและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางคณิตศาสตร์ พร้อมทั้งพัฒนาผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ด้านคณิตศาสตร์ให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ ครูผู้สอนจึงได้นำ กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วย Enjoy kids Model ควบคู่กับการพัฒนา นวัตกรรมชุดแบบฝึกเสริมทักษะ “สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์” มาใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการออกแบบให้มีความน่าสนใจ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน มีภาพประกอบที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และเอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง ช่วยสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่ความชำนาญและ ความคงทนในการเรียนรู้ นอกจากนี้ ชุดแบบฝึกเสริมทักษะยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ทำให้ครูสามารถติดตามพัฒนาการของผู้เรียน วิเคราะห์จุดแข็ง จุดที่ควรพัฒนา และนำข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนส่งผลให้ผู้เรียนเห็นพัฒนาการของตนเอง เกิดความภาคภูมิใจในความสำเร็จ และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งการพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของ ท่าน ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้ สู่โลกความจริง” จึงได้พัฒนาชุดแบบฝึกเสริมทักษะ “สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์” เพื่อส่งเสริมทักษะ การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาความสามารถด้าน การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ “สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์” ประกอบด้วย จำนวน 2 เล่ม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

เล่มที่ 1 : “สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์” ชุดปรับพื้นฐานการคิดคำนวณ

เนื้อหาประกอบด้วย : การทบทวนขั้นพื้นฐานการบวก การลบ การคูณและการหาร , การหาคำสำคัญในโจทย์ปัญหา , การแยกข้อมูลที่ให้มาและสิ่งที่โจทย์ต้องการ , แนะนำหลักการวิเคราะห์ โจทย์ปัญหา จากนั้นจึงเป็นการแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารและระคน ตามลำดับ ผ่านโจทย์ตัวอย่างจากสถานการณ์อย่างง่ายในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนจนเกิดทักษะที่แม่นยำ

เล่มที่ 2 : “สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์” ชุดการตะลุยโจทย์ NT

เนื้อหาประกอบด้วย : โจทย์ NT ย้อนหลังตั้งแต่ ปีการศึกษา 2560-2567 เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ลักษณะของโจทย์ปัญหาและคุ้นชินกับแนวข้อสอบ เพื่อเป็นการซ้ำย้ำทวน ให้เกิดความเข้าใจที่คงทน และสามารถนำไปปรับใช้ในการเข้ารับการทดสอบระดับชาติ (NT) ปีการศึกษา 2568 ได้จริง

1.3 จุดประสงค์

1) ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์โจทย์ปัญหาและเลือกวิธีการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน ได้อย่างถูกต้อง (K)

2) ผู้เรียนสามารถเขียนแสดงวิธีทำและหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน ได้อย่างถูกต้องและเป็นลำดับขั้นตอน (P)

3) ผู้เรียนมีความสนใจ ใฝ่เรียนรู้ มีความมั่นใจในการเรียนคณิตศาสตร์ และสามารถ นำความรู้และทักษะการแก้ปัญหาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ (A)

1.4 เป้าหมาย

1) เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน ของผู้เรียน ให้มีผลคะแนนการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าร้อยละ 70 (ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป)

2) เพื่อยกระดับผลการทดสอบระดับชาติ (NT) ในรายวิชาคณิตศาสตร์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านน้ำภาคน้อย ปีการศึกษา 2568 ให้สูงกว่าระดับประเทศ ร้อยละ 3

1) เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้สามารถวิเคราะห์โจทย์ วางแผน และดำเนินการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ

2) เพื่อพัฒนาและต่อยอดชุดแบบฝึกเสริมทักษะ “สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์” ให้เป็นสื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหา การบวก ลบ คูณ หารระคน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

3) เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์และเตรียมความพร้อมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในการเข้ารับการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ด้านคณิตศาสตร์ให้มีผลการประเมินสูงขึ้น

2) จัดกระบวนการเรียนรู้ ตาม Enjoy kids Model เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาของผู้เรียนไปพร้อมกับการสร้างความสนุกสนานในการเรียน ใช้กระบวนการเสริมแรงทางบวกให้ผู้เรียน มีความกระตือรือร้นในการฝึกฝนตนเอง จนบรรลุจุดมุ่งหมาย ซึ่ง Enjoy kids Model มี 6 องค์ประกอบดังนี้

1. Enjoy classroom - สนุกกับชั้นเรียน

สร้างบรรยากาศห้องเรียนให้มีความสนุกสนาน นำเข้าสู่บทเรียนด้วยการบริหารสมอง โดยผู้เรียนทุกคนได้ร่วมกิจกรรมเข้าจังหวะหรือการใช้เพลง อาทิ เพลงตบมือ ตบตัก ตบไหล่ เพื่อกระตุ้นความสนใจ กระตุ้นการเรียนรู้ สร้างความสนุกสนานและเตรียมพร้อมก่อนเรียน

2. Enjoy Learning - สนุกกับการเรียนรู้

เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนผ่านกิจกรรม Active Leaning สร้างภาพจำและเจตคติที่ดีต่อการคิดคำนวณ ให้รายวิชาคณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่ท้าทายและน่าค้นหา เพื่อพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น โดยมีแนวคิดที่ว่า หากเราทำให้สิ่งที่ยาก(การทำโจทย์ที่รู้สึกว่ายาก)ได้สำเร็จ เราก็จะกลายเป็นผู้ที่เยี่ยมยอด โดยเริ่มจากการวิเคราะห์สิ่งที่โจทย์ถาม สิ่งที่โจทย์กำหนด คำสำคัญ การแสดงวิธีทำและการค้นหาผลลัพธ์ที่ถูกต้อง

3. Enjoy Doing – สนุกกับการลงมือทำ

เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือทำการแก้ไขโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร ระคน โดยการค้นหาคำตอบจากโจทย์ที่กำหนดให้ผ่านการทำกิจกรรมหรือ แบบฝึกเสริมทักษะ ลงมือทำใบงาน ซึ่งมีทั้งเป็นใบงานทั่วไป และใบงานสามมิติ โดยมีรูปแบบที่หลากหลายให้ผู้เรียนรู้สึกตื่นเต้น อยากลงมือทำ ซึ่งลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายมีทั้งงานกลุ่มและงานเดี่ยว เพื่อให้เพื่อนในกลุ่มได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

4. Enjoy Creation – สนุกกับการคิดสร้างสรรค์

ให้ผู้เรียนได้สร้างสรรค์ผลงานตามจินตนาการของตนเองลงในใบงาน 3 มิติ ซึ่งเป็น การสร้างสรรค์เอกลักษณ์และก่อเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ผ่านการเล่น ทำให้มีความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองและพัฒนาผลงานต่อไป

5. Enjoy Exchange – สนุกกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆ

เมื่อผู้เรียนได้สร้างสรรค์ผลงานของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงให้ผู้เรียนออกมานำเสนอ หน้าชั้นเรียน เพื่อแสดงผลงาน แสดงวิธีการค้นหาคำตอบและเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการคิดหาคำตอบว่าเหมือนหรือแตกต่างกับเพื่อนคนอื่นหรือไม่ แล้วให้เพื่อนเสนอข้อคิดเห็นหรือชื่นชม

6. Enjoy Feedback – สนุกกับการสะท้อนผลการเรียนรู้สู่ครูผู้สอน

เมื่อบรรยายการเรียนรู้ในชั้นเรียนเป็นไปด้วยความสนุกสนาน ผ่อนคลาย ย่อมส่งผลให้ผู้เรียน มีความกล้าแสดงความคิดเห็น กล้าพูดหรือกล้าถามในสิ่งที่ตนเองยังไม่เข้าใจ พร้อมทั้งเปิดใจยอมรับฟังข้อเสนอแนะจากคุณครูและเพื่อนๆในชั้นเรียน เพื่อนำข้อเสนอแนะที่ได้ไปปรับใช้ ในการพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาระคนของตนเองให้ดีขึ้น นอกจากนั้นครูผู้สอนเองจะได้ นำข้อมูลที่ได้รับจากผู้เรียนไปวิเคราะห์พัฒนา ปรับปรุงการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากพบว่าผู้เรียนที่พัฒนาช้ากว่าเพื่อน ก็จะให้เรียนซ่อมเสริมเพิ่มเติมช่วงหลังเลิกเรียน

โพสต์โดย ครูวราภรณ์ รร.บ้านน้ำภาคน้อย : [11 มิ.ย. 2569 (14:06 น.)]
อ่าน [62] ไอพี : 223.205.3.166
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,436 ครั้ง
ศธ.เปิด ตู้ ปณ. 319 รับเรื่องร้องทุกข์ แจ้งเบาะแสและข้อเสนอแนะถึง รมว.ศธ.โดยตรง
ศธ.เปิด ตู้ ปณ. 319 รับเรื่องร้องทุกข์ แจ้งเบาะแสและข้อเสนอแนะถึง รมว.ศธ.โดยตรง

เปิดอ่าน 47,782 ครั้ง
จิตรกรรมไทย
จิตรกรรมไทย

เปิดอ่าน 12,861 ครั้ง
คุณมีความลับในการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือไม่
คุณมีความลับในการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือไม่

เปิดอ่าน 866 ครั้ง
เหล็กแผ่นมีกี่ประเภท พร้อมบอกความแตกต่างกันสำคัญที่ควรรู้
เหล็กแผ่นมีกี่ประเภท พร้อมบอกความแตกต่างกันสำคัญที่ควรรู้

เปิดอ่าน 14,327 ครั้ง
ทริคเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับน้ำ ที่คุณครูเอาไปสอนเด็กได้
ทริคเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับน้ำ ที่คุณครูเอาไปสอนเด็กได้

เปิดอ่าน 33,588 ครั้ง
infographic หลักการและแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค
infographic หลักการและแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

เปิดอ่าน 31,388 ครั้ง
คอลัมน์: การศึกษา: ถึงคิว...พักงาน(ยาว) "ผอ.สมศ." ปลดล็อก..."ประเมินภายนอกรอบ 4"!!
คอลัมน์: การศึกษา: ถึงคิว...พักงาน(ยาว) "ผอ.สมศ." ปลดล็อก..."ประเมินภายนอกรอบ 4"!!

เปิดอ่าน 15,719 ครั้ง
การซักแห้งดีกว่าการซักน้ำอย่างไร
การซักแห้งดีกว่าการซักน้ำอย่างไร

เปิดอ่าน 20,279 ครั้ง
กินอาหารต้านแก่แบบไทยๆ
กินอาหารต้านแก่แบบไทยๆ

เปิดอ่าน 1,667 ครั้ง
จองตั๋วเครื่องบินไปโอซาก้า ที่ไหนราคาดี  พร้อมที่เที่ยวแบบจัดเต็ม
จองตั๋วเครื่องบินไปโอซาก้า ที่ไหนราคาดี พร้อมที่เที่ยวแบบจัดเต็ม

เปิดอ่าน 2,053 ครั้ง
การเล่นเกมบนสมาร์ทวอทช์: ฟีเจอร์สนุก ๆ เพื่อความบันเทิงบนข้อมือของคุณ
การเล่นเกมบนสมาร์ทวอทช์: ฟีเจอร์สนุก ๆ เพื่อความบันเทิงบนข้อมือของคุณ

เปิดอ่าน 14,159 ครั้ง
มิติใหม่การศึกษา ... เดินหน้า TEPE Online พัฒนา "ครู" สนับสนุน "ครูตู้" พัฒนาเด็กไทยอย่างเท่าเทียม
มิติใหม่การศึกษา ... เดินหน้า TEPE Online พัฒนา "ครู" สนับสนุน "ครูตู้" พัฒนาเด็กไทยอย่างเท่าเทียม

เปิดอ่าน 41,428 ครั้ง
ทำไมพระเรียกผู้หญิงว่า "สีกา"
ทำไมพระเรียกผู้หญิงว่า "สีกา"

เปิดอ่าน 16,709 ครั้ง
7 รายชื่อ นวนิยายเข้ารอบสุดท้ายซีไรต์ 2552
7 รายชื่อ นวนิยายเข้ารอบสุดท้ายซีไรต์ 2552

เปิดอ่าน 19,948 ครั้ง
11 สัญญาณเตือนว่าลูกกำลังโดนทำร้ายอยู่นะ
11 สัญญาณเตือนว่าลูกกำลังโดนทำร้ายอยู่นะ

เปิดอ่าน 22,011 ครั้ง
ชุดประจำชาติที่ ‘น้องไข่มุก’ ใส่ประกวดมิสยูนิเวิร์สปีนี้
ชุดประจำชาติที่ ‘น้องไข่มุก’ ใส่ประกวดมิสยูนิเวิร์สปีนี้
เปิดอ่าน 21,260 ครั้ง
ดูทีวีเวลานอน...ผู้ใหญ่เสี่ยงโรค-เด็กเสี่ยงโง่
ดูทีวีเวลานอน...ผู้ใหญ่เสี่ยงโรค-เด็กเสี่ยงโง่
เปิดอ่าน 54,471 ครั้ง
วิจัยคืออะไร
วิจัยคืออะไร
เปิดอ่าน 24,254 ครั้ง
วิจัยพบ "สารสกัดสาหร่ายพวงองุ่น" ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
วิจัยพบ "สารสกัดสาหร่ายพวงองุ่น" ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
เปิดอ่าน 15,995 ครั้ง
รับประทาน "ไก่พื้นเมือง" ดีต่อสุขภาพอย่างไร
รับประทาน "ไก่พื้นเมือง" ดีต่อสุขภาพอย่างไร

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ