1.สภาพปัจจุบัน/ปัญหา
1.1 สภาพปัจจุบัน/ปัญหา
คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหาและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (กรมวิชาการ 2551: น.1) จึงถือได้ว่าคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่สำคัญและจำเป็นมากต่อทุกคน ซึ่งนโยบายกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งเน้น "เรียนดี มีความสุข" โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ลดภาระของครูและเดินหน้ายกระดับคุณภาพการศึกษาไปด้วยกัน ซึ่งการเรียนการสอนจำเป็นต้องเริ่มจากความสุขทั้งผู้เรียน ผู้สอน และผู้ปกครอง เมื่อมีความสุขจะส่งผลให้การเรียนดีขึ้น เมื่อการเรียนดีขึ้นจะส่งผลกลับไปทำให้ มีความสุขมากยิ่งขึ้น
การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถ คิดคำนวณและแก้โจทย์ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ โดยเฉพาะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหาร ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของคณิตศาสตร์และจำเป็นต่อการเรียนรู้ในระดับชั้นที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลการทดสอบ (Pre - Test) ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ยังมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับควรปรับปรุง โดยเฉพาะในเรื่องการแก้โจทย์ปัญหาระคนที่ต้องใช้การคำนวณหลายขั้นตอน ซึ่งการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผ่านการสอบ NT เป็นหนึ่งในเครื่องมือ ที่สำคัญในการสะท้อนคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะด้านคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นทักษะหลักที่ส่งผลต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง การพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน จึงเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ด้านคณิตศาสตร์ของผู้เรียน เพื่อให้สามารถวิเคราะห์โจทย์ปัญหา และเลือกวิธีการคำนวณที่เหมาะสม นำไปสู่การหาคำตอบได้อย่างถูกต้องและมีเหตุผล อีกทั้งยังส่งเสริมความมั่นใจและทัศนคติที่ดีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ด้วย
สภาพปัญหาปัจจุบัน จากการวิเคราะห์ผลการทดสอบของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ผู้เรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะการแก้โจทย์ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยมีปัญหาสำคัญ ได้แก่ การตีความและวิเคราะห์โจทย์ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้เลือกวิธีการคำนวณไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของโจทย์ เกิดความสับสนเมื่อต้องใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์หลายขั้นตอนร่วมกัน รวมทั้งขาดความมั่นใจและแรงจูงใจในการเรียนรู้ ส่งผลให้ไม่สามารถแก้โจทย์ปัญหาได้ถูกต้องตามหลักการทางคณิตศาสตร์
อย่างไรก็ตาม จากการนำนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้ Enjoy Kids Model ร่วมกับ ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์ มาใช้ในการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาของผู้เรียน พบว่า ผู้เรียนมีผลการประเมิน NT ด้านคณิตศาสตร์ ปีการศึกษา 2567 มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80.33 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศร้อยละ 25.92 (ที่มา : รายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน NT ปีการศึกษา 2567) สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิผลของนวัตกรรมดังกล่าวในการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนั้น ในปีการศึกษา 2568 ครูผู้สอนจึงได้นำนวัตกรรมดังกล่าวมาพัฒนาต่อยอด โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะการแก้โจทย์ปัญหาระคน ซึ่งเป็นเนื้อหาสำคัญที่สะท้อนความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียน จึงมีความจำเป็นต้องจัดหาแนวทางและเครื่องมือที่ช่วยพัฒนาทักษะดังกล่าวอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้น
1.2 แนวทางการแก้ปัญหา/พัฒนา
จากการวิเคราะห์ผลการทดสอบก่อนเรียนในรายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านน้ำภาคน้อย ปีการศึกษา 2568 พบว่า ผลการทดสอบ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับ ควรปรับปรุง สะท้อนให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะในการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา การวางแผน และการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ไม่สามารถเลือกวิธีการคำนวณที่เหมาะสมและหาคำตอบได้อย่างถูกต้อง ดังนั้น เพื่อพัฒนาทักษะการคิดคำนวณและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางคณิตศาสตร์ พร้อมทั้งพัฒนาผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ด้านคณิตศาสตร์ให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ ครูผู้สอนจึงได้นำ กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วย Enjoy kids Model ควบคู่กับการพัฒนา นวัตกรรมชุดแบบฝึกเสริมทักษะ สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์ มาใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการออกแบบให้มีความน่าสนใจ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน มีภาพประกอบที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และเอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง ช่วยสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่ความชำนาญและ ความคงทนในการเรียนรู้ นอกจากนี้ ชุดแบบฝึกเสริมทักษะยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ทำให้ครูสามารถติดตามพัฒนาการของผู้เรียน วิเคราะห์จุดแข็ง จุดที่ควรพัฒนา และนำข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนส่งผลให้ผู้เรียนเห็นพัฒนาการของตนเอง เกิดความภาคภูมิใจในความสำเร็จ และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งการพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของ ท่าน ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ภายใต้แนวคิด เรียนรู้ สู่โลกความจริง จึงได้พัฒนาชุดแบบฝึกเสริมทักษะ สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์ เพื่อส่งเสริมทักษะ การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาความสามารถด้าน การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์ ประกอบด้วย จำนวน 2 เล่ม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
เล่มที่ 1 : สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์ ชุดปรับพื้นฐานการคิดคำนวณ
เนื้อหาประกอบด้วย : การทบทวนขั้นพื้นฐานการบวก การลบ การคูณและการหาร , การหาคำสำคัญในโจทย์ปัญหา , การแยกข้อมูลที่ให้มาและสิ่งที่โจทย์ต้องการ , แนะนำหลักการวิเคราะห์ โจทย์ปัญหา จากนั้นจึงเป็นการแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารและระคน ตามลำดับ ผ่านโจทย์ตัวอย่างจากสถานการณ์อย่างง่ายในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนจนเกิดทักษะที่แม่นยำ
เล่มที่ 2 : สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์ ชุดการตะลุยโจทย์ NT
เนื้อหาประกอบด้วย : โจทย์ NT ย้อนหลังตั้งแต่ ปีการศึกษา 2560-2567 เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ลักษณะของโจทย์ปัญหาและคุ้นชินกับแนวข้อสอบ เพื่อเป็นการซ้ำย้ำทวน ให้เกิดความเข้าใจที่คงทน และสามารถนำไปปรับใช้ในการเข้ารับการทดสอบระดับชาติ (NT) ปีการศึกษา 2568 ได้จริง
1.3 จุดประสงค์
1) ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์โจทย์ปัญหาและเลือกวิธีการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน ได้อย่างถูกต้อง (K)
2) ผู้เรียนสามารถเขียนแสดงวิธีทำและหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน ได้อย่างถูกต้องและเป็นลำดับขั้นตอน (P)
3) ผู้เรียนมีความสนใจ ใฝ่เรียนรู้ มีความมั่นใจในการเรียนคณิตศาสตร์ และสามารถ นำความรู้และทักษะการแก้ปัญหาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ (A)
1.4 เป้าหมาย
1) เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน ของผู้เรียน ให้มีผลคะแนนการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าร้อยละ 70 (ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป)
2) เพื่อยกระดับผลการทดสอบระดับชาติ (NT) ในรายวิชาคณิตศาสตร์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านน้ำภาคน้อย ปีการศึกษา 2568 ให้สูงกว่าระดับประเทศ ร้อยละ 3
1) เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้สามารถวิเคราะห์โจทย์ วางแผน และดำเนินการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ
2) เพื่อพัฒนาและต่อยอดชุดแบบฝึกเสริมทักษะ สนุกคิดส์ กับคณิตศาสตร์ ให้เป็นสื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหา การบวก ลบ คูณ หารระคน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
3) เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์และเตรียมความพร้อมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในการเข้ารับการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ด้านคณิตศาสตร์ให้มีผลการประเมินสูงขึ้น
2) จัดกระบวนการเรียนรู้ ตาม Enjoy kids Model เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาของผู้เรียนไปพร้อมกับการสร้างความสนุกสนานในการเรียน ใช้กระบวนการเสริมแรงทางบวกให้ผู้เรียน มีความกระตือรือร้นในการฝึกฝนตนเอง จนบรรลุจุดมุ่งหมาย ซึ่ง Enjoy kids Model มี 6 องค์ประกอบดังนี้
1. Enjoy classroom - สนุกกับชั้นเรียน
สร้างบรรยากาศห้องเรียนให้มีความสนุกสนาน นำเข้าสู่บทเรียนด้วยการบริหารสมอง โดยผู้เรียนทุกคนได้ร่วมกิจกรรมเข้าจังหวะหรือการใช้เพลง อาทิ เพลงตบมือ ตบตัก ตบไหล่ เพื่อกระตุ้นความสนใจ กระตุ้นการเรียนรู้ สร้างความสนุกสนานและเตรียมพร้อมก่อนเรียน
2. Enjoy Learning - สนุกกับการเรียนรู้
เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนผ่านกิจกรรม Active Leaning สร้างภาพจำและเจตคติที่ดีต่อการคิดคำนวณ ให้รายวิชาคณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่ท้าทายและน่าค้นหา เพื่อพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น โดยมีแนวคิดที่ว่า หากเราทำให้สิ่งที่ยาก(การทำโจทย์ที่รู้สึกว่ายาก)ได้สำเร็จ เราก็จะกลายเป็นผู้ที่เยี่ยมยอด โดยเริ่มจากการวิเคราะห์สิ่งที่โจทย์ถาม สิ่งที่โจทย์กำหนด คำสำคัญ การแสดงวิธีทำและการค้นหาผลลัพธ์ที่ถูกต้อง
3. Enjoy Doing สนุกกับการลงมือทำ
เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือทำการแก้ไขโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร ระคน โดยการค้นหาคำตอบจากโจทย์ที่กำหนดให้ผ่านการทำกิจกรรมหรือ แบบฝึกเสริมทักษะ ลงมือทำใบงาน ซึ่งมีทั้งเป็นใบงานทั่วไป และใบงานสามมิติ โดยมีรูปแบบที่หลากหลายให้ผู้เรียนรู้สึกตื่นเต้น อยากลงมือทำ ซึ่งลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายมีทั้งงานกลุ่มและงานเดี่ยว เพื่อให้เพื่อนในกลุ่มได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
4. Enjoy Creation สนุกกับการคิดสร้างสรรค์
ให้ผู้เรียนได้สร้างสรรค์ผลงานตามจินตนาการของตนเองลงในใบงาน 3 มิติ ซึ่งเป็น การสร้างสรรค์เอกลักษณ์และก่อเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ผ่านการเล่น ทำให้มีความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองและพัฒนาผลงานต่อไป
5. Enjoy Exchange สนุกกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆ
เมื่อผู้เรียนได้สร้างสรรค์ผลงานของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงให้ผู้เรียนออกมานำเสนอ หน้าชั้นเรียน เพื่อแสดงผลงาน แสดงวิธีการค้นหาคำตอบและเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการคิดหาคำตอบว่าเหมือนหรือแตกต่างกับเพื่อนคนอื่นหรือไม่ แล้วให้เพื่อนเสนอข้อคิดเห็นหรือชื่นชม
6. Enjoy Feedback สนุกกับการสะท้อนผลการเรียนรู้สู่ครูผู้สอน
เมื่อบรรยายการเรียนรู้ในชั้นเรียนเป็นไปด้วยความสนุกสนาน ผ่อนคลาย ย่อมส่งผลให้ผู้เรียน มีความกล้าแสดงความคิดเห็น กล้าพูดหรือกล้าถามในสิ่งที่ตนเองยังไม่เข้าใจ พร้อมทั้งเปิดใจยอมรับฟังข้อเสนอแนะจากคุณครูและเพื่อนๆในชั้นเรียน เพื่อนำข้อเสนอแนะที่ได้ไปปรับใช้ ในการพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาระคนของตนเองให้ดีขึ้น นอกจากนั้นครูผู้สอนเองจะได้ นำข้อมูลที่ได้รับจากผู้เรียนไปวิเคราะห์พัฒนา ปรับปรุงการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากพบว่าผู้เรียนที่พัฒนาช้ากว่าเพื่อน ก็จะให้เรียนซ่อมเสริมเพิ่มเติมช่วงหลังเลิกเรียน